<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
	<channel>
		<title><![CDATA[ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว - ยานยนต์ Auto]]></title>
		<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/</link>
		<description><![CDATA[ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว - http://www.thaibuddytrip.com/forum]]></description>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 02:59:46 +0000</pubDate>
		<generator>MyBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[คนมีรถควรรู้ รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=99995</link>
			<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 11:04:10 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=99995</guid>
			<description><![CDATA[<div style="text-align: center;"><img src="https://i.imgur.com/2WOaCHR.png" border="0" alt="[Image: 2WOaCHR.png]" /></div>
<br />
         รถยนต์เป็นยานพาหนะที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย สำหรับคนรักรถแล้ว นอกจากการดูแลรักษารถให้มีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีอยู่เสมอ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนต้องรู้ คือต้องมีการเสียภาษีรถยนต์ทุกปี ซึ่งภาษีของรถยนต์แต่ละคันจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอายุการใช้งาน แต่มีข้อแม้ที่สำคัญคือการต้องนำรถไปตรวจสภาพทุกครั้งก่อนการเสียภาษี <br />
         บทความนี้ จะพาทุกคนไปดูกันซิว่า <a href="https://tamjai.sompo.co.th/home/blog/car-checkup/" target="_blank">รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี</a> และต้องตรวจสภาพรถในจุดไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย <br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ภาษีรถยนต์ประจำปี คืออะไร</span><br />
         ก่อนจะไปดูว่ารถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี เรามาทำความรู้จักภาษีรถยนต์ประจำปีกัน <br />
         ภาษีรถยนต์ประจำปี คือ ภาษีที่เจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องชำระเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาถนนหนทางและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ภาษีรถยนต์ประจำปีจะคิดจากค่าจดทะเบียนรถยนต์และอายุการใช้งานของรถ โดยกฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถต้องเสียภาษีประจำปี โดยต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนเสียภาษีทุกครั้ง หากไม่นำรถไปตรวจสภาพก่อนเสียภาษี จะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี</span><br />
         สำหรับผู้ที่สงสัยว่า รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี ต้องขอบอกว่ากรมการขนส่งทางบกได้กำหนดประเภทของรถที่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีประจำปี ไว้ดังนี้<br />
<ul>
<li>รถยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป<br />
</li></ul>
<ul>
<li>รถยนต์บรรทุก ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป<br />
</li></ul>
<ul>
<li>รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป<br />
</li></ul>
<br />
<span style="font-weight: bold;">การตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี</span><br />
         เมื่อรู้กันไปแล้วว่า รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี เราไปดูกันดีกว่าว่าการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปีต้องทำอะไรบ้าง<br />
การตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี จะเป็นการทดสอบสภาพความพร้อมของรถในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบเบรก ระบบบังคับเลี้ยว ระบบไฟส่องสว่าง ระบบสัญญาณไฟ ระบบท่อไอเสีย ระบบช่วงล่าง ระบบเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ<br />
หากรถผ่านการตรวจสภาพ จะได้รับใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ซึ่งสามารถนำไปเสียภาษีประจำปีได้<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ประโยชน์ของการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี</span><br />
การตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี มีประโยชน์หลายประการ ดังนี้<br />
- ช่วยให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัย<br />
- ช่วยลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน<br />
- ช่วยลดมลพิษทางอากาศ<br />
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย<br />
<br />
ทั้งนี้ หากพบปัญหาใด ๆ ควรแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนนำรถไปตรวจสภาพ หวังว่าทั้งหมดนี้ คงทำให้เข้าใจแล้วว่า รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี และการตรวจสภาพรถยนต์ต้องทำอย่างไรบ้าง และช่วยให้คุณจัดการเรื่องนั้นได้อย่างถูกต้องต่อไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: center;"><img src="https://i.imgur.com/2WOaCHR.png" border="0" alt="[Image: 2WOaCHR.png]" /></div>
<br />
         รถยนต์เป็นยานพาหนะที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย สำหรับคนรักรถแล้ว นอกจากการดูแลรักษารถให้มีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีอยู่เสมอ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนต้องรู้ คือต้องมีการเสียภาษีรถยนต์ทุกปี ซึ่งภาษีของรถยนต์แต่ละคันจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอายุการใช้งาน แต่มีข้อแม้ที่สำคัญคือการต้องนำรถไปตรวจสภาพทุกครั้งก่อนการเสียภาษี <br />
         บทความนี้ จะพาทุกคนไปดูกันซิว่า <a href="https://tamjai.sompo.co.th/home/blog/car-checkup/" target="_blank">รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี</a> และต้องตรวจสภาพรถในจุดไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย <br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ภาษีรถยนต์ประจำปี คืออะไร</span><br />
         ก่อนจะไปดูว่ารถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี เรามาทำความรู้จักภาษีรถยนต์ประจำปีกัน <br />
         ภาษีรถยนต์ประจำปี คือ ภาษีที่เจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องชำระเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาถนนหนทางและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ภาษีรถยนต์ประจำปีจะคิดจากค่าจดทะเบียนรถยนต์และอายุการใช้งานของรถ โดยกฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถต้องเสียภาษีประจำปี โดยต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนเสียภาษีทุกครั้ง หากไม่นำรถไปตรวจสภาพก่อนเสียภาษี จะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี</span><br />
         สำหรับผู้ที่สงสัยว่า รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี ต้องขอบอกว่ากรมการขนส่งทางบกได้กำหนดประเภทของรถที่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีประจำปี ไว้ดังนี้<br />
<ul>
<li>รถยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป<br />
</li></ul>
<ul>
<li>รถยนต์บรรทุก ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป<br />
</li></ul>
<ul>
<li>รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป<br />
</li></ul>
<br />
<span style="font-weight: bold;">การตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี</span><br />
         เมื่อรู้กันไปแล้วว่า รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี เราไปดูกันดีกว่าว่าการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปีต้องทำอะไรบ้าง<br />
การตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี จะเป็นการทดสอบสภาพความพร้อมของรถในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบเบรก ระบบบังคับเลี้ยว ระบบไฟส่องสว่าง ระบบสัญญาณไฟ ระบบท่อไอเสีย ระบบช่วงล่าง ระบบเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ<br />
หากรถผ่านการตรวจสภาพ จะได้รับใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ซึ่งสามารถนำไปเสียภาษีประจำปีได้<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ประโยชน์ของการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี</span><br />
การตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี มีประโยชน์หลายประการ ดังนี้<br />
- ช่วยให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัย<br />
- ช่วยลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน<br />
- ช่วยลดมลพิษทางอากาศ<br />
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย<br />
<br />
ทั้งนี้ หากพบปัญหาใด ๆ ควรแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนนำรถไปตรวจสภาพ หวังว่าทั้งหมดนี้ คงทำให้เข้าใจแล้วว่า รถยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี และการตรวจสภาพรถยนต์ต้องทำอย่างไรบ้าง และช่วยให้คุณจัดการเรื่องนั้นได้อย่างถูกต้องต่อไป]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ข้อควรรู้ของการเทิร์นรถ รถเก่าเทิร์นใหม่ทำยังไงให้คุ้มค่า]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=99643</link>
			<pubDate>Fri, 29 Sep 2023 15:55:13 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=99643</guid>
			<description><![CDATA[อยากได้รถคันใหม่แล้ว แต่ไม่รู้จะทำไงดี? ก็เลือกเทิร์นรถไปเลย! ซึ่งการเทิร์นรถ คือ การขายรถยนต์คันเก่า เพื่อที่จะได้นำเงินไปซื้อเป็นรถยนต์คันใหม่ ซึ่งวิธีการเทิร์นรถจะมีหลายวิธี ได้แก่ เทิร์นแบบขายขาด เทิร์นผ่านเต็นท์รถ และเทิร์นขณะติดไฟแนนซ์  มาหาคำตอบไปด้วยกันว่าการเทิร์นรถแบบไหนจะเหมาะกับคุณบ้าง<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">เทิร์นรถแบบขายขาดด้วยตัวเอง</span><br />
เป็นวิธีการเทิร์นรถที่จะช่วยให้คุณได้ราคาดีที่สุด เพราะเป็นการเทิร์นรถที่ช่วยให้คุณขายรถกับผู้ซื้อคนใหม่โดยตรง การลดขั้นตอนการซื้อ-ขายผ่านทางนายหน้าออกไปได้ ก็จะช่วยให้คุณเทิร์นรถเก่าได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า เราจึงจะขอแนะนำให้คุณขายรถด้วยตัวเองก่อน ที่จะไปพึ่งตัวกลางในการเข้ามาช่วยหาลูกค้าให้มาซื้อรถของคุณ การดีลกับลูกค้าเองถึงแม้จะอย่างหน่อย แต่ราคาขายก็จะไม่ถูกกดเท่ากับการขายให้ตัวกลาง ซึ่งการซื้อ-ขายรถนั้นสมัยนี้ง่ายมาก เพียงแค่โพสต์ขายในกรุ๊ปปล่อยรถยนต์มือ 2 แม้แต่การโพสต์ผ่านหน้าวอลล์เฟสบุ๊กของคุณเอง ก็อาจมีคนที่เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กเข้ามาสนใจได้ หรือจะไปลงขายกับแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ก็จะช่วยให้คนมองเห็นได้เยอะขึ้น<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">เทิร์นรถผ่านเต็นท์รถ</span><br />
อย่างที่ได้บอกไปในข้างต้นว่าการเทิร์นรถด้วยตัวเอง จะช่วยให้ได้กำไรในการเทิร์นรถมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นคนเราก็ยังนิยมการเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถอยู่ดี ซึ่งเป็นเพราะว่าข้อดีของการเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถ คือช่วยให้อำนวยความสะดวกสบายกว่านั่นเอง ถึงแม้ราคาที่ขายจะได้ราคาไม่ดีเท่ากับการที่คุณขายรถตรงด้วยตัวเองก็ตาม แต่ถ้าคุณอยากได้เงินจากการเทิร์นรถไว ๆ การเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถจะช่วยให้คุณขายรถได้เร็วกว่าเดิม หากคุณเป็นคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรในการเทิร์นรถ ไม่อยากเตรียมเอกสารซื้อ-ขายรถยนต์เอง และอยากเทิร์นรถไว ๆ ให้เลือกเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถก็จะมีคนช่วยดำเนินเรื่องเอกสารให้แก่คุณเอง <br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">การเทิร์นรถติดไฟแนนซ์</span><br />
หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์อยู่ จะสามารถนำรถนั้นมาเทิร์นได้ไหม? คำตอบคือทำได้ แต่จะต้องทำเรื่องเอกสารต่าง ๆ ในการส่งมอบรถยนต์ เพื่อคนใหม่ที่มาซื้อรถจะได้ทำการผ่อนรถต่อจากคุณได้เลย ส่วนมากการเทิร์นรถติดไฟแนนซ์ มักจะชอบขายให้กับเต็นท์รถเพื่อที่จะได้ไม่ต้องดำเนินเอกสารด้วยตัวเอง  ทางเต็นท์รถจะเป็นคนจัดการเรื่องเอกสารให้คุณเอง และยังต้องทำเอกสารในการโอนสิทธิ์การผ่อนรถใหม่ด้วย โดยการเทิร์นรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ผู้ขายจะต้องเช็กราคาที่จะขายได้ก่อน ว่าเพียงพอต่อการเทิร์นรถใหม่หรือไม่ หากเงินที่ขายรถได้นั้นน้อยกว่าเงินที่จะซื้อรถใหม่มาก ก็อาจจะไม่คุ้มเพราะคุณจะต้องไปหาเงินอีกก้อนมาเพิ่ม <br />
<br />
จะเห็นได้ว่าการเทิร์นรถในแต่ละแบบ จะมีความคุ้มค่าที่แตกต่างกันออกไป ให้คุณเลือกเทิร์นรถในแบบที่คุณชอบ ตอบโจทย์ความต้องการในการซื้อรถขณะนั้น ว่าคุณอยากได้อะไร ที่สำคัญอย่าลืมศึกษาตลาด และการตั้งราคาให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ช่วยป้องกันการถูกกดราคาอีกด้วย เมื่อใกล้ถึงวันที่จะต้องส่งมอบรถยนต์ให้ คุณจะต้องนำรถไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และยังรู้สึกคุ้มค่าที่จะซื้อรถต่อจากคุณอีกด้วย ขอแนะนำตัวช่วยของคนใช้รถ ไม่ว่าจะรถเก่าหรือรถใหม่ รถทุกคันมีได้! <a href="https://rabbitcare.com/car-insurance" target="_blank">ประกันรถยนต์</a>ที่มีบริษัทประกันเจ้าดังให้คุณได้เลือกหลากหลาย ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่อนสบาย ๆ ได้ทั้งบัตรเครดิต และเงินสด ได้ราคาดีกว่าซื้อตรงอย่างแน่นอน และยังมีบริการช่วยเหลือพิเศษเฉพาะของ Rabbit Care อีกด้วย สมัครเลย!]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[อยากได้รถคันใหม่แล้ว แต่ไม่รู้จะทำไงดี? ก็เลือกเทิร์นรถไปเลย! ซึ่งการเทิร์นรถ คือ การขายรถยนต์คันเก่า เพื่อที่จะได้นำเงินไปซื้อเป็นรถยนต์คันใหม่ ซึ่งวิธีการเทิร์นรถจะมีหลายวิธี ได้แก่ เทิร์นแบบขายขาด เทิร์นผ่านเต็นท์รถ และเทิร์นขณะติดไฟแนนซ์  มาหาคำตอบไปด้วยกันว่าการเทิร์นรถแบบไหนจะเหมาะกับคุณบ้าง<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">เทิร์นรถแบบขายขาดด้วยตัวเอง</span><br />
เป็นวิธีการเทิร์นรถที่จะช่วยให้คุณได้ราคาดีที่สุด เพราะเป็นการเทิร์นรถที่ช่วยให้คุณขายรถกับผู้ซื้อคนใหม่โดยตรง การลดขั้นตอนการซื้อ-ขายผ่านทางนายหน้าออกไปได้ ก็จะช่วยให้คุณเทิร์นรถเก่าได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า เราจึงจะขอแนะนำให้คุณขายรถด้วยตัวเองก่อน ที่จะไปพึ่งตัวกลางในการเข้ามาช่วยหาลูกค้าให้มาซื้อรถของคุณ การดีลกับลูกค้าเองถึงแม้จะอย่างหน่อย แต่ราคาขายก็จะไม่ถูกกดเท่ากับการขายให้ตัวกลาง ซึ่งการซื้อ-ขายรถนั้นสมัยนี้ง่ายมาก เพียงแค่โพสต์ขายในกรุ๊ปปล่อยรถยนต์มือ 2 แม้แต่การโพสต์ผ่านหน้าวอลล์เฟสบุ๊กของคุณเอง ก็อาจมีคนที่เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กเข้ามาสนใจได้ หรือจะไปลงขายกับแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ก็จะช่วยให้คนมองเห็นได้เยอะขึ้น<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">เทิร์นรถผ่านเต็นท์รถ</span><br />
อย่างที่ได้บอกไปในข้างต้นว่าการเทิร์นรถด้วยตัวเอง จะช่วยให้ได้กำไรในการเทิร์นรถมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นคนเราก็ยังนิยมการเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถอยู่ดี ซึ่งเป็นเพราะว่าข้อดีของการเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถ คือช่วยให้อำนวยความสะดวกสบายกว่านั่นเอง ถึงแม้ราคาที่ขายจะได้ราคาไม่ดีเท่ากับการที่คุณขายรถตรงด้วยตัวเองก็ตาม แต่ถ้าคุณอยากได้เงินจากการเทิร์นรถไว ๆ การเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถจะช่วยให้คุณขายรถได้เร็วกว่าเดิม หากคุณเป็นคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรในการเทิร์นรถ ไม่อยากเตรียมเอกสารซื้อ-ขายรถยนต์เอง และอยากเทิร์นรถไว ๆ ให้เลือกเทิร์นรถผ่านเต็นท์รถก็จะมีคนช่วยดำเนินเรื่องเอกสารให้แก่คุณเอง <br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">การเทิร์นรถติดไฟแนนซ์</span><br />
หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์อยู่ จะสามารถนำรถนั้นมาเทิร์นได้ไหม? คำตอบคือทำได้ แต่จะต้องทำเรื่องเอกสารต่าง ๆ ในการส่งมอบรถยนต์ เพื่อคนใหม่ที่มาซื้อรถจะได้ทำการผ่อนรถต่อจากคุณได้เลย ส่วนมากการเทิร์นรถติดไฟแนนซ์ มักจะชอบขายให้กับเต็นท์รถเพื่อที่จะได้ไม่ต้องดำเนินเอกสารด้วยตัวเอง  ทางเต็นท์รถจะเป็นคนจัดการเรื่องเอกสารให้คุณเอง และยังต้องทำเอกสารในการโอนสิทธิ์การผ่อนรถใหม่ด้วย โดยการเทิร์นรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ผู้ขายจะต้องเช็กราคาที่จะขายได้ก่อน ว่าเพียงพอต่อการเทิร์นรถใหม่หรือไม่ หากเงินที่ขายรถได้นั้นน้อยกว่าเงินที่จะซื้อรถใหม่มาก ก็อาจจะไม่คุ้มเพราะคุณจะต้องไปหาเงินอีกก้อนมาเพิ่ม <br />
<br />
จะเห็นได้ว่าการเทิร์นรถในแต่ละแบบ จะมีความคุ้มค่าที่แตกต่างกันออกไป ให้คุณเลือกเทิร์นรถในแบบที่คุณชอบ ตอบโจทย์ความต้องการในการซื้อรถขณะนั้น ว่าคุณอยากได้อะไร ที่สำคัญอย่าลืมศึกษาตลาด และการตั้งราคาให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ช่วยป้องกันการถูกกดราคาอีกด้วย เมื่อใกล้ถึงวันที่จะต้องส่งมอบรถยนต์ให้ คุณจะต้องนำรถไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และยังรู้สึกคุ้มค่าที่จะซื้อรถต่อจากคุณอีกด้วย ขอแนะนำตัวช่วยของคนใช้รถ ไม่ว่าจะรถเก่าหรือรถใหม่ รถทุกคันมีได้! <a href="https://rabbitcare.com/car-insurance" target="_blank">ประกันรถยนต์</a>ที่มีบริษัทประกันเจ้าดังให้คุณได้เลือกหลากหลาย ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่อนสบาย ๆ ได้ทั้งบัตรเครดิต และเงินสด ได้ราคาดีกว่าซื้อตรงอย่างแน่นอน และยังมีบริการช่วยเหลือพิเศษเฉพาะของ Rabbit Care อีกด้วย สมัครเลย!]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ยาง ออฟ โรด คืออะไร เลือกเปลี่ยนและดูแลรักษาอย่างไรจึงเหมาะสม]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=96787</link>
			<pubDate>Thu, 27 Apr 2023 17:52:48 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=96787</guid>
			<description><![CDATA[ปัจจุบันคือยุคที่ผู้คนนิยมความสะดวกสบายไปเสียทุกด้าน อย่างเช่น การช้อปปิ้งออนไลน์หรือการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ไม่เว้นแม้แต่ด้านการเดินทางที่ผู้คนนิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก สำหรับครอบครัวเล็กอาจเน้นพวกรถ Eco Car ที่ทั้งประหยัดน้ำมันและเดินทางตามตรอกซอกซอยได้ง่าย แต่ก็มีคนไม่น้อยนิยมเลือกใช้รถใหญ่จำพวกรถ SUV ที่ก็ต้องเลือกใช้ ยาง SUV อย่างถูกประเภทด้วย วันนี้จึงจะมาแชร์ให้รู้จักกันว่า ยาง ออฟ โรด คืออะไร ควรเลือกและดูแลรักษาอย่างไรจึงเหมาะสม<br />
<br />
	รถราในบ้านเรามีอยู่มากมายหลายประเภทเนื่องจากความต้องการใช้งานของแต่ละคนมีความแตกต่างกันตั้งแต่รถ Eco Car ซึ่งเป็นรถเล็ก ไปจนถึงรถ SUV ขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยสำหรับครอบครัวหรือรถกระบะใช้เพื่อการบรรทุกหรือส่งของ ซึ่งการเลือกใช้รถใหญ่จำเป็นจะต้องเลือกใช้ ยาง ออฟ โรด ที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่หรือการใช้งานด้วย ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผู้เลือกใช้รถใหญ่ต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย<br />
<br />
           หน้าที่ของยาง ที่หลายคนอาจเข้าใจว่ามีเพียงการช่วยด้านการขับเคลื่อนของรถยนต์ให้ไปสู่จุดหมายปลายทางเท่านั้น เรื่องนี้เป็นความเข้าใจที่ฉาบฉวยเกินไป เพราะนอกจากหน้าที่ในการช่วยการขับเคลื่อนแล้ว ยางยังมีส่วนสำคัญในการรองรับทั้งน้ำหนักรถ ลดแรงกระแทกจากการขับขี่ เป็นตัวเชื่อมต่อไปยังพวงมาลัยให้การขับเคลื่อนทำได้ดังใจ รวมไปถึงพื้นผิวถนนที่มีรูปแบบแตกต่างกันทั้งเปียก แห้ง ดินโคลน ลูกรัง หรือขรุขระด้วย ดังนั้นใครใช้รถทำกิจกรรมอะไรก็ต้องรู้จักเลือกใช้ยางที่ถูกต้องด้วย เช่น วิ่งในชีวิตประจำวันใช้แค่ยาง HT ก็ได้ หรือพวกที่ชอบลุยก็ต้องใช้ ยาง SUV ประเภทยาง MT หรือ mud terrain เพื่อให้ขับลุยป่าฝ่าดงหรือลุยน้ำโคลนได้คล่องตัวหน่อย<br />
<br />
         ต้องทำความเข้าใจกับตัวอักษร lt บนแก้มยาง ซึ่งเป็นการบอกประเภทของยางว่าเป็นยางแบบ  lt หรือ light truck ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถปิกอัพ รถบรรทุกหรือรถใหญ่ ส่วนถ้าเป็นอักษร P แทนที่ lt หมายถึงเป็นยางที่ใช้กับรถยนต์นั่งทั่วไป ดังนั้นชัดเจนว่า lt คือยางรถใหญ่ที่สามารถสูบลมได้อย่างน้อย 60 ปอนด์เพื่อรับน้ำหนักในการบรรทุกของได้ดี รวมทั้งโครงสร้างของยาง light truck นั้นจะแข็งแรงกว่ายางแบบ H/T เหมาะกับการขับเคลื่อนในระยะยาวเพียงแต่นุ่มนวลน้อยกว่า ดังนั้นจะต้องสังเกตอักษร lt บนแก้มยางเพื่อเลือกใช้ให้ถูกด้วยจะได้ป้องกันการเกิดหน้ายางล่อนออกเป็นแผ่นได้<br />
<br />
         รู้จักการทำความสะอาดยางที่ถูกต้อง โดยควรทำความสะอาดด้วยการใช้สเปรย์หรือน้ำยาทำความสะอาดโดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามขัดยางด้วยแปรงและผงซักฟอกเด็ดขาดเพราะจะทำให้โมเลกุลของคาร์บอนและสารเคมีที่เคลือบยางอยู่ได้รับความเสียหายจนเป็นเหตุให้ยางหมดอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ และหากมีการใช้รถลุยดินโคลนมาก ๆ ควรมีการถอดยางไปล้างขอบเพื่อทำความสะอาดเศษฝุ่น ทรายที่อัดอยู่ในร่องระหว่างล้อกับยางที่อาจทำให้ลมยางซึมออกมาได้ออกด้วย<br />
<br />
         รู้จักความหมายของตัวเลขหน้ายาง ซึ่งบ่งบอกถึงโครงสร้างยางจะได้เลือกใช้ให้ถูกต้อง โดยตัวเลขหน้ายางจะประกอบไปด้วยรหัสของเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่บอกได้ว่ายางแบบไหนถึงสวมกับกระทะล้อได้ เช่น 225 / 70r15 80s คือหน้ายางกว้าง 225 มม. / ความสูงคือ 70% ของหน้ายางเรเดียล &reg; / เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อคือ 15 นิ้ว / เลข 80 คืออัตรารับน้ำหนักสูงสุดต่อล้อ (80 เท่ากับ 450 กก.) / s อัตราความเร็วสูงสุด (s เท่ากับ 180 กม./ชม.) เป็นต้น<br />
<br />
         สรุปก็คือใครเลือกใช้รถประเภทไหนก็ต้อง<a href="https://www.grandprix.co.th/วิธีการเลือกยางรถยนต์/" target="_blank">การเลือกยางรถยนต์</a>ที่ถูกต้องด้วย ซึ่งหากกำลังมองหายางทีมีคุณภาพใช้ได้คงทน หรือมีคำถามในใจว่า <a href="https://news.trueid.net/detail/pLqyA27b8RWL" target="_blank">ยางรถยนต์ขอบ18ยี่ห้อไหนดี</a>ขอแนะนำให้เข้าไปเลือกช้อปได้ที่<a href="https://www.autospinn.com/2022/08/bridgestone-tires-by-type-91050" target="_blank">ยาง bridgestone​</a> ​ เพราะที่ Bridgestone มียางให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งตามประเภทรถหรือสไตล์การขับขี่เพื่อสามารถเดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/09/07/alsaTJ.md.png" border="0" alt="[Image: alsaTJ.md.png]" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ปัจจุบันคือยุคที่ผู้คนนิยมความสะดวกสบายไปเสียทุกด้าน อย่างเช่น การช้อปปิ้งออนไลน์หรือการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ไม่เว้นแม้แต่ด้านการเดินทางที่ผู้คนนิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก สำหรับครอบครัวเล็กอาจเน้นพวกรถ Eco Car ที่ทั้งประหยัดน้ำมันและเดินทางตามตรอกซอกซอยได้ง่าย แต่ก็มีคนไม่น้อยนิยมเลือกใช้รถใหญ่จำพวกรถ SUV ที่ก็ต้องเลือกใช้ ยาง SUV อย่างถูกประเภทด้วย วันนี้จึงจะมาแชร์ให้รู้จักกันว่า ยาง ออฟ โรด คืออะไร ควรเลือกและดูแลรักษาอย่างไรจึงเหมาะสม<br />
<br />
	รถราในบ้านเรามีอยู่มากมายหลายประเภทเนื่องจากความต้องการใช้งานของแต่ละคนมีความแตกต่างกันตั้งแต่รถ Eco Car ซึ่งเป็นรถเล็ก ไปจนถึงรถ SUV ขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยสำหรับครอบครัวหรือรถกระบะใช้เพื่อการบรรทุกหรือส่งของ ซึ่งการเลือกใช้รถใหญ่จำเป็นจะต้องเลือกใช้ ยาง ออฟ โรด ที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่หรือการใช้งานด้วย ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผู้เลือกใช้รถใหญ่ต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย<br />
<br />
           หน้าที่ของยาง ที่หลายคนอาจเข้าใจว่ามีเพียงการช่วยด้านการขับเคลื่อนของรถยนต์ให้ไปสู่จุดหมายปลายทางเท่านั้น เรื่องนี้เป็นความเข้าใจที่ฉาบฉวยเกินไป เพราะนอกจากหน้าที่ในการช่วยการขับเคลื่อนแล้ว ยางยังมีส่วนสำคัญในการรองรับทั้งน้ำหนักรถ ลดแรงกระแทกจากการขับขี่ เป็นตัวเชื่อมต่อไปยังพวงมาลัยให้การขับเคลื่อนทำได้ดังใจ รวมไปถึงพื้นผิวถนนที่มีรูปแบบแตกต่างกันทั้งเปียก แห้ง ดินโคลน ลูกรัง หรือขรุขระด้วย ดังนั้นใครใช้รถทำกิจกรรมอะไรก็ต้องรู้จักเลือกใช้ยางที่ถูกต้องด้วย เช่น วิ่งในชีวิตประจำวันใช้แค่ยาง HT ก็ได้ หรือพวกที่ชอบลุยก็ต้องใช้ ยาง SUV ประเภทยาง MT หรือ mud terrain เพื่อให้ขับลุยป่าฝ่าดงหรือลุยน้ำโคลนได้คล่องตัวหน่อย<br />
<br />
         ต้องทำความเข้าใจกับตัวอักษร lt บนแก้มยาง ซึ่งเป็นการบอกประเภทของยางว่าเป็นยางแบบ  lt หรือ light truck ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถปิกอัพ รถบรรทุกหรือรถใหญ่ ส่วนถ้าเป็นอักษร P แทนที่ lt หมายถึงเป็นยางที่ใช้กับรถยนต์นั่งทั่วไป ดังนั้นชัดเจนว่า lt คือยางรถใหญ่ที่สามารถสูบลมได้อย่างน้อย 60 ปอนด์เพื่อรับน้ำหนักในการบรรทุกของได้ดี รวมทั้งโครงสร้างของยาง light truck นั้นจะแข็งแรงกว่ายางแบบ H/T เหมาะกับการขับเคลื่อนในระยะยาวเพียงแต่นุ่มนวลน้อยกว่า ดังนั้นจะต้องสังเกตอักษร lt บนแก้มยางเพื่อเลือกใช้ให้ถูกด้วยจะได้ป้องกันการเกิดหน้ายางล่อนออกเป็นแผ่นได้<br />
<br />
         รู้จักการทำความสะอาดยางที่ถูกต้อง โดยควรทำความสะอาดด้วยการใช้สเปรย์หรือน้ำยาทำความสะอาดโดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามขัดยางด้วยแปรงและผงซักฟอกเด็ดขาดเพราะจะทำให้โมเลกุลของคาร์บอนและสารเคมีที่เคลือบยางอยู่ได้รับความเสียหายจนเป็นเหตุให้ยางหมดอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ และหากมีการใช้รถลุยดินโคลนมาก ๆ ควรมีการถอดยางไปล้างขอบเพื่อทำความสะอาดเศษฝุ่น ทรายที่อัดอยู่ในร่องระหว่างล้อกับยางที่อาจทำให้ลมยางซึมออกมาได้ออกด้วย<br />
<br />
         รู้จักความหมายของตัวเลขหน้ายาง ซึ่งบ่งบอกถึงโครงสร้างยางจะได้เลือกใช้ให้ถูกต้อง โดยตัวเลขหน้ายางจะประกอบไปด้วยรหัสของเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่บอกได้ว่ายางแบบไหนถึงสวมกับกระทะล้อได้ เช่น 225 / 70r15 80s คือหน้ายางกว้าง 225 มม. / ความสูงคือ 70% ของหน้ายางเรเดียล &reg; / เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อคือ 15 นิ้ว / เลข 80 คืออัตรารับน้ำหนักสูงสุดต่อล้อ (80 เท่ากับ 450 กก.) / s อัตราความเร็วสูงสุด (s เท่ากับ 180 กม./ชม.) เป็นต้น<br />
<br />
         สรุปก็คือใครเลือกใช้รถประเภทไหนก็ต้อง<a href="https://www.grandprix.co.th/วิธีการเลือกยางรถยนต์/" target="_blank">การเลือกยางรถยนต์</a>ที่ถูกต้องด้วย ซึ่งหากกำลังมองหายางทีมีคุณภาพใช้ได้คงทน หรือมีคำถามในใจว่า <a href="https://news.trueid.net/detail/pLqyA27b8RWL" target="_blank">ยางรถยนต์ขอบ18ยี่ห้อไหนดี</a>ขอแนะนำให้เข้าไปเลือกช้อปได้ที่<a href="https://www.autospinn.com/2022/08/bridgestone-tires-by-type-91050" target="_blank">ยาง bridgestone​</a> ​ เพราะที่ Bridgestone มียางให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งตามประเภทรถหรือสไตล์การขับขี่เพื่อสามารถเดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/09/07/alsaTJ.md.png" border="0" alt="[Image: alsaTJ.md.png]" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เลือกยางให้ตรงสไตล์ ก่อนใช้จึงควรรู้จักทั้ง ยางสปอร์ต ยางนุ่มเงียบ และยางประหยัดน้ำมั]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=96648</link>
			<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 15:39:53 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=96648</guid>
			<description><![CDATA[ปัจจุบันมียางรถยนต์มากมายหลายประเภทให้เลือกใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ ดังนั้นก่อนซื้อยางเส้นใหม่จึงควรสำรวจตนเองก่อนว่ามีสไตล์การขับขี่แบบไหน ต้องการความนุ่มเงียบ ประหยัดน้ำมันหรือชอบการขับขี่แบบเร้าใจใช้ความเร็วสูง ส่วนใหญ่ขับรถในเมืองหรือนอกเมือง สภาพถนนเป็นอย่างไร เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วจึงค่อยเลือกว่ายางประเภทใดที่เหมาะกับการใช้งานและตรงกับสไตล์ของผู้ขับขี่มากที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วยางที่มักจะได้รับความนิยมมีดังนี้<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><a href="https://www.autodeft.com/deftscoop/5-sedan-and-suv-soft-and-silence-tires" target="_blank">ยางนุ่มเงียบ</a>/ ยางคอมฟอร์ท / ยางทัวริ่ง  <a href="https://www.autodeft.com/deftscoop/5-sedan-and-suv-soft-and-silence-tires" target="_blank">ยาง suv​</a> </span><br />
<br />
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบและนุ่มสบายในการขับขี่ แรงกดจากน้ำหนักบรรทุกจะถูกกระจายไปยังบริเวณผิวสัมผัสหน้ายางอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดแรงกระแทกได้ดี ทั้งยังมีการเสริมเนื้อยางบริเวณแก้มยางซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดแรงสั่นสะเทือนทำให้รู้สึกนุ่มนวลในการขับขี่ เกาะถนนดี มีอายุการใช้งานยาวนานและเน้นการขับขี่ในเมือง<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><a href="https://news.trueid.net/detail/D54xG9p742j5" target="_blank">ยางสปอร์ต</a>​ / ยางสมรรถนะสูง</span><br />
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเร้าใจสไตล์สปอร์ต ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการรีดน้ำและยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ให้การเบรกที่เหนือชั้น ตอบสนองต่อพวงมาลัยได้ดีทั้งสภาพถนนเปียกและถนนแห้ง จึงเหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วบนพื้นถนนเรียบและจะรับแรงกระแทกได้น้อยลงหากเป็นพื้นถนนขรุขระ จุดเด่นอีกประการของยางสปอร์ตคือดอกยางมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ยางประหยัดน้ำมัน</span><br />
เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ใช้รถ Eco Car เน้นประหยัดน้ำมัน ไม่เน้นสมรรถนะ เป็นยางซึ่งถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพการหมุนที่ดี มีแรงต้านการหมุนต่ำจึงใช้พลังงานในการหมุนน้อยส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ยึดเกาะถนนได้ดี มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถใช้ขับขี่ได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากนัก <br />
<br />
เมื่อได้คำตอบว่าตนเองมีสไตล์การขับขี่แบบไหนจะช่วยให้เลือกยางได้ตรงกับความต้องการง่ายขึ้น เช่น หากสนุกกับการใช้ความเร็วในการขับรถ ยางสปอร์ต น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดี บริดจสโตนได้พัฒนาและคิดค้น POTENZA ยางสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ให้การควบคุมแม่นยำ ยึดเกาะถนนและตอบสนองต่อพวงมาลัยเป็นเยี่ยม ให้การขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมลวดลายดอกยางอันเป็นเอกลักษณ์ โดย POTENZA มีหลายรุ่นให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับรถประเภทต่าง ๆ ซึ่งหากกำลังมองหา ยาง รถยนต์ ขอบ 17 ยี่ห้อ ไหน ดี ขอแนะนำ POTENZA S007A ยางสปอร์ตขอบ 17 นิ้ว รุ่นยอดนิยมที่มีการค้นหามากที่สุดของบริดจสโตน ให้ประสิทธิภาพสูงในทุกด้าน คล่องตัวทุกสถานการณ์ เกาะถนนเป็นเยี่ยม ปลอดภัยด้วยระยะเบรกที่สั้นลงกว่าเดิม<br />
เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ยางสปอร์ตให้โอกาสตัวเองได้สัมผัส POTENZA ขีดสุดของยางสมรรถนะสูงจากบริดจสโตน<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/09/07/alsaTJ.md.png" border="0" alt="[Image: alsaTJ.md.png]" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ปัจจุบันมียางรถยนต์มากมายหลายประเภทให้เลือกใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ ดังนั้นก่อนซื้อยางเส้นใหม่จึงควรสำรวจตนเองก่อนว่ามีสไตล์การขับขี่แบบไหน ต้องการความนุ่มเงียบ ประหยัดน้ำมันหรือชอบการขับขี่แบบเร้าใจใช้ความเร็วสูง ส่วนใหญ่ขับรถในเมืองหรือนอกเมือง สภาพถนนเป็นอย่างไร เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วจึงค่อยเลือกว่ายางประเภทใดที่เหมาะกับการใช้งานและตรงกับสไตล์ของผู้ขับขี่มากที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วยางที่มักจะได้รับความนิยมมีดังนี้<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><a href="https://www.autodeft.com/deftscoop/5-sedan-and-suv-soft-and-silence-tires" target="_blank">ยางนุ่มเงียบ</a>/ ยางคอมฟอร์ท / ยางทัวริ่ง  <a href="https://www.autodeft.com/deftscoop/5-sedan-and-suv-soft-and-silence-tires" target="_blank">ยาง suv​</a> </span><br />
<br />
เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบและนุ่มสบายในการขับขี่ แรงกดจากน้ำหนักบรรทุกจะถูกกระจายไปยังบริเวณผิวสัมผัสหน้ายางอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดแรงกระแทกได้ดี ทั้งยังมีการเสริมเนื้อยางบริเวณแก้มยางซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดแรงสั่นสะเทือนทำให้รู้สึกนุ่มนวลในการขับขี่ เกาะถนนดี มีอายุการใช้งานยาวนานและเน้นการขับขี่ในเมือง<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><a href="https://news.trueid.net/detail/D54xG9p742j5" target="_blank">ยางสปอร์ต</a>​ / ยางสมรรถนะสูง</span><br />
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเร้าใจสไตล์สปอร์ต ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการรีดน้ำและยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ให้การเบรกที่เหนือชั้น ตอบสนองต่อพวงมาลัยได้ดีทั้งสภาพถนนเปียกและถนนแห้ง จึงเหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วบนพื้นถนนเรียบและจะรับแรงกระแทกได้น้อยลงหากเป็นพื้นถนนขรุขระ จุดเด่นอีกประการของยางสปอร์ตคือดอกยางมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ยางประหยัดน้ำมัน</span><br />
เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ใช้รถ Eco Car เน้นประหยัดน้ำมัน ไม่เน้นสมรรถนะ เป็นยางซึ่งถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพการหมุนที่ดี มีแรงต้านการหมุนต่ำจึงใช้พลังงานในการหมุนน้อยส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ยึดเกาะถนนได้ดี มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถใช้ขับขี่ได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากนัก <br />
<br />
เมื่อได้คำตอบว่าตนเองมีสไตล์การขับขี่แบบไหนจะช่วยให้เลือกยางได้ตรงกับความต้องการง่ายขึ้น เช่น หากสนุกกับการใช้ความเร็วในการขับรถ ยางสปอร์ต น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดี บริดจสโตนได้พัฒนาและคิดค้น POTENZA ยางสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ให้การควบคุมแม่นยำ ยึดเกาะถนนและตอบสนองต่อพวงมาลัยเป็นเยี่ยม ให้การขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมลวดลายดอกยางอันเป็นเอกลักษณ์ โดย POTENZA มีหลายรุ่นให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับรถประเภทต่าง ๆ ซึ่งหากกำลังมองหา ยาง รถยนต์ ขอบ 17 ยี่ห้อ ไหน ดี ขอแนะนำ POTENZA S007A ยางสปอร์ตขอบ 17 นิ้ว รุ่นยอดนิยมที่มีการค้นหามากที่สุดของบริดจสโตน ให้ประสิทธิภาพสูงในทุกด้าน คล่องตัวทุกสถานการณ์ เกาะถนนเป็นเยี่ยม ปลอดภัยด้วยระยะเบรกที่สั้นลงกว่าเดิม<br />
เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ยางสปอร์ตให้โอกาสตัวเองได้สัมผัส POTENZA ขีดสุดของยางสมรรถนะสูงจากบริดจสโตน<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/09/07/alsaTJ.md.png" border="0" alt="[Image: alsaTJ.md.png]" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รวมเทคนิคเตรียมความพร้อมที่ไบค์เกอร์ควรรู้ก่อนออกทริป]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=95663</link>
			<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 14:24:17 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=95663</guid>
			<description><![CDATA[<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/08/18/XeZ2wu.jpg" border="0" alt="[Image: XeZ2wu.jpg]" /><br />
สำหรับไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบการออกทริปคงจะทราบกันดี ว่าการเดินทางแต่ละครั้งมันไม่มีที่อะไรแน่นอน ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่วางไว้ ปัญหาเป็นสิ่งที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลา ดังนั้นการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับทุกสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น จึงเป็นทางออกเดียวที่เราสามารถทำได้ วันนี้เราจึงอยากจะมาแชร์เทคนิคเตรียมความพร้อมก่อนออกทริป ให้ทุกคนที่สนใจได้ลองอ่านและศึกษากันดูครับ<br />
<br />
1.ตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม<br />
<br />
ไบค์เกอร์ทุกคนจำเป็นต้องตรวจเช็กสภาพรถทุกครั้งก่อนออกทริป เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางมักมาจากตัวรถมอเตอร์ไซค์เสียเป็นส่วนใหญ่ คุณควรนำรถเข้าอู่เพื่อให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเดินทาง ว่าตัวรถของคุณมีปัญหาในจุดใดบ้าง อย่าประมาทและละเลยขั้นตอนนี้เด็ดขาด เพราะปัญหาหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจร้ายแรงถึงชีวิต หากคุณพบว่ารถมอเตอร์ไซค์ไม่พร้อมที่จะขับขี่จริง ๆ ก็ไม่ควรฝืนออกเดินทาง จงจำไว้ว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก<br />
<br />
2.ตรวจเช็กอุปกรณ์ที่จำเป็น<br />
<br />
หมวกกันน็อค ถุงมือ เสื้อกันฝน ใบขับขี่ เอกสารสำคัญ อุปกรณ์สื่อสาร แบตเตอรี่สำรอง และชุดอุปกรณ์ซ่อมแซมต่าง ๆ เบื้องต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ไบค์เกอร์ควรพกติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ออกทริป พยายามอย่าลืมหรือละเลยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณอาจต้องเผชิญกับพายุฝนระหว่างเดินทาง และมันคงแย่มากถ้าคุณดันลืมเสื้อกันฝนไว้ที่บ้าน หรือเจอเหตุการณ์<a href="https://www.aprtech.co.th/content/6734/motorcycle-not-starting" target="_blank">รถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทไม่ติด</a>ที่อาจเกิดขึ้นได้แทบจะตลอดเวลา หากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที มันคงทำให้ทริปเที่ยวหมดสนุกไปไม่น้อยเลยทีเดียว<br />
<br />
3.เรียนรู้สัญญาณมือและมารยาทในการขับขี่<br />
<br />
ก่อนที่เราจะเดินทางในรูปแบบของทริปทัวร์ริ่ง (การขับรถเป็นขบวน) ไบค์เกอร์ควรศึกษาภาษามือ หน้าที่ ตำแหน่ง และมารยาทในการขับขี่ให้ดี เพราะมันจะช่วยให้คุณและเพื่อน ๆ เดินทางกันปลอดภัยมากขึ้น ทำให้การเดินทางของคุณไม่มีอะไรมาติดขัด ซึ่งนอกจากความรู้ทั่วไปที่จำเป็นแล้ว กฎจราจรก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกด้วย <br />
<br />
4.ศึกษาเส้นทางและเบอร์โทรฉุกเฉินของพื้นที่ที่จะไป<br />
<br />
แม้ว่าในยุคปัจจุบันจะมีเทคโนโลยี GPS หรือ Google Map ให้เราใช้งานกันได้อย่างอิสระ แต่การศึกษาเส้นทางล่วงหน้าก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราจะได้รู้ว่าถนนหรือสถานที่ที่เราจะไปมีอะไรรออยู่บ้าง อย่างน้อยที่สุดคุณก็ควรจะรู้ว่าเส้นทางในพื้นที่มีลักษณะแบบไหน เป็นถนนอะไร และอย่าลืมค้นหาเบอร์โทรฉุกเฉินในพื้นที่เผื่อเอาไว้ด้วย<br />
<br />
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกทริปเป็นเรื่องสำคัญ มันถือเป็นความรับผิดชอบที่คนใช้รถใช้ถนนไม่ควรมองข้าม เพราะปัญหาทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกที่ทุกเวลา เหมือนกับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนาน ที่อาจเกิดขึ้นได้กับรถมอเตอร์ไซค์ทุกคันทุกรุ่น มาเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมที่ต้นเหตุ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK XS 0.8 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด! ลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟภายในตัวรถอย่างแน่นอน <br />
<br />
สั่งซื้อตอนนี้รับโปรโมชันราคาพิเศษทันที &gt;&gt;<a href="https://www.aprtech.co.th/product/24230-18495/ctek-xs-08" target="_blank">ดูรายละเอียดเครื่องชาร์จคลิกที่นี่</a>&lt;&lt;<br />
<br />
ขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="https://www.yamaha-motor.co.th/blog/detail?url=%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9B&amp;cate=tip-amp-tricks" target="_blank">yamaha-motor.co.th</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/08/18/XeZ2wu.jpg" border="0" alt="[Image: XeZ2wu.jpg]" /><br />
สำหรับไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบการออกทริปคงจะทราบกันดี ว่าการเดินทางแต่ละครั้งมันไม่มีที่อะไรแน่นอน ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่วางไว้ ปัญหาเป็นสิ่งที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลา ดังนั้นการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับทุกสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น จึงเป็นทางออกเดียวที่เราสามารถทำได้ วันนี้เราจึงอยากจะมาแชร์เทคนิคเตรียมความพร้อมก่อนออกทริป ให้ทุกคนที่สนใจได้ลองอ่านและศึกษากันดูครับ<br />
<br />
1.ตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม<br />
<br />
ไบค์เกอร์ทุกคนจำเป็นต้องตรวจเช็กสภาพรถทุกครั้งก่อนออกทริป เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางมักมาจากตัวรถมอเตอร์ไซค์เสียเป็นส่วนใหญ่ คุณควรนำรถเข้าอู่เพื่อให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเดินทาง ว่าตัวรถของคุณมีปัญหาในจุดใดบ้าง อย่าประมาทและละเลยขั้นตอนนี้เด็ดขาด เพราะปัญหาหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจร้ายแรงถึงชีวิต หากคุณพบว่ารถมอเตอร์ไซค์ไม่พร้อมที่จะขับขี่จริง ๆ ก็ไม่ควรฝืนออกเดินทาง จงจำไว้ว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก<br />
<br />
2.ตรวจเช็กอุปกรณ์ที่จำเป็น<br />
<br />
หมวกกันน็อค ถุงมือ เสื้อกันฝน ใบขับขี่ เอกสารสำคัญ อุปกรณ์สื่อสาร แบตเตอรี่สำรอง และชุดอุปกรณ์ซ่อมแซมต่าง ๆ เบื้องต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ไบค์เกอร์ควรพกติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ออกทริป พยายามอย่าลืมหรือละเลยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณอาจต้องเผชิญกับพายุฝนระหว่างเดินทาง และมันคงแย่มากถ้าคุณดันลืมเสื้อกันฝนไว้ที่บ้าน หรือเจอเหตุการณ์<a href="https://www.aprtech.co.th/content/6734/motorcycle-not-starting" target="_blank">รถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทไม่ติด</a>ที่อาจเกิดขึ้นได้แทบจะตลอดเวลา หากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที มันคงทำให้ทริปเที่ยวหมดสนุกไปไม่น้อยเลยทีเดียว<br />
<br />
3.เรียนรู้สัญญาณมือและมารยาทในการขับขี่<br />
<br />
ก่อนที่เราจะเดินทางในรูปแบบของทริปทัวร์ริ่ง (การขับรถเป็นขบวน) ไบค์เกอร์ควรศึกษาภาษามือ หน้าที่ ตำแหน่ง และมารยาทในการขับขี่ให้ดี เพราะมันจะช่วยให้คุณและเพื่อน ๆ เดินทางกันปลอดภัยมากขึ้น ทำให้การเดินทางของคุณไม่มีอะไรมาติดขัด ซึ่งนอกจากความรู้ทั่วไปที่จำเป็นแล้ว กฎจราจรก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกด้วย <br />
<br />
4.ศึกษาเส้นทางและเบอร์โทรฉุกเฉินของพื้นที่ที่จะไป<br />
<br />
แม้ว่าในยุคปัจจุบันจะมีเทคโนโลยี GPS หรือ Google Map ให้เราใช้งานกันได้อย่างอิสระ แต่การศึกษาเส้นทางล่วงหน้าก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราจะได้รู้ว่าถนนหรือสถานที่ที่เราจะไปมีอะไรรออยู่บ้าง อย่างน้อยที่สุดคุณก็ควรจะรู้ว่าเส้นทางในพื้นที่มีลักษณะแบบไหน เป็นถนนอะไร และอย่าลืมค้นหาเบอร์โทรฉุกเฉินในพื้นที่เผื่อเอาไว้ด้วย<br />
<br />
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกทริปเป็นเรื่องสำคัญ มันถือเป็นความรับผิดชอบที่คนใช้รถใช้ถนนไม่ควรมองข้าม เพราะปัญหาทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกที่ทุกเวลา เหมือนกับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนาน ที่อาจเกิดขึ้นได้กับรถมอเตอร์ไซค์ทุกคันทุกรุ่น มาเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมที่ต้นเหตุ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK XS 0.8 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด! ลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟภายในตัวรถอย่างแน่นอน <br />
<br />
สั่งซื้อตอนนี้รับโปรโมชันราคาพิเศษทันที &gt;&gt;<a href="https://www.aprtech.co.th/product/24230-18495/ctek-xs-08" target="_blank">ดูรายละเอียดเครื่องชาร์จคลิกที่นี่</a>&lt;&lt;<br />
<br />
ขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="https://www.yamaha-motor.co.th/blog/detail?url=%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9B&amp;cate=tip-amp-tricks" target="_blank">yamaha-motor.co.th</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[5 ชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีโอกาสเปลี่ยนบ่อยที่สุด]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=95604</link>
			<pubDate>Thu, 18 Aug 2022 16:49:22 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=95604</guid>
			<description><![CDATA[<img src="https://www.img.in.th/image/HNBsjA" border="0" alt="[Image: HNBsjA]" /><div style="text-align: center;"></div>
อาจเรียกได้ว่าทุกครั้งที่เราสตาร์ทรถ อายุการใช้งานของอะไหล่และชิ้นส่วนต่าง ๆ ก็กำลังถดถอยลดน้อยลงทีละน้อย ซึ่งเมื่อมีการใช้งานไปนาน ๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีบางชิ้นส่วนเกิดการขัดข้อง มีปัญหา และต้องได้รับการดูแลแก้ไข โดยจะมีชิ้นส่วนใดที่เราต้องระมัดระวังและใส่ใจเป็นพิเศษบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ<br />
<br />
1.น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง<br />
<br />
น้ำมันเครื่องมีหน้าที่ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นเจ้าของรถจำเป็นต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดเวลา โดยมีระยะเวลาในการเปลี่ยนทุก ๆ 5,000-10,000 กิโลเมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทน้ำมันเครื่องที่คุณใช้ และสามารถเปลี่ยนล่วงหน้าได้หากพบว่าน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพกลายเป็นสีดำ<br />
<br />
2.ผ้าเบรก<br />
<br />
ผ้าเบรกเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ส่งผลถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ มีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-70,000 กิโลเมตร โดยสัญญาณเตือนของผ้าเบรกที่เสื่อมสภาพนั้น มักจะมาเป็นเสียงดังเอี๊ยด ๆ ขณะเหยียบเบรก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายที่จานเบรกได้ <br />
<br />
3.ไส้กรองอากาศ<br />
<br />
ไส้กรองอากาศจะทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนที่จะเข้าไปในตัวรถ มันจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่เราต้องเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี มันเลยมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 20,000 กิโลเมตร แต่เราก็ควรทำความสะอาดในทุก ๆ 3,000-5,000 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการอุดตันที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมันจะส่งผลให้เครื่องยนต์มีกำลังที่ลดลง ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ <br />
<br />
4.ใบปัดน้ำฝน<br />
<br />
เราทราบกันดีว่าสภาพอากาศในประเทศไทยนั้นมีความไม่แน่นอนมากแค่ไหน จึงเป็นเรื่องปกติที่ใบปัดน้ำฝนจะมีอายุการใช้งานที่สั้น เพราะมันถูกเปิดใช้แทบจะตลอดเวลา เราจึงควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนหากพบว่ามันเสื่อมสภาพ อย่าปล่อยปละละเลยฝืนใช้งานต่อ หากที่ปัดน้ำฝนไม่สามารถรีดเอาน้ำออกจากกระจกได้เหมือนเก่า มันก็จะทำให้ทัศนวิสัยของคุณแย่จนอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้<br />
<br />
5.แบตเตอรี่<br />
<br />
แบตเตอรี่นั้นมีอายุการใช้งานปกติอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี แต่มันจะสั้นและเสื่อมไวขึ้นมากหากคุณจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพราะตัวแบตเตอรี่จะคลายประจุไฟตลอดเวลาในช่วงที่เราไม่ได้ขับ ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไข แบตเตอรี่จะเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ จนตัวแบตเสื่อมในที่สุด แบตเตอรี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนรถยนต์ ที่มีโอกาสเปลี่ยนบ่อยที่สุดหากเทียบกับชิ้นส่วนอื่น ๆ นั่นเอง<br />
<br />
ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหารถสตาร์ทไม่ติดจากอาการแบตเตอรี่เสื่อม การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่คอยชาร์จไฟทุกครั้งที่มีการจอดนานจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK MXS 5.0 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟฟ้าภายในตัวรถอย่างแน่นอน<br />
<br />
พิเศษ! สั่งซื้อตอนนี้รับโปรโมชันราคาพิเศษทันที &gt;&gt;ดูรายละเอียดเครื่องชาร์จคลิกที่นี่&lt;&lt;<br />
<br />
ขอบคุณข้อมูลจาก<br />
chi.co.th]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img src="https://www.img.in.th/image/HNBsjA" border="0" alt="[Image: HNBsjA]" /><div style="text-align: center;"></div>
อาจเรียกได้ว่าทุกครั้งที่เราสตาร์ทรถ อายุการใช้งานของอะไหล่และชิ้นส่วนต่าง ๆ ก็กำลังถดถอยลดน้อยลงทีละน้อย ซึ่งเมื่อมีการใช้งานไปนาน ๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีบางชิ้นส่วนเกิดการขัดข้อง มีปัญหา และต้องได้รับการดูแลแก้ไข โดยจะมีชิ้นส่วนใดที่เราต้องระมัดระวังและใส่ใจเป็นพิเศษบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ<br />
<br />
1.น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง<br />
<br />
น้ำมันเครื่องมีหน้าที่ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นเจ้าของรถจำเป็นต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดเวลา โดยมีระยะเวลาในการเปลี่ยนทุก ๆ 5,000-10,000 กิโลเมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทน้ำมันเครื่องที่คุณใช้ และสามารถเปลี่ยนล่วงหน้าได้หากพบว่าน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพกลายเป็นสีดำ<br />
<br />
2.ผ้าเบรก<br />
<br />
ผ้าเบรกเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ส่งผลถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ มีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-70,000 กิโลเมตร โดยสัญญาณเตือนของผ้าเบรกที่เสื่อมสภาพนั้น มักจะมาเป็นเสียงดังเอี๊ยด ๆ ขณะเหยียบเบรก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายที่จานเบรกได้ <br />
<br />
3.ไส้กรองอากาศ<br />
<br />
ไส้กรองอากาศจะทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนที่จะเข้าไปในตัวรถ มันจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่เราต้องเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี มันเลยมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 20,000 กิโลเมตร แต่เราก็ควรทำความสะอาดในทุก ๆ 3,000-5,000 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการอุดตันที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมันจะส่งผลให้เครื่องยนต์มีกำลังที่ลดลง ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ <br />
<br />
4.ใบปัดน้ำฝน<br />
<br />
เราทราบกันดีว่าสภาพอากาศในประเทศไทยนั้นมีความไม่แน่นอนมากแค่ไหน จึงเป็นเรื่องปกติที่ใบปัดน้ำฝนจะมีอายุการใช้งานที่สั้น เพราะมันถูกเปิดใช้แทบจะตลอดเวลา เราจึงควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนหากพบว่ามันเสื่อมสภาพ อย่าปล่อยปละละเลยฝืนใช้งานต่อ หากที่ปัดน้ำฝนไม่สามารถรีดเอาน้ำออกจากกระจกได้เหมือนเก่า มันก็จะทำให้ทัศนวิสัยของคุณแย่จนอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้<br />
<br />
5.แบตเตอรี่<br />
<br />
แบตเตอรี่นั้นมีอายุการใช้งานปกติอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี แต่มันจะสั้นและเสื่อมไวขึ้นมากหากคุณจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพราะตัวแบตเตอรี่จะคลายประจุไฟตลอดเวลาในช่วงที่เราไม่ได้ขับ ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไข แบตเตอรี่จะเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ จนตัวแบตเสื่อมในที่สุด แบตเตอรี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนรถยนต์ ที่มีโอกาสเปลี่ยนบ่อยที่สุดหากเทียบกับชิ้นส่วนอื่น ๆ นั่นเอง<br />
<br />
ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหารถสตาร์ทไม่ติดจากอาการแบตเตอรี่เสื่อม การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่คอยชาร์จไฟทุกครั้งที่มีการจอดนานจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK MXS 5.0 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟฟ้าภายในตัวรถอย่างแน่นอน<br />
<br />
พิเศษ! สั่งซื้อตอนนี้รับโปรโมชันราคาพิเศษทันที &gt;&gt;ดูรายละเอียดเครื่องชาร์จคลิกที่นี่&lt;&lt;<br />
<br />
ขอบคุณข้อมูลจาก<br />
chi.co.th]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เครื่องกลึงยันศูนย์มีหลักการทำงานอย่างไร]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=95586</link>
			<pubDate>Wed, 17 Aug 2022 16:01:05 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=95586</guid>
			<description><![CDATA[<a href="https://www.suthong.co.th/main/newsdetail/54" target="_blank">เครื่องกลึงยันศูนย์</a>เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการตัดและขึ้นรูปชิ้นส่วนโลหะ ประกอบด้วยสปินเดิล หัวจับ และที่วางเครื่องมือ แกนหมุนยึดชิ้นงานให้เข้าที่ในขณะที่หัวจับยึดเครื่องมือตัด เป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่ใช้กันทั่วไปในร้านขายโลหะ สามารถใช้สร้างรูปทรงต่างๆ เช่น แท่งกลม แท่งสี่เหลี่ยม และแผ่นโลหะแบน ขึ้นอยู่กับประเภทของชิ้นงานที่ใช้ เครื่องกลึงยันศูนย์เป็นเครื่องมือกลที่ใช้ในงานโลหะ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้<br />
<br />
เครื่องกลึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ยานยนต์ และอุตสาหกรรมการผลิต พวกเขายังใช้ในการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักรเช่นสว่านและเลื่อย เครื่องมือกลนี้ช่วยให้สามารถตัดเฉือนวัสดุทุกประเภทได้อย่างแม่นยำเพราะสามารถใช้ได้กับพื้นผิวที่หลากหลายที่มีรูปร่างและขนาดต่างกัน เครื่องกลึงยันศูนย์มีส่วนประกอบหลักสามส่วน ได้แก่ สปินเดิล หัวจับหรือคอลเล็ต (อุปกรณ์ที่ยึดชิ้นงาน) และโต๊ะทำงานหรือเตียงที่มีที่พักมั่นคงสำหรับจับชิ้นงานในมุมต่างๆ<br />
<br />
เครื่องกลึงยันศูนย์เป็นเครื่องที่ใช้ขึ้นรูปโลหะและไม้ ประกอบด้วยแกนหมุนแนวตั้งที่มีส่วนหัวแนวนอน headstock มีเครื่องมือตัดตรงแบบยาวที่เรียกว่าที่วางเครื่องมือ ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้ใช้งานโดยง่ายทีละคน ทำงานโดยการหมุนชิ้นงานระหว่างสปินเดิลและที่พักเครื่องมือ พร้อมกับใช้แรงกดกับหัวจับหรือปลอกรัด และใช้แป้นเหยียบของผู้ควบคุมเพื่อควบคุมอัตราการป้อน ความลึกของการตัด ความเร็วของการหมุน และทิศทางการหมุน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องกลึงแนวตั้งหรือเครื่องกลึงแนวตั้งขึ้นอยู่กับวิธีการวางแนวที่สัมพันธ์กับชิ้นงาน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.suthong.co.th/main/newsdetail/54" target="_blank">เครื่องกลึงยันศูนย์</a>เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการตัดและขึ้นรูปชิ้นส่วนโลหะ ประกอบด้วยสปินเดิล หัวจับ และที่วางเครื่องมือ แกนหมุนยึดชิ้นงานให้เข้าที่ในขณะที่หัวจับยึดเครื่องมือตัด เป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่ใช้กันทั่วไปในร้านขายโลหะ สามารถใช้สร้างรูปทรงต่างๆ เช่น แท่งกลม แท่งสี่เหลี่ยม และแผ่นโลหะแบน ขึ้นอยู่กับประเภทของชิ้นงานที่ใช้ เครื่องกลึงยันศูนย์เป็นเครื่องมือกลที่ใช้ในงานโลหะ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้<br />
<br />
เครื่องกลึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ยานยนต์ และอุตสาหกรรมการผลิต พวกเขายังใช้ในการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักรเช่นสว่านและเลื่อย เครื่องมือกลนี้ช่วยให้สามารถตัดเฉือนวัสดุทุกประเภทได้อย่างแม่นยำเพราะสามารถใช้ได้กับพื้นผิวที่หลากหลายที่มีรูปร่างและขนาดต่างกัน เครื่องกลึงยันศูนย์มีส่วนประกอบหลักสามส่วน ได้แก่ สปินเดิล หัวจับหรือคอลเล็ต (อุปกรณ์ที่ยึดชิ้นงาน) และโต๊ะทำงานหรือเตียงที่มีที่พักมั่นคงสำหรับจับชิ้นงานในมุมต่างๆ<br />
<br />
เครื่องกลึงยันศูนย์เป็นเครื่องที่ใช้ขึ้นรูปโลหะและไม้ ประกอบด้วยแกนหมุนแนวตั้งที่มีส่วนหัวแนวนอน headstock มีเครื่องมือตัดตรงแบบยาวที่เรียกว่าที่วางเครื่องมือ ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้ใช้งานโดยง่ายทีละคน ทำงานโดยการหมุนชิ้นงานระหว่างสปินเดิลและที่พักเครื่องมือ พร้อมกับใช้แรงกดกับหัวจับหรือปลอกรัด และใช้แป้นเหยียบของผู้ควบคุมเพื่อควบคุมอัตราการป้อน ความลึกของการตัด ความเร็วของการหมุน และทิศทางการหมุน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องกลึงแนวตั้งหรือเครื่องกลึงแนวตั้งขึ้นอยู่กับวิธีการวางแนวที่สัมพันธ์กับชิ้นงาน]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[บอกหมดไม่มีกั๊ก! เช็กราคายางรถยนต์ 5 แบรนด์ยอดนิยมของคนไทยก่อนใครได้ที่นี่]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=75536</link>
			<pubDate>Fri, 06 May 2022 17:25:49 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=75536</guid>
			<description><![CDATA[เพราะเรื่อง<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถยนต์</a> มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับความปลอดภัยบนท้องถนน ประกอบกับอัตราการซื้อรถและใช้รถยนต์ของคนไทยที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยางรถยนต์จึงต้องมีการพัฒนาคุณภาพให้ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย เช่น ความนุ่มเงียบหรือช่วยประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญคือคุณภาพ ต้องควบคู่มากับ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th" target="_blank"> ราคายางรถยนต์ </a>และแบรนด์รถยนต์ที่เด่น ๆ ในบ้านเรามี 5 แบรนด์ด้วยกัน วันนี้เราบอกหมดแบบไม่กั๊กว่ายางรถยนต์แต่ละแบรนด์แต่ละแบรนด์ต่างกันอย่างไร รวมถึงคนส่วนใหญ่ใช้ยางอะไรจาก Bridgestone ด้วย<br />
<br />
            ภาพลักษณ์ของรถเบนซ์ แสดงถึงความมีระดับน่าเกรงขาม ขณะเดียวกันก็ยังมีความแกร่งแบบสปอร์ตอยู่ไปด้วยความสปอร์ต ผู้ที่เลือกใช้รถเบนซ์หมายถึงต้องการความนุ่มเงียบ ยางที่ใช้ต้องยึดเกาะถนนได้ดี และขณะเข้าโค้งก็ต้องแข็งแกร่งมั่นคงด้วย ยางรถเบนซ์ของ Bridgestone ที่คนเลือกใช้กันมาก เช่น รถ  MERCEDEZ-BENZ C250 กับยางขอบ 19 POTENZA ADRENLIN RE004 ที่มีดีไซน์ดอกยางแบบเรียบหรู ช่วยให้การเข้าโค้งเหนือชั้น มีระดับ ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ราคาอยู่ระหว่างเส้นละ 7,350 – 9,000 บาท<br />
<br />
             สำหรับคนใช้รถ BMW มักบ่งบอกความมีสไตล์สนุกสนาน ร่าเริง ชอบการผจญภัย ยางรถยนต์ BMW จึงต้องตอบสนองการขับขี่ได้ทุกสภาพถนนไม่ว่าจะเปียกหรือแห้ง ทรงตัวได้ดีทั้งถนนเรียบหรือขรุขระ ที่ยังให้ความรู้สึกนุ่มสบายตลอดเวลาของการขับขี่ ยางรถ BMW ของ Bridgestone ก็มีให้เลือกหลายรุ่นเช่นกัน เช่น BMW 328I เหมาะกับยางขอบ 18 DUELER H/T 684 ซึ่งออกแบบมาให้ยึดเกาะถนนได้เยี่ยมทุกสภาพถนนแถมลดเสียงรบกวน ราคายางเส้นละ 7,300 บาท<br />
<br />
              ลักษณะของผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า คือความเรียบง่าย ประหยัด ยางที่ใช้จึงต้องช่วยด้านประหยัดน้ำมันเป็นหลัก รองลงมาคือความนุ่มเงียบและมั่นคงในการขับขี่ที่ต้องทรงตัวได้ดีทุกสภาพถนน ยางรถฮอนด้าจาก Bridgestone ที่คนเลือกใช้มากเช่น Honda Civic รุ่นปี 2018 เหมาะกับยางขอบ 16 ECOPIA EP300 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Nano Pro-Tech TM ช่วยประหยัดน้ำมันและขับนุ่มสบาย ราคาอยู่ระหว่างเส้นละ 3,450 – 4,100 บาท<br />
<br />
                รถยนต์โตโยต้า นับว่ามีผู้เลือกใช้กันมากเนื่องจากมีชื่อในเมืองไทยมานาน ซึ่งมีภาพลักษณ์ของความทนทาน แข็งแกร่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามยุคสมัย ซึ่ง Bridgestone มีการพัฒนา ยางรถยนต์โตโยต้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะด้านประหยัดพลังงาน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ความนุ่มเงียบ และลดแรงสั่นสะเทือนได้ดี ยางรถยนต์โตโยต้า ที่มีคนเลือกใช้มาก เช่น TURANZA T005A ที่ช่วยให้ผู้ขับเต็มไปด้วยสุนทรียภาพของการขับขี่ทั้งนุ่มเงียบ ยึดเกาะถนนและประหยัดน้ำมัน ราคายางเส้นละ 3,000 บาท<br />
<br />
               รถอีซูซุ โดดเด่นเรื่องการโดยสารซึ่งต้องรองรับน้ำหนักที่มากได้ ขณะเดียวกันการขับขี่ก็ยังคล่องตัว ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นแบบไหน ผู้ใช้รถอีซูซุก็ยังรู้สึกถึงความนุ่มนวลขณะขับได้ เวลาเข้าโค้งก็ต้องมั่นคงด้วย ยางรถอีซูซุของ Bridgestone จึงถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้มาก ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ลดการสั่นสะเทือนได้เยี่ยมยอด เช่น Isuzu D-Max กับยาง DURAVIS R611 ที่มีดอกยางตรง 4 ร่องช่วยให้การยึดเกาะถนนได้ดี และรองน้ำหนักมากได้ ราคาเส้นละ 3,450 บาท<br />
<br />
                บอกแล้วว่าไม่กั๊กแน่นอน เพราะตัวอย่างยาง Bridgestone ที่แนะนำมาชี้ให้เห็นแล้วว่าถูกออกแบบมาให้เหมาะกับยี่ห้อรถยนต์แต่ละประเภทจริง ๆ รวมถึง ราคายางรถยนต์ ก็เหมาะกับคุณสมบัติตามที่ได้ออกแบบมาด้วย หากว่ากำลังมองหา ยางรถยนต์ ที่มีให้เลือกตามยี่ห้อรถหลายรุ่น แนะนำให้มองหาที่ <a href="http://www.bridgestone.co.th/th/tire-type" target="_blank">http://www.bridgestone.co.th/th/tire-type</a> ยางแบรนด์คุณภาพยอดนิยม<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/02/25/rQurdz.png" border="0" alt="[Image: rQurdz.png]" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[เพราะเรื่อง<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถยนต์</a> มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับความปลอดภัยบนท้องถนน ประกอบกับอัตราการซื้อรถและใช้รถยนต์ของคนไทยที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยางรถยนต์จึงต้องมีการพัฒนาคุณภาพให้ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย เช่น ความนุ่มเงียบหรือช่วยประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญคือคุณภาพ ต้องควบคู่มากับ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th" target="_blank"> ราคายางรถยนต์ </a>และแบรนด์รถยนต์ที่เด่น ๆ ในบ้านเรามี 5 แบรนด์ด้วยกัน วันนี้เราบอกหมดแบบไม่กั๊กว่ายางรถยนต์แต่ละแบรนด์แต่ละแบรนด์ต่างกันอย่างไร รวมถึงคนส่วนใหญ่ใช้ยางอะไรจาก Bridgestone ด้วย<br />
<br />
            ภาพลักษณ์ของรถเบนซ์ แสดงถึงความมีระดับน่าเกรงขาม ขณะเดียวกันก็ยังมีความแกร่งแบบสปอร์ตอยู่ไปด้วยความสปอร์ต ผู้ที่เลือกใช้รถเบนซ์หมายถึงต้องการความนุ่มเงียบ ยางที่ใช้ต้องยึดเกาะถนนได้ดี และขณะเข้าโค้งก็ต้องแข็งแกร่งมั่นคงด้วย ยางรถเบนซ์ของ Bridgestone ที่คนเลือกใช้กันมาก เช่น รถ  MERCEDEZ-BENZ C250 กับยางขอบ 19 POTENZA ADRENLIN RE004 ที่มีดีไซน์ดอกยางแบบเรียบหรู ช่วยให้การเข้าโค้งเหนือชั้น มีระดับ ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ราคาอยู่ระหว่างเส้นละ 7,350 – 9,000 บาท<br />
<br />
             สำหรับคนใช้รถ BMW มักบ่งบอกความมีสไตล์สนุกสนาน ร่าเริง ชอบการผจญภัย ยางรถยนต์ BMW จึงต้องตอบสนองการขับขี่ได้ทุกสภาพถนนไม่ว่าจะเปียกหรือแห้ง ทรงตัวได้ดีทั้งถนนเรียบหรือขรุขระ ที่ยังให้ความรู้สึกนุ่มสบายตลอดเวลาของการขับขี่ ยางรถ BMW ของ Bridgestone ก็มีให้เลือกหลายรุ่นเช่นกัน เช่น BMW 328I เหมาะกับยางขอบ 18 DUELER H/T 684 ซึ่งออกแบบมาให้ยึดเกาะถนนได้เยี่ยมทุกสภาพถนนแถมลดเสียงรบกวน ราคายางเส้นละ 7,300 บาท<br />
<br />
              ลักษณะของผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า คือความเรียบง่าย ประหยัด ยางที่ใช้จึงต้องช่วยด้านประหยัดน้ำมันเป็นหลัก รองลงมาคือความนุ่มเงียบและมั่นคงในการขับขี่ที่ต้องทรงตัวได้ดีทุกสภาพถนน ยางรถฮอนด้าจาก Bridgestone ที่คนเลือกใช้มากเช่น Honda Civic รุ่นปี 2018 เหมาะกับยางขอบ 16 ECOPIA EP300 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Nano Pro-Tech TM ช่วยประหยัดน้ำมันและขับนุ่มสบาย ราคาอยู่ระหว่างเส้นละ 3,450 – 4,100 บาท<br />
<br />
                รถยนต์โตโยต้า นับว่ามีผู้เลือกใช้กันมากเนื่องจากมีชื่อในเมืองไทยมานาน ซึ่งมีภาพลักษณ์ของความทนทาน แข็งแกร่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามยุคสมัย ซึ่ง Bridgestone มีการพัฒนา ยางรถยนต์โตโยต้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะด้านประหยัดพลังงาน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ความนุ่มเงียบ และลดแรงสั่นสะเทือนได้ดี ยางรถยนต์โตโยต้า ที่มีคนเลือกใช้มาก เช่น TURANZA T005A ที่ช่วยให้ผู้ขับเต็มไปด้วยสุนทรียภาพของการขับขี่ทั้งนุ่มเงียบ ยึดเกาะถนนและประหยัดน้ำมัน ราคายางเส้นละ 3,000 บาท<br />
<br />
               รถอีซูซุ โดดเด่นเรื่องการโดยสารซึ่งต้องรองรับน้ำหนักที่มากได้ ขณะเดียวกันการขับขี่ก็ยังคล่องตัว ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นแบบไหน ผู้ใช้รถอีซูซุก็ยังรู้สึกถึงความนุ่มนวลขณะขับได้ เวลาเข้าโค้งก็ต้องมั่นคงด้วย ยางรถอีซูซุของ Bridgestone จึงถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้มาก ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ลดการสั่นสะเทือนได้เยี่ยมยอด เช่น Isuzu D-Max กับยาง DURAVIS R611 ที่มีดอกยางตรง 4 ร่องช่วยให้การยึดเกาะถนนได้ดี และรองน้ำหนักมากได้ ราคาเส้นละ 3,450 บาท<br />
<br />
                บอกแล้วว่าไม่กั๊กแน่นอน เพราะตัวอย่างยาง Bridgestone ที่แนะนำมาชี้ให้เห็นแล้วว่าถูกออกแบบมาให้เหมาะกับยี่ห้อรถยนต์แต่ละประเภทจริง ๆ รวมถึง ราคายางรถยนต์ ก็เหมาะกับคุณสมบัติตามที่ได้ออกแบบมาด้วย หากว่ากำลังมองหา ยางรถยนต์ ที่มีให้เลือกตามยี่ห้อรถหลายรุ่น แนะนำให้มองหาที่ <a href="http://www.bridgestone.co.th/th/tire-type" target="_blank">http://www.bridgestone.co.th/th/tire-type</a> ยางแบรนด์คุณภาพยอดนิยม<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/02/25/rQurdz.png" border="0" alt="[Image: rQurdz.png]" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[พรบ รถยนต์ คืออะไร แตกต่างจากประกันรถยนต์อย่างไร]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=70469</link>
			<pubDate>Sun, 01 May 2022 23:07:55 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=70469</guid>
			<description><![CDATA[เจ้าของรถทุกคนคงรู้อยู่แล้วเมื่อคิดจะซื้อรถยนต์ซักคันว่า พร บ รถยนต์ และประกันรถยนต์เป็นเรื่องสำคัญต่อผู้ที่ครอบครองรถยนต์และต้องต่ออายุทุกปี เพื่อประโยชน์ด้านความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารไปจนถึงบุคคลภายนอก จะเห็นได้ว่าทั้ง พ.ร.บ. รถยนต์และประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ถนนสบายใจยิ่งขึ้น แต่มีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่ เรามีคำอธิบายสำหรับคนที่ยังไม่ทราบ ดังนี้<br />
พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร คุ้มครองอะไร<br />
พร บ รถยนต์ คือ การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ เรียกกันว่า “ประกันภัย พ.ร.บ.” หรือ “ประกันภัยภาคบังคับ” กฎหมายกำหนดให้รถยนต์หรือจักรยานยนต์ทุกคันจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถยนต์ เมื่อทำ ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ เป็นหลักประกันว่าพอเกิดอุบัติเหตุแล้วจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แต่ไม่รวมความเสียหายของรถยนต์<br />
การ ต่อ พร บ รถยนต์ จำเป็นต้องทำล่วงหน้าก่อนหมดอายุ ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว ถ้าไม่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ จะยื่นต่อทะเบียนรถยนต์หรือต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ หากนำรถที่ พ.ร.บ. หมดอายุไปขับบนท้องถนนจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทอีกด้วย<br />
สิทธิประโยชน์ของ พ.ร.บ. รถยนต์ มี 2 รูปแบบคือ <br />
1.ค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าเจ้าของรถเป็นฝ่ายถูกหรือผิด มีค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท<br />
2.ค่าเสียหายส่วนเกิน จะไม่ได้รับหากเจ้าของรถเป็นฝ่ายผิด มีค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท จ่ายเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้าพักฟื้นในโรงพยาบาล 200 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 20 วัน วงเงินรวมไม่เกิน 304,000 บาท<br />
ประกันรถยนต์ คืออะไร แตกต่างจากพ.ร.บ. รถยนต์อย่างไร<br />
“ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” เป็นการซื้อประกันภัยด้วยความสมัครใจของเจ้าของรถยนต์ ซึ่งเมื่อมี พร บ รถยนต์ แล้วไม่ต้องทำประกันรถยนต์ก็ได้เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ แต่เหตุผลสำคัญที่ควรทำประกันภัยเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับผู้ขับขี่และผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงค่าความเสียหายของรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุด้วย เนื่องจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ไม่ครอบคลุมตัวรถเลย คนส่วนใหญ่เลยมักจะทำประกันภาคสมัครใจเผื่อไว้ด้วย กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบ่งความคุ้มครองออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันภัยชั้น 1</a>, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 2, ประกันชั้น 3+ และประกันชั้น 3 โดย<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันรถยนต์ชั้น 1</a> ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด มีการจ่ายเงินทดแทนและค่าเสียหายตามเงื่อนไขของแผนประกันภัยที่เลือก<br />
ในกรณีที่ ประกันรถยนต์หมดอายุ หากขับรถออกจากบ้านไปเกิดอุบัติเหตุและเป็นฝ่ายผิดจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด จึงไม่ควรปล่อยให้ประกันขาดโดยเด็ดขาด กังวลว่าจะลืมวันหมดอายุของกรมธรรม์และจ่ายเบี้ยประกันช้า เราแนะนำให้ซื้อ ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ไม่ต้องรอให้ประกันรถยนต์ใกล้หมดอายุ โดยเลือกต่อประกันล่วงหน้าได้ 2-3 เดือน หรือสูงสุด 6 เดือน <br />
เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจแล้วการ ต่อ พร บ รถยนต์ และประกันรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญเมื่อต้องใช้ถนนมากแค่ไหน การคุ้มครองที่ครอบคลุมจะช่วยให้ขับรถสบายใจไม่ต้องกังวลว่าจะเดือดร้อนการเงินหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[เจ้าของรถทุกคนคงรู้อยู่แล้วเมื่อคิดจะซื้อรถยนต์ซักคันว่า พร บ รถยนต์ และประกันรถยนต์เป็นเรื่องสำคัญต่อผู้ที่ครอบครองรถยนต์และต้องต่ออายุทุกปี เพื่อประโยชน์ด้านความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารไปจนถึงบุคคลภายนอก จะเห็นได้ว่าทั้ง พ.ร.บ. รถยนต์และประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ถนนสบายใจยิ่งขึ้น แต่มีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่ เรามีคำอธิบายสำหรับคนที่ยังไม่ทราบ ดังนี้<br />
พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร คุ้มครองอะไร<br />
พร บ รถยนต์ คือ การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ เรียกกันว่า “ประกันภัย พ.ร.บ.” หรือ “ประกันภัยภาคบังคับ” กฎหมายกำหนดให้รถยนต์หรือจักรยานยนต์ทุกคันจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถยนต์ เมื่อทำ ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ เป็นหลักประกันว่าพอเกิดอุบัติเหตุแล้วจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แต่ไม่รวมความเสียหายของรถยนต์<br />
การ ต่อ พร บ รถยนต์ จำเป็นต้องทำล่วงหน้าก่อนหมดอายุ ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว ถ้าไม่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ จะยื่นต่อทะเบียนรถยนต์หรือต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ หากนำรถที่ พ.ร.บ. หมดอายุไปขับบนท้องถนนจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทอีกด้วย<br />
สิทธิประโยชน์ของ พ.ร.บ. รถยนต์ มี 2 รูปแบบคือ <br />
1.ค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าเจ้าของรถเป็นฝ่ายถูกหรือผิด มีค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท<br />
2.ค่าเสียหายส่วนเกิน จะไม่ได้รับหากเจ้าของรถเป็นฝ่ายผิด มีค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท จ่ายเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้าพักฟื้นในโรงพยาบาล 200 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 20 วัน วงเงินรวมไม่เกิน 304,000 บาท<br />
ประกันรถยนต์ คืออะไร แตกต่างจากพ.ร.บ. รถยนต์อย่างไร<br />
“ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ” เป็นการซื้อประกันภัยด้วยความสมัครใจของเจ้าของรถยนต์ ซึ่งเมื่อมี พร บ รถยนต์ แล้วไม่ต้องทำประกันรถยนต์ก็ได้เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ แต่เหตุผลสำคัญที่ควรทำประกันภัยเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับผู้ขับขี่และผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงค่าความเสียหายของรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุด้วย เนื่องจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ไม่ครอบคลุมตัวรถเลย คนส่วนใหญ่เลยมักจะทำประกันภาคสมัครใจเผื่อไว้ด้วย กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบ่งความคุ้มครองออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันภัยชั้น 1</a>, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 2, ประกันชั้น 3+ และประกันชั้น 3 โดย<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันรถยนต์ชั้น 1</a> ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด มีการจ่ายเงินทดแทนและค่าเสียหายตามเงื่อนไขของแผนประกันภัยที่เลือก<br />
ในกรณีที่ ประกันรถยนต์หมดอายุ หากขับรถออกจากบ้านไปเกิดอุบัติเหตุและเป็นฝ่ายผิดจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด จึงไม่ควรปล่อยให้ประกันขาดโดยเด็ดขาด กังวลว่าจะลืมวันหมดอายุของกรมธรรม์และจ่ายเบี้ยประกันช้า เราแนะนำให้ซื้อ ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ไม่ต้องรอให้ประกันรถยนต์ใกล้หมดอายุ โดยเลือกต่อประกันล่วงหน้าได้ 2-3 เดือน หรือสูงสุด 6 เดือน <br />
เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจแล้วการ ต่อ พร บ รถยนต์ และประกันรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญเมื่อต้องใช้ถนนมากแค่ไหน การคุ้มครองที่ครอบคลุมจะช่วยให้ขับรถสบายใจไม่ต้องกังวลว่าจะเดือดร้อนการเงินหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[สะดวกโดนใจ ต่อประกันรถยนต์ ออนไลน์ได้ง่าย ๆ ต้องทำอย่างไรบ้างที่นี่มีคำตอบ]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=67362</link>
			<pubDate>Mon, 25 Apr 2022 22:35:18 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=67362</guid>
			<description><![CDATA[ในช่วงที่สถานการณ์โรคโควิด 19 ยังคงมีความรุนแรงในทุกพื้นที่ แม้จะมีวัคซีนในการช่วยป้องกันแต่เชื้อโรคยังมีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่องทำให้เป็นการยากที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้ ทางหนึ่งที่ทุกคนสามารถช่วยลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ นั่นคือการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ New Normal โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่พบเจอกันโดยไม่มีเหตุจำเป็น เช่น ใส่หน้ากากเมื่อออกจากบ้าน ลดการออกไปรับประทานข้าวนอกบ้าน  Work from Home หรือ Meeting from Home รวมถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้คนไม่ต้องออกจากบ้าน สามารถทุรกรรมต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว<br />
 <br />
	ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อภาษีรถยนต์ หรือต่อ พ.ร.บ. สามารถทำผ่านเว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบก หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax ได้ แต่หากรถยนต์ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี และมีอายุเกิน 7 ปี หรือต้องนำรถเข้าตรวจและมีผล “ผ่าน” การตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน ทั้งนี้สามารถชำระภาษีรถและต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้ 90 วัน<br />
	แม้ว่าเราจะลดกิจกรรมนอกบ้านลงแต่ยังมีเหตุจำเป็นที่ต้องมีการเดินทางสัญจรไปมา ดังนั้นจึงควรทำประกันรถยนต์ไว้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและได้รับความคุ้มครองต่อเนื่อง ผู้ที่ต้องการ ต่อประกันรถยนต์ หรือผู้ที่ต้องการทำ ประกันรถยนต์ ปีแรกสามารถ <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor/premium-cal" target="_blank">เช็คเบี้ยประกันรถยนต์</a> ผ่านทางระบบออนไลน์ SCB PROTECT ได้ง่าย ๆ สะดวกสบายด้วยการเลือกยี่ห้อรถ รุ่นรถ รุ่นย่อย ปีที่จดทะเบียนรถ และเลือกประเภทของประกันรถยนต์ที่ต้องการว่าเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 พลัส ประกันชั้น 2 ประกันชั้น 3 พลัส หรือ<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3" target="_blank">ประกันรถยนต์ชั้น 3</a> ตามที่ต้องการและเหมาะสม จากนั้นจึงเปรียบเทียบเบี้ยประกันกับความคุ้มครองและผลตอบแทนของบริษัทประกันแต่ละเจ้ารวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวประกัน เช่น ราคาเบี้ยประกัน วงเงินคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก บริการซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อมหรือไม่ เป็นต้น <br />
	สำหรับผู้มีประวัติการขับขี่ที่ดีไม่เคยเกิดอุบัติเหตุในการ <a href="https://online.scbprotect.co.th/content/detail?contentId=5C9D5FAD42134202B31AE61784FD1F96" target="_blank">ต่อประกันรถยนต์</a> สามารถเลือกส่วนลดขับดีเพื่อให้ได้ส่วนลดเบี้ยประกัน เมื่อเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ เรียบร้อยแล้วให้กดเลือกซื้อแล้วกรอกข้อมูลผู้เอาประกันภัย รายละเอียดเกี่ยวกับรถ เช่น สีป้ายทะเบียน เลขที่ตัวถัง เลขที่เครื่องยนต์ จากนั้นให้กดเลือกว่าต้องการรับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมลหรือว่ารับเอกสารทางไปรษณีย์ เสร็จแล้วให้เลือกวิธีการชำระเงินโดยสามารถเลือกเป็นการโอนเงินผ่านทางธนาคารหรือชำระด้วยบัตรเครดิต โดยไม่ต้องออกจากบ้านให้เสี่ยงติดเชื้อไวรัส<br />
	สำหรับประกันรถยนต์ SCB PROTECT มีการรับรองระบบออนไลน์จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สามารถวางใจได้ว่าหากทำธุรกรรมผ่านทางเว็บไซต์แล้วจะได้รับความปลอดภัย สามารถเปรียบเทียบความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ได้ตามที่ต้องการ และที่สำคัญคือการันตีคืนเงิน 100% หากเจอข้อเสนอราคาเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าจากที่อื่น <br />
<br />
	นอกเหนือจาก ประกันรถยนต์ ออนไลน์แล้ว SCB PROTECT ยังมีประกันอื่น ๆ ให้เลือกอีก เช่น ประกันสะสมทรัพย์ ประกันโรคร้ายแรง ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นต้น หากมีปัญหาระหว่างการซื้อประกันออนไลน์สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ SCB PROTECT Call Center 1314 ในวันและเวลาทำการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ในช่วงที่สถานการณ์โรคโควิด 19 ยังคงมีความรุนแรงในทุกพื้นที่ แม้จะมีวัคซีนในการช่วยป้องกันแต่เชื้อโรคยังมีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่องทำให้เป็นการยากที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้ ทางหนึ่งที่ทุกคนสามารถช่วยลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ นั่นคือการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ New Normal โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่พบเจอกันโดยไม่มีเหตุจำเป็น เช่น ใส่หน้ากากเมื่อออกจากบ้าน ลดการออกไปรับประทานข้าวนอกบ้าน  Work from Home หรือ Meeting from Home รวมถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการอำนวยความสะดวกให้ผู้คนไม่ต้องออกจากบ้าน สามารถทุรกรรมต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว<br />
 <br />
	ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อภาษีรถยนต์ หรือต่อ พ.ร.บ. สามารถทำผ่านเว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบก หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax ได้ แต่หากรถยนต์ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี และมีอายุเกิน 7 ปี หรือต้องนำรถเข้าตรวจและมีผล “ผ่าน” การตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน ทั้งนี้สามารถชำระภาษีรถและต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้ 90 วัน<br />
	แม้ว่าเราจะลดกิจกรรมนอกบ้านลงแต่ยังมีเหตุจำเป็นที่ต้องมีการเดินทางสัญจรไปมา ดังนั้นจึงควรทำประกันรถยนต์ไว้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและได้รับความคุ้มครองต่อเนื่อง ผู้ที่ต้องการ ต่อประกันรถยนต์ หรือผู้ที่ต้องการทำ ประกันรถยนต์ ปีแรกสามารถ <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor/premium-cal" target="_blank">เช็คเบี้ยประกันรถยนต์</a> ผ่านทางระบบออนไลน์ SCB PROTECT ได้ง่าย ๆ สะดวกสบายด้วยการเลือกยี่ห้อรถ รุ่นรถ รุ่นย่อย ปีที่จดทะเบียนรถ และเลือกประเภทของประกันรถยนต์ที่ต้องการว่าเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 พลัส ประกันชั้น 2 ประกันชั้น 3 พลัส หรือ<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3" target="_blank">ประกันรถยนต์ชั้น 3</a> ตามที่ต้องการและเหมาะสม จากนั้นจึงเปรียบเทียบเบี้ยประกันกับความคุ้มครองและผลตอบแทนของบริษัทประกันแต่ละเจ้ารวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวประกัน เช่น ราคาเบี้ยประกัน วงเงินคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก บริการซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อมหรือไม่ เป็นต้น <br />
	สำหรับผู้มีประวัติการขับขี่ที่ดีไม่เคยเกิดอุบัติเหตุในการ <a href="https://online.scbprotect.co.th/content/detail?contentId=5C9D5FAD42134202B31AE61784FD1F96" target="_blank">ต่อประกันรถยนต์</a> สามารถเลือกส่วนลดขับดีเพื่อให้ได้ส่วนลดเบี้ยประกัน เมื่อเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ เรียบร้อยแล้วให้กดเลือกซื้อแล้วกรอกข้อมูลผู้เอาประกันภัย รายละเอียดเกี่ยวกับรถ เช่น สีป้ายทะเบียน เลขที่ตัวถัง เลขที่เครื่องยนต์ จากนั้นให้กดเลือกว่าต้องการรับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมลหรือว่ารับเอกสารทางไปรษณีย์ เสร็จแล้วให้เลือกวิธีการชำระเงินโดยสามารถเลือกเป็นการโอนเงินผ่านทางธนาคารหรือชำระด้วยบัตรเครดิต โดยไม่ต้องออกจากบ้านให้เสี่ยงติดเชื้อไวรัส<br />
	สำหรับประกันรถยนต์ SCB PROTECT มีการรับรองระบบออนไลน์จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สามารถวางใจได้ว่าหากทำธุรกรรมผ่านทางเว็บไซต์แล้วจะได้รับความปลอดภัย สามารถเปรียบเทียบความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ได้ตามที่ต้องการ และที่สำคัญคือการันตีคืนเงิน 100% หากเจอข้อเสนอราคาเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าจากที่อื่น <br />
<br />
	นอกเหนือจาก ประกันรถยนต์ ออนไลน์แล้ว SCB PROTECT ยังมีประกันอื่น ๆ ให้เลือกอีก เช่น ประกันสะสมทรัพย์ ประกันโรคร้ายแรง ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นต้น หากมีปัญหาระหว่างการซื้อประกันออนไลน์สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ SCB PROTECT Call Center 1314 ในวันและเวลาทำการ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ทำความรู้จัก SCB PROTECT ตัวช่วย ต่อประกันรถยนต์ ออนไลน์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=67293</link>
			<pubDate>Wed, 20 Apr 2022 21:44:11 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=67293</guid>
			<description><![CDATA[ปัจจุบันคนจำนวนมากตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยประเภทต่าง ๆ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัยเติบโตและได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่ง SCB PROTECT ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยแบบครบวงจร <br />
<br />
SCB PROTECT มุ่งสร้างความคุ้มครองอย่างครอบคลุม โดยเริ่มจากการค้นหาความต้องการของลูกค้าเพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างเหมาะสม พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในราคาคุ้มค่า การันตีมาตรฐานการบริการ และใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยปรับปรุงระบบอย่างไม่หยุดนิ่ง <br />
<br />
วิธี ต่อประกันรถยนต์ ผ่าน SCB PROTECT ง่าย เร็ว คุ้มครองทันที <br />
เริ่มจากการเข้าไปที่ <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor</a> แล้วกรอกข้อมูลที่หน้าเว็บไซต์กำหนดไว้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ หรือค่าเบี้ยประกันรายปีที่เคยจ่ายเมื่อปีก่อน จากนั้นระบบจะแสดงแผนประกันที่เหมาะสม ซึ่งแผนประกันจะมีความหลากหลายมากผู้ซื้อประกันสามารถกดเลือก ประกันรถยนต์ชั้น 1 (เพิ่มเติม: <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1)" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1)</a> ประกันชั้น 2 พลัส ประกันชั้น 2 ประกันชั้น 3 พลัส และประกันชั้น 3 ได้จากแถบเมนูด้านบน และยังสามารถปรับระดับค่าเบี้ยประกันตามงบที่ตั้งไว้ได้ด้วยเช่นกัน <br />
สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่เคยมีประวัติ เคลมประกันรถ ในปีที่ผ่าน ๆ มาจะมีสิทธิ์ได้รับส่วนลด 20 - 50% ตามเงื่อนไขที่ประกันกำหนดไว้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกซื้อแผนประกันแบบจำกัดชั่วโมงหรือระยะทางได้อีกด้วย ซึ่งความยืดหยุ่นในระดับนี้สร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี เช่น ในกรณีที่ผู้ขับขี่ใช้รถยนต์คันดังกล่าวแค่เพียงวันเสาร์ - อาทิตย์เป็นส่วนมาก ระยะทางรวมทั้งปีไม่เคยเกิน 10,000 กม. สามารถเลือกแผนประกันแบบจำกัดระยะทางซึ่งมีค่าเบี้ยประกันถูกกว่าแผนประกันทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด <br />
<br />
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อ ต่อประกันรถยนต์ ผ่าน SCB PROTECT<br />
ใช้บริการ SCB PROTECT App ผู้ช่วยสำคัญยามฉุกเฉินได้ฟรี ไม่ว่าจะเกิดปัญหาเรื่องรถ ที่อยู่อาศัย อาการเจ็บป่วย หรือเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย ท่านสามารถกดแจ้งรับความช่วยเหลือจาก SCB PROTECT App ได้ทันที<br />
รับสิทธิพิเศษการใช้บริการและส่วนลดค่าบริการตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยที่ซื้อไป <br />
รับโค้ดส่วนลดเมื่อซื้อประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ ล่าสุดมีโปรโมชันลด 15% เมื่อกรอกโค้ดที่กำหนด ก่อนซื้อประกันผ่าน <a href="https://online.scbprotect.co.th" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th</a> ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2565 <br />
การันตีว่าค่าเบี้ยประกันของ SCB PROTECT ถูกจริง ด้วยการคืนเงิน 100% หากลูกค้าแจ้งข้อเสนอราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าเข้ามา <br />
ระบบออนไลน์ของ SCB PROTECT เป็นระบบมาตรฐานที่ได้รับการรับรองโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จึงวางใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูล <br />
SCB PROTECT รวบรวมแผนประกันจาก 5 บริษัทประกันชั้นนำของไทยเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ทิพยประกันภัย วิริยะประกันภัย ประกันภัยไทยวิวัฒน์ โตเกียวมารีน และเทเวศประกันภัย จึงวางใจได้เมื่อมีเหตุต้อง เคลมประกันรถ <br />
<br />
มากกว่างานนายหน้าประกัน SCB PROTECT ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี นอกจากผู้ขับขี่จะสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันรถยนต์ การดูแลรถยนต์ และข้อมูลการขับขี่ได้จากบทความในเว็บไซต์ของ SCB PROTECT แล้ว ผู้ขับขี่ยังสามารถติดต่อสอบถามและขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ของ SCB PROTECT ได้โดยตรงผ่านเบอร์ 1314 เพราะ SCB PROTECT ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับมากกว่าความคุ้มครอง ทั้งนี้อย่าลืม<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันชั้น 1</a> ไว้ด้วยนะ<br />
 <br />
ที่มาข้อมูล<br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3</a><br />
<a href="https://www.roojai.com/article/car-parts-and-car-accessories/why-car-wont-start/" target="_blank">https://www.roojai.com/article/car-parts...ont-start/</a><br />
<a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/home-car/car-registration.html" target="_blank">https://www.scb.co.th/th/personal-bankin...ation.html</a><br />
<a href="https://car.kapook.com/view251017.html" target="_blank">https://car.kapook.com/view251017.html</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ปัจจุบันคนจำนวนมากตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยประเภทต่าง ๆ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัยเติบโตและได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่ง SCB PROTECT ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยแบบครบวงจร <br />
<br />
SCB PROTECT มุ่งสร้างความคุ้มครองอย่างครอบคลุม โดยเริ่มจากการค้นหาความต้องการของลูกค้าเพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างเหมาะสม พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในราคาคุ้มค่า การันตีมาตรฐานการบริการ และใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยปรับปรุงระบบอย่างไม่หยุดนิ่ง <br />
<br />
วิธี ต่อประกันรถยนต์ ผ่าน SCB PROTECT ง่าย เร็ว คุ้มครองทันที <br />
เริ่มจากการเข้าไปที่ <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor</a> แล้วกรอกข้อมูลที่หน้าเว็บไซต์กำหนดไว้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ หรือค่าเบี้ยประกันรายปีที่เคยจ่ายเมื่อปีก่อน จากนั้นระบบจะแสดงแผนประกันที่เหมาะสม ซึ่งแผนประกันจะมีความหลากหลายมากผู้ซื้อประกันสามารถกดเลือก ประกันรถยนต์ชั้น 1 (เพิ่มเติม: <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1)" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1)</a> ประกันชั้น 2 พลัส ประกันชั้น 2 ประกันชั้น 3 พลัส และประกันชั้น 3 ได้จากแถบเมนูด้านบน และยังสามารถปรับระดับค่าเบี้ยประกันตามงบที่ตั้งไว้ได้ด้วยเช่นกัน <br />
สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่เคยมีประวัติ เคลมประกันรถ ในปีที่ผ่าน ๆ มาจะมีสิทธิ์ได้รับส่วนลด 20 - 50% ตามเงื่อนไขที่ประกันกำหนดไว้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกซื้อแผนประกันแบบจำกัดชั่วโมงหรือระยะทางได้อีกด้วย ซึ่งความยืดหยุ่นในระดับนี้สร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี เช่น ในกรณีที่ผู้ขับขี่ใช้รถยนต์คันดังกล่าวแค่เพียงวันเสาร์ - อาทิตย์เป็นส่วนมาก ระยะทางรวมทั้งปีไม่เคยเกิน 10,000 กม. สามารถเลือกแผนประกันแบบจำกัดระยะทางซึ่งมีค่าเบี้ยประกันถูกกว่าแผนประกันทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด <br />
<br />
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อ ต่อประกันรถยนต์ ผ่าน SCB PROTECT<br />
ใช้บริการ SCB PROTECT App ผู้ช่วยสำคัญยามฉุกเฉินได้ฟรี ไม่ว่าจะเกิดปัญหาเรื่องรถ ที่อยู่อาศัย อาการเจ็บป่วย หรือเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย ท่านสามารถกดแจ้งรับความช่วยเหลือจาก SCB PROTECT App ได้ทันที<br />
รับสิทธิพิเศษการใช้บริการและส่วนลดค่าบริการตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยที่ซื้อไป <br />
รับโค้ดส่วนลดเมื่อซื้อประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ ล่าสุดมีโปรโมชันลด 15% เมื่อกรอกโค้ดที่กำหนด ก่อนซื้อประกันผ่าน <a href="https://online.scbprotect.co.th" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th</a> ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2565 <br />
การันตีว่าค่าเบี้ยประกันของ SCB PROTECT ถูกจริง ด้วยการคืนเงิน 100% หากลูกค้าแจ้งข้อเสนอราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าเข้ามา <br />
ระบบออนไลน์ของ SCB PROTECT เป็นระบบมาตรฐานที่ได้รับการรับรองโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จึงวางใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูล <br />
SCB PROTECT รวบรวมแผนประกันจาก 5 บริษัทประกันชั้นนำของไทยเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ทิพยประกันภัย วิริยะประกันภัย ประกันภัยไทยวิวัฒน์ โตเกียวมารีน และเทเวศประกันภัย จึงวางใจได้เมื่อมีเหตุต้อง เคลมประกันรถ <br />
<br />
มากกว่างานนายหน้าประกัน SCB PROTECT ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี นอกจากผู้ขับขี่จะสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันรถยนต์ การดูแลรถยนต์ และข้อมูลการขับขี่ได้จากบทความในเว็บไซต์ของ SCB PROTECT แล้ว ผู้ขับขี่ยังสามารถติดต่อสอบถามและขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ของ SCB PROTECT ได้โดยตรงผ่านเบอร์ 1314 เพราะ SCB PROTECT ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับมากกว่าความคุ้มครอง ทั้งนี้อย่าลืม<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันชั้น 1</a> ไว้ด้วยนะ<br />
 <br />
ที่มาข้อมูล<br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3</a><br />
<a href="https://www.roojai.com/article/car-parts-and-car-accessories/why-car-wont-start/" target="_blank">https://www.roojai.com/article/car-parts...ont-start/</a><br />
<a href="https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/home-car/car-registration.html" target="_blank">https://www.scb.co.th/th/personal-bankin...ation.html</a><br />
<a href="https://car.kapook.com/view251017.html" target="_blank">https://car.kapook.com/view251017.html</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เทียบ ราคายางรถยนต์ 5 แบรนด์ยอดฮิตในไทย ส่วนใหญ่ใช้ยางรุ่นไหน]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=67203</link>
			<pubDate>Sat, 16 Apr 2022 12:50:51 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=67203</guid>
			<description><![CDATA[ความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่องไปพร้อมกับค่ายผู้ผลิตยางชั้นนำที่พัฒนายางรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น รองรับความต้องการและสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย รถยนต์ 5 แบรนด์ยอดนิยมของคนไทยเลือกใช้ยางรถแตกต่างกันขนาดไหน<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/" target="_blank"> ราคายางรถยนต์</a> แตกต่างกันอย่างไรมาดูกัน<br />
	1.ในกลุ่มแบรนด์หรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยูใช้  <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถยนต์</a> รุ่นใดจากบริดจสโตน ถ้าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขับใช้งานในเมือง สองค่ายยักษ์เน้นยางคุณภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะยางนุ่มเงียบที่ออกแบบลายดอกยางช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวน ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนดีขึ้น ได้แก่<br />
-ยางรุ่น TURANZA T005A เป็นยางนุ่มเงียบที่ใช้ในรถหรูขนาดกลางอย่าง Benz E-Class และ BMW 5-Series รวมไปถึงซีดานขนาดใหญ่ BMW 3-Series และซีดานขนาดกลาง Benz A-Class เช็คราคายางโดยประมาณรุ่นขอบยาง 15 นิ้ว 3,450 บาท<br />
-ยางรันแฟลตสำหรับคลาสรถหรูมีราคาค่อนข้างสูง เช่น POTENZA S001 RFT วิ่งได้เมื่อยางรั่วซึม ยางแบน รุ่นขอบล้อ 18 นิ้วราคา 11,000 บาท จนถึงรุ่นขอบล้อ 20 นิ้ว ราคา 13,500 บาท<br />
-กลุ่มรถอเนกประสงค์ SUV และรถครอสโอเวอร์ CUV มียางรุ่น ALENZA 001 เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัยสำหรับรถรุ่น Benz GLC และ BMW X5 หรือ X3 ราคาเริ่มต้นขอบล้อ 17 นิ้ว 5,600 บาท<br />
	2.ค่ายรถโตโยต้าและฮอนด้า เลือกใช้ยางนุ่มเงียบและขับปลอดภัย<br />
-TURANZA T005A เช่นเดียวกัน นิยมใช้ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดใหญ่รุ่น Toyota Camry, Honda Accord และซีดานขนาดกลางรุ่น Toyota Corolla Altis, Honda City <br />
-ECOPIA EP300 เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยเลือกยางประหยัดน้ำมันรุ่นนี้ มีคุณสมบัติลดแรงเสียดทานทำให้ขับนุ่มสบายและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น นิยมใช้ในรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ Toyota Camry, Honda Accord รวมทั้งซีดานขนาดกลาง Toyota Corolla Altis, Honda Civic และซีดานขนาดเล็กรุ่น Toyota Yaris, Toyota Vios โดยยางขอบ 15 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 2,750 บาท ส่วนรุ่น 17 นิ้ว ราคา 4,000 บาท<br />
-ECOPIA HL001 เป็นตัวเลือก ยางรถยนต์โตโยต้า ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ CUV รุ่น Toyota C-HR รวมถึงรถ MPV รุ่น Toyota Alphard นอกจากนี้ยัง ใช้ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ SUV รุ่น Honda CR-V ยางรุ่นขอบ 16 นิ้ว ราคา 4,490 บาท<br />
-Firestone DESTINATION LE-02 PICK UP สำหรับรถปิกอัพและรถตู้ สมรรถนะการขับยอดเยี่ยมและขับนุ่มสบายในทุกเส้นทาง ใช้ในรุ่น Toyota Revo, Toyota Commuter ราคายาง 3,220 บาท<br />
	3. อีซูซุ เป็นเจ้าแห่งรถบรรทุกที่เลือกยางรถสายลุยที่ขับคล่องตัวและควบคุมได้ดีทั้งบนพื้นถนนแห้งและถนนเปียก ยางรุ่นใหม่ ๆ เพิ่มคุณสมบัติขับนุ่มนวลเงียบและปลอดภัยยิ่งขึ้น<br />
-DESTINATION A/T เป็นยาง Firestone All Terrain มีจุดเด่นด้านสมรรถนะออฟโรดเหมาะกับกระบะและรถอเนกประสงค์โดยเฉพาะ เช่น Isuzu D-Max, Isuzu Mu-7, Isuzu Rodeo ขนาดขอบล้อ 15-17 นิ้ว ราคา 4,000-5,100 บาท<br />
-DUELER HT เป็นยางสมรรถนะสูงสำหรับขับลุยเส้นทางสมบุกสมบัน เป็นตัวเลือกยอดนิยมเช่นกัน ราคา 4,600 บาท<br />
ค้นหา ราคายางรถยนต์ บริดจสโตนพร้อมข้อมูลยางที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของคุณในเว็บไซต์บริดจสโตนได้ที่ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type</a><br />
<br />
<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/02/25/rQurdz.png" border="0" alt="[Image: rQurdz.png]" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่องไปพร้อมกับค่ายผู้ผลิตยางชั้นนำที่พัฒนายางรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น รองรับความต้องการและสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย รถยนต์ 5 แบรนด์ยอดนิยมของคนไทยเลือกใช้ยางรถแตกต่างกันขนาดไหน<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/" target="_blank"> ราคายางรถยนต์</a> แตกต่างกันอย่างไรมาดูกัน<br />
	1.ในกลุ่มแบรนด์หรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยูใช้  <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถยนต์</a> รุ่นใดจากบริดจสโตน ถ้าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขับใช้งานในเมือง สองค่ายยักษ์เน้นยางคุณภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะยางนุ่มเงียบที่ออกแบบลายดอกยางช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวน ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนดีขึ้น ได้แก่<br />
-ยางรุ่น TURANZA T005A เป็นยางนุ่มเงียบที่ใช้ในรถหรูขนาดกลางอย่าง Benz E-Class และ BMW 5-Series รวมไปถึงซีดานขนาดใหญ่ BMW 3-Series และซีดานขนาดกลาง Benz A-Class เช็คราคายางโดยประมาณรุ่นขอบยาง 15 นิ้ว 3,450 บาท<br />
-ยางรันแฟลตสำหรับคลาสรถหรูมีราคาค่อนข้างสูง เช่น POTENZA S001 RFT วิ่งได้เมื่อยางรั่วซึม ยางแบน รุ่นขอบล้อ 18 นิ้วราคา 11,000 บาท จนถึงรุ่นขอบล้อ 20 นิ้ว ราคา 13,500 บาท<br />
-กลุ่มรถอเนกประสงค์ SUV และรถครอสโอเวอร์ CUV มียางรุ่น ALENZA 001 เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัยสำหรับรถรุ่น Benz GLC และ BMW X5 หรือ X3 ราคาเริ่มต้นขอบล้อ 17 นิ้ว 5,600 บาท<br />
	2.ค่ายรถโตโยต้าและฮอนด้า เลือกใช้ยางนุ่มเงียบและขับปลอดภัย<br />
-TURANZA T005A เช่นเดียวกัน นิยมใช้ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดใหญ่รุ่น Toyota Camry, Honda Accord และซีดานขนาดกลางรุ่น Toyota Corolla Altis, Honda City <br />
-ECOPIA EP300 เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยเลือกยางประหยัดน้ำมันรุ่นนี้ มีคุณสมบัติลดแรงเสียดทานทำให้ขับนุ่มสบายและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น นิยมใช้ในรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ Toyota Camry, Honda Accord รวมทั้งซีดานขนาดกลาง Toyota Corolla Altis, Honda Civic และซีดานขนาดเล็กรุ่น Toyota Yaris, Toyota Vios โดยยางขอบ 15 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 2,750 บาท ส่วนรุ่น 17 นิ้ว ราคา 4,000 บาท<br />
-ECOPIA HL001 เป็นตัวเลือก ยางรถยนต์โตโยต้า ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ CUV รุ่น Toyota C-HR รวมถึงรถ MPV รุ่น Toyota Alphard นอกจากนี้ยัง ใช้ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ SUV รุ่น Honda CR-V ยางรุ่นขอบ 16 นิ้ว ราคา 4,490 บาท<br />
-Firestone DESTINATION LE-02 PICK UP สำหรับรถปิกอัพและรถตู้ สมรรถนะการขับยอดเยี่ยมและขับนุ่มสบายในทุกเส้นทาง ใช้ในรุ่น Toyota Revo, Toyota Commuter ราคายาง 3,220 บาท<br />
	3. อีซูซุ เป็นเจ้าแห่งรถบรรทุกที่เลือกยางรถสายลุยที่ขับคล่องตัวและควบคุมได้ดีทั้งบนพื้นถนนแห้งและถนนเปียก ยางรุ่นใหม่ ๆ เพิ่มคุณสมบัติขับนุ่มนวลเงียบและปลอดภัยยิ่งขึ้น<br />
-DESTINATION A/T เป็นยาง Firestone All Terrain มีจุดเด่นด้านสมรรถนะออฟโรดเหมาะกับกระบะและรถอเนกประสงค์โดยเฉพาะ เช่น Isuzu D-Max, Isuzu Mu-7, Isuzu Rodeo ขนาดขอบล้อ 15-17 นิ้ว ราคา 4,000-5,100 บาท<br />
-DUELER HT เป็นยางสมรรถนะสูงสำหรับขับลุยเส้นทางสมบุกสมบัน เป็นตัวเลือกยอดนิยมเช่นกัน ราคา 4,600 บาท<br />
ค้นหา ราคายางรถยนต์ บริดจสโตนพร้อมข้อมูลยางที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของคุณในเว็บไซต์บริดจสโตนได้ที่ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type</a><br />
<br />
<br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/02/25/rQurdz.png" border="0" alt="[Image: rQurdz.png]" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รถไม่ค่อยได้ขับ ชอบดับ สตาทไม่ติด แก้ไขได้ด้วยสิ่งนี้]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66947</link>
			<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 18:08:58 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66947</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: large;">รถไม่ค่อยได้ขับ ชอบดับ สตาทไม่ติด แก้ไขได้ด้วยสิ่งนี้</span><br />
</span><br />
<br />
เชื่อว่าหลายคนที่มีรถหลาย ๆ คันคงต้องเคยประสบกับปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น รถสตาร์ทไม่ติด ขับ ๆ ไปแล้วชอบดับ คงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณอารมณ์เสียและหงุดหงิดใจไม่น้อย แน่นอนว่าสาเหตุหลักๆคงมาจากสาเหตุของการที่แบตเตอรี่ของคุณเสื่อมสภาพ ส่งผลให้แบตเตอรี่ของคุณหมด ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่พบได้โดยทั่วไป ทั้งกลุ่มคนที่มีรถหลายคัน และกลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้ขับรถไปทำงานเพราะ work form home และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาแบตรถยนต์เสื่อมสภาพ มาดูกันว่าอะไรที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ <br />
<br />
ปัญหารถไม่ได้ขับจนทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมเพราะเป็นปัญหาที่น่าปวดหัว ที่เจ้าของหลายคนมองเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจ สาเหตุนั้นก็มาจากการที่แบตเตอรี่มีการคายประจุไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่มีการขับขี่ ส่งผลให้ไฟฟ้าในแบตเตอรี่เสื่อมเนื่องจากการไม่ได้ใช้งาน และวีธีแก้ไขที่มักจะแนะนำกันก็คือการนำรถไปวนขับซึ่งเป็นปัญหาที่ปลายเหตุ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสักเท่าไหร่ สิ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ดีและเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นั้นคือการเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ <br />
<br />
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่รถยนต์ เพื่อเป็นการเลี้ยงกระแสไฟในแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ตลอดเวลา ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม ยืดอายุแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานนานยิ่งขึ้นวันนี้เรามี <a href="https://www.aprtech.co.th/ctek-chargers" target="_blank">เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์</a> ที่ดีและน่าสนใจมาแนะนำนั้นคือ CTEK เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะจากสวีเดน รับประกัน 5 ปี ช่วยดูแลแบตเตอรี่ให้เหมือนใหม่ ไฟเต็มพร้อมสตาร์ทไม่ว่าจะจอดนานแค่ไหนก็เอาอยู่ และได้รับความไว้วางใจใช้ในงาน Motorshow และ Motor Expo ในไทยมากที่สุด<br />
<br />
วิธีการใช้ CTEK เพียบเสียบปลั๊กไฟและต่อเข้ากับขั้วแบตเตอรี่ CTEK ก็จะทำการชาร์จและตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตฯเต็ม ลิขสิทธิ์โปรแกรมการชาร์จอัจฉริยะ 8 ขั้นตอนของ CTEK จะไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย ไม่ทำให้ระบบไฟในรถเสีย และปลอดภัย คุณสามารถชาร์จด้วย CTEK ทิ้งไว้เป็นเดือน เมื่อแบตเตอรี่คายประจุไป CTEK จะเติมไฟเข้าแบตฯจนเต็มใหม่โดยอัตโนมัติ CTEK มีอะแดปเตอร์สำหรับรถหลายรุ่นของ Porsche, Lamborghini, Ferrari, Bentley, Aston Martin เพื่อความสะดวกในการชาร์จโดยไม่ต้องคีบขั้วแบตเตอรี่ ได้รับการรองรับจากผู้ผลิตรถ ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอิเลคโทรนิกส์ในรถของคุณ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น หมดปัญหารถไม่ค่อยได้ขับ ชอบดับ สตาทไม่ติด ไปเลย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: large;">รถไม่ค่อยได้ขับ ชอบดับ สตาทไม่ติด แก้ไขได้ด้วยสิ่งนี้</span><br />
</span><br />
<br />
เชื่อว่าหลายคนที่มีรถหลาย ๆ คันคงต้องเคยประสบกับปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น รถสตาร์ทไม่ติด ขับ ๆ ไปแล้วชอบดับ คงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณอารมณ์เสียและหงุดหงิดใจไม่น้อย แน่นอนว่าสาเหตุหลักๆคงมาจากสาเหตุของการที่แบตเตอรี่ของคุณเสื่อมสภาพ ส่งผลให้แบตเตอรี่ของคุณหมด ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่พบได้โดยทั่วไป ทั้งกลุ่มคนที่มีรถหลายคัน และกลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้ขับรถไปทำงานเพราะ work form home และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาแบตรถยนต์เสื่อมสภาพ มาดูกันว่าอะไรที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ <br />
<br />
ปัญหารถไม่ได้ขับจนทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมเพราะเป็นปัญหาที่น่าปวดหัว ที่เจ้าของหลายคนมองเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจ สาเหตุนั้นก็มาจากการที่แบตเตอรี่มีการคายประจุไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่มีการขับขี่ ส่งผลให้ไฟฟ้าในแบตเตอรี่เสื่อมเนื่องจากการไม่ได้ใช้งาน และวีธีแก้ไขที่มักจะแนะนำกันก็คือการนำรถไปวนขับซึ่งเป็นปัญหาที่ปลายเหตุ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสักเท่าไหร่ สิ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ดีและเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นั้นคือการเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ <br />
<br />
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่รถยนต์ เพื่อเป็นการเลี้ยงกระแสไฟในแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ตลอดเวลา ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม ยืดอายุแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานนานยิ่งขึ้นวันนี้เรามี <a href="https://www.aprtech.co.th/ctek-chargers" target="_blank">เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์</a> ที่ดีและน่าสนใจมาแนะนำนั้นคือ CTEK เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะจากสวีเดน รับประกัน 5 ปี ช่วยดูแลแบตเตอรี่ให้เหมือนใหม่ ไฟเต็มพร้อมสตาร์ทไม่ว่าจะจอดนานแค่ไหนก็เอาอยู่ และได้รับความไว้วางใจใช้ในงาน Motorshow และ Motor Expo ในไทยมากที่สุด<br />
<br />
วิธีการใช้ CTEK เพียบเสียบปลั๊กไฟและต่อเข้ากับขั้วแบตเตอรี่ CTEK ก็จะทำการชาร์จและตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตฯเต็ม ลิขสิทธิ์โปรแกรมการชาร์จอัจฉริยะ 8 ขั้นตอนของ CTEK จะไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย ไม่ทำให้ระบบไฟในรถเสีย และปลอดภัย คุณสามารถชาร์จด้วย CTEK ทิ้งไว้เป็นเดือน เมื่อแบตเตอรี่คายประจุไป CTEK จะเติมไฟเข้าแบตฯจนเต็มใหม่โดยอัตโนมัติ CTEK มีอะแดปเตอร์สำหรับรถหลายรุ่นของ Porsche, Lamborghini, Ferrari, Bentley, Aston Martin เพื่อความสะดวกในการชาร์จโดยไม่ต้องคีบขั้วแบตเตอรี่ ได้รับการรองรับจากผู้ผลิตรถ ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอิเลคโทรนิกส์ในรถของคุณ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น หมดปัญหารถไม่ค่อยได้ขับ ชอบดับ สตาทไม่ติด ไปเลย]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[พลาดไม่ได้กับวิธี เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แบบง่าย ๆ รับรองมือใหม่ก็ทำได้]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66824</link>
			<pubDate>Wed, 23 Mar 2022 21:35:53 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66824</guid>
			<description><![CDATA[ปัจจุบันสามารถ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ได้ด้วยวิธีไหนบ้างนั้นวันนี้เรามีคำตอบมาฝาก<br />
<br />
สอบถามผ่านตัวแทน<br />
สำหรับคนมีรถที่เพิ่งเคยต่อประกันรถยนต์เป็นครั้งแรก การ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ผ่านตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะมาก เพราะนอกจากจะได้เช็กค่าเบี้ยอย่างรวดเร็วและถูกต้องจากตัวแทนโดยตรงแล้ว ตัวแทนประกันที่ดีจะช่วยคัดเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของผู้ทำประกันมาให้อีกด้วย ทำให้ผู้ทำประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยและได้ประกันที่คุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนั้นหากมีเรื่องที่สงสัยสามารถสอบถามได้ทันที โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ ข้อยกเว้นในการคุ้มครองของกรมธรรม์ หรือข้อแตกต่างระหว่างประกันภัยรถยนต์ที่สนใจกับประกันภัยประเภทอื่น <br />
<br />
ตรวจสอบค่าเบี้ยประกันจากหน้าเว็บไซต์<br />
การตรวจสอบค่าเบี้ย<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันรถยนต์ชั้น 1</a> ผ่านทางช่องทางออนไลน์หรือหน้าเว็บไซต์ของตัวแทนจำหน่าย ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเช็กค่าเบี้ยที่หลายคนชื่นชอบ โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้เวลาในการหาข้อมูลประกันภัยรถยนต์หลาย ๆ แห่งเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ เพราะช่องทางออนไลน์สามารถหาข้อมูลของกรมธรรม์ประกันภัยและเปรียบเทียบกรมธรรม์แบบต่าง ๆ  ได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ อย่างการเช็กค่าเบี้ยประกันจาก SCB PROTECT ที่นอกจากจะมีข้อมูลของกรมธรรม์ให้แล้วยังสามารถลองเช็กเบี้ยประกันและเปรียบเทียบราคาง่าย ๆ เพียงแค่ใส่ค่าเบี้ยต่อปีที่ต้องการชำระลงไป ทาง SCB PROTECT จะคัดเลือกประกันภัยรถยนต์แบบตรงใจมาให้เลือก และหลังจากนั้นสามารถสมัคร ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ได้ทันที เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่สะดวกและเริ่มต่อประกันภัยรถยนต์ได้ทันทีเมื่อ ประกันรถยนต์หมดอายุ<br />
<br />
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับวิธี เช็คเบี้ยประกันชั้น 1 (เพิ่มเติม: <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1</a>) แบบง่าย ๆ ทั้ง 2 วิธีที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งในการต่อประกันภัยรถยนต์นั้นในความจริงแล้วไม่ต้องรอให้ ประกันรถยนต์หมดอายุ แล้วค่อยต่อ แต่สามารถต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ของเดิมยังไม่หมดอายุ รับประกันเลยว่าไม่มีคำว่าลืมต่อประกัน ใช้งานได้ต่อเนื่อง และขับขี่ได้สบายใจขึ้นอย่างแน่นอน<br />
<br />
ที่มาข้อมูล<br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3-plus" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3-plus</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ปัจจุบันสามารถ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ได้ด้วยวิธีไหนบ้างนั้นวันนี้เรามีคำตอบมาฝาก<br />
<br />
สอบถามผ่านตัวแทน<br />
สำหรับคนมีรถที่เพิ่งเคยต่อประกันรถยนต์เป็นครั้งแรก การ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ผ่านตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะมาก เพราะนอกจากจะได้เช็กค่าเบี้ยอย่างรวดเร็วและถูกต้องจากตัวแทนโดยตรงแล้ว ตัวแทนประกันที่ดีจะช่วยคัดเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของผู้ทำประกันมาให้อีกด้วย ทำให้ผู้ทำประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยและได้ประกันที่คุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนั้นหากมีเรื่องที่สงสัยสามารถสอบถามได้ทันที โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ ข้อยกเว้นในการคุ้มครองของกรมธรรม์ หรือข้อแตกต่างระหว่างประกันภัยรถยนต์ที่สนใจกับประกันภัยประเภทอื่น <br />
<br />
ตรวจสอบค่าเบี้ยประกันจากหน้าเว็บไซต์<br />
การตรวจสอบค่าเบี้ย<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">ประกันรถยนต์ชั้น 1</a> ผ่านทางช่องทางออนไลน์หรือหน้าเว็บไซต์ของตัวแทนจำหน่าย ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเช็กค่าเบี้ยที่หลายคนชื่นชอบ โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้เวลาในการหาข้อมูลประกันภัยรถยนต์หลาย ๆ แห่งเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ เพราะช่องทางออนไลน์สามารถหาข้อมูลของกรมธรรม์ประกันภัยและเปรียบเทียบกรมธรรม์แบบต่าง ๆ  ได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ อย่างการเช็กค่าเบี้ยประกันจาก SCB PROTECT ที่นอกจากจะมีข้อมูลของกรมธรรม์ให้แล้วยังสามารถลองเช็กเบี้ยประกันและเปรียบเทียบราคาง่าย ๆ เพียงแค่ใส่ค่าเบี้ยต่อปีที่ต้องการชำระลงไป ทาง SCB PROTECT จะคัดเลือกประกันภัยรถยนต์แบบตรงใจมาให้เลือก และหลังจากนั้นสามารถสมัคร ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ได้ทันที เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่สะดวกและเริ่มต่อประกันภัยรถยนต์ได้ทันทีเมื่อ ประกันรถยนต์หมดอายุ<br />
<br />
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับวิธี เช็คเบี้ยประกันชั้น 1 (เพิ่มเติม: <a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1</a>) แบบง่าย ๆ ทั้ง 2 วิธีที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งในการต่อประกันภัยรถยนต์นั้นในความจริงแล้วไม่ต้องรอให้ ประกันรถยนต์หมดอายุ แล้วค่อยต่อ แต่สามารถต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ของเดิมยังไม่หมดอายุ รับประกันเลยว่าไม่มีคำว่าลืมต่อประกัน ใช้งานได้ต่อเนื่อง และขับขี่ได้สบายใจขึ้นอย่างแน่นอน<br />
<br />
ที่มาข้อมูล<br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-1</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2-plus</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-2</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3-plus" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3-plus</a><br />
<a href="https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3" target="_blank">https://online.scbprotect.co.th/motor?class=type-3</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เรื่องน่ารู้ของ ยางรถยนต์ มีกี่ประเภท? ยางแต่ละแบบเหมาะต่อการใช้งานอะไร?]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66524</link>
			<pubDate>Sun, 06 Mar 2022 20:21:29 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66524</guid>
			<description><![CDATA[ผู้ผลิต ยางรถยนต์ ในปัจจุบัน มีการสร้างสรรค์ยางในแต่ละแบบออกมา เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานของผู้ใช้รถใช้ถนนในปัจจุบันมากขึ้น ดังนั้นจึงอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกสงสัยว่ายางที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้น ถูกแบ่งออกเป็นกี่ประเภทและจะต้องเลือกอย่างไรจึงจะเหมาะสมต่อการใช้งานของตนเอง<br />
ยางสำหรับรถยนต์ มีกี่ประเภท?<br />
<br />
       สำหรับ ยางรถ ที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ใช้จำนวนมากบนท้องถนน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักด้วยกัน โดยจะมีรายละเอียดของแต่ละประเภทและรูปแบบการใช้งานอย่างเหมาะสม ดังต่อไปนี้<br />
<br />
1.ยางมาตรฐาน H/T<br />
ยางรถ แบบมาตรฐานที่ถูกใช้กับรถยนต์ทั่วไปหรือใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล จะถูกเรียกว่า Highway Terrain และมีตัวย่อที่ยางว่า H/T จะถือเป็นยางมาตรฐานที่ถูกใช้งานกับรถใหม่และจะได้รับความนิยมมาก เพราะหาซื้อได้ง่าย ดอกยางจะถูกทำขึ้นเป็นลวดลายที่มีความละเอียดแบบ Rib Pattern และจะเป็นลายดอกยางแนวยาวไปตลอดเส้นรอบวง ใช้งานได้ดีบนการวิ่งทางเรียบ สำหรับยี่ห้อยางชื่อดังของไทยจะมีการนำยางมาตรฐานในรูปแบบนี้ไปพัฒนา เช่น <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/high-performance-tires" target="_blank">ยางสปอร์ต</a> เพื่อทำให้การเดินทางของรถยนต์ส่วนบุคคลมีความนุ่มเงียบและสบายมากขึ้น เป็น<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires" target="_blank">ยางรถยนต์นุ่มเงียบ</a>ลดแรงกระแทกได้ดี พร้อมทำให้ยึดเกาะถนนได้มากกว่าเดิม เพื่อทำให้การเดินทางมีความปลอดภัย เพิ่มความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขับและผู้โดยสารมากกว่ายางทั่วไป<br />
<br />
2.ยางสายออฟโรด M/T<br />
ยางสายออฟโรดหรือ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/suv-cuv-4x4" target="_blank">ยางsuv </a>จะมีตัวย่อที่ยางว่า M/T หรือ Mud Terrain จะถูกทำขึ้นเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับรถสาย SUV และรถสายออฟโรด ด้วยโครงสร้างของยางที่มีความแข็งแกร่งมากกว่ายางประเภทอื่น ๆ พร้อมการใช้ดอกยางแบบ Block Pattern ที่จะถูกทำขึ้นเป็นทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยมและวงกลม มีรายละเอียดดอกยางและการบั้งดอกยางที่แตกต่างไปจากรุ่นอื่น ๆ เพราะจะต้องมีประสิทธิภาพสูงในการยึดเกาะถนนและการลุยไปบนพื้นทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดี ยางประเภทนี้จึงเหมาะมากสำหรับรถยนต์ SUV หรือออฟโรดที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ  เดินทางบนถนนพื้นผิวขรุขระ หินหรืออุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับยี่ห้อยางรถชื่อดังจะมีการนำยางประเภทนี้ไปพัฒนาและออกแบบดอกยางใหม่ เพื่อให้มีความสวยสปอร์ตและเติมเต็มในเรื่องของสมรรถนะกับสุนทรียภาพในการขับขี่มากขึ้น พร้อมเพิ่มความปลอดภัยและการใช้งานที่นุ่มเงียบ ทั้งยังมีการผลิตจากเทคโนโลยีทันสมัย จึงทำให้โครงสร้างแข็งแกร่งกว่าเดิม ใช้งานได้ยาวนาน ดอกยางไม่หายง่ายและเนื้อยางเสียน้อยลงเมื่อออกเดินทางแต่ละครั้ง<br />
<br />
3.ยางสายกระบะและรถตู้ A/T<br />
ยางแบบ All Terrain หรือ A/T ยางรถกระบะ และรถตู้ที่จะมีลายดอกยางหนาและใหญ่ขึ้น ร่องยางจะห่างกัน เพื่อทำให้การสัมผัสพื้นผิวของถนนเป็นอย่างดีเยี่ยม สามารถขับได้ทั้งเส้นทางเรียบและเส้นทางขรุขระ เพียงแต่ยางประเภทนี้เมื่อต้องวิ่งบนถนนเรียบอาจจะมีเสียงเสียดสีกับพื้นถนนข้างดังกว่ายางประเภทอื่น น้ำหนักของยางจะสูงเพราะโครงสร้างยางจะแข็งแกร่งมาก เนื่องจากต้องทนทานต่อการรับน้ำหนักตัวรถและสิ่งของที่บรรทุกได้ดี สำหรับยี่ห้อยางรถยนต์ชื่อดังจะมีการปรับเปลี่ยนให้ยางรถประเภทนี้มีความนุ่มเงียบมากขึ้น จึงทำให้การเดินทางมีความสะดวก ลดการเสียดสีของยางกับพื้นถนนได้มากกว่าเดิม จึงทำให้ลดการเสียเนื้อยางในการเดินทางแต่ละครั้งได้เป็นอย่างดี พร้อมการตอบสนองเรื่องการขนส่งที่ยางจะรับน้ำหนักได้ดีขึ้นกว่ายางทั่วไป ใช้ทั้งแบบส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ ไม่เสียหายง่ายและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง พร้อมให้อารมณ์การขับขี่ที่นุ่มเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคล การขับไปตลอดเส้นทางจึงได้ทั้งความปลอดภัยและความมั่นใจอย่างเต็มที่<br />
<br />
	ยางรถยนต์ ในปัจจุบันจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ ยางมาตรฐาน H/T, ยางสายออฟโรด M/T, ยางรถกระบะ และรถตู้ A/T ซึ่งทาง Bridgestone ยี่ห้อยางรถชื่อดังของไทยมีการผลิตยางทุกประเภทออกมาให้เหมาะสมต่อการใช้งานของคนในยุคนี้มากขึ้น พร้อมด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ดังนั้นถ้าคุณสนใจจะซื้อยางจาก Bridgestone สามารถเข้าไปค้นหายางคุณภาพที่เหมาะต่อความต้องการได้ที่ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th</a> <br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/02/25/rQurdz.png" border="0" alt="[Image: rQurdz.png]" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ผู้ผลิต ยางรถยนต์ ในปัจจุบัน มีการสร้างสรรค์ยางในแต่ละแบบออกมา เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานของผู้ใช้รถใช้ถนนในปัจจุบันมากขึ้น ดังนั้นจึงอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกสงสัยว่ายางที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้น ถูกแบ่งออกเป็นกี่ประเภทและจะต้องเลือกอย่างไรจึงจะเหมาะสมต่อการใช้งานของตนเอง<br />
ยางสำหรับรถยนต์ มีกี่ประเภท?<br />
<br />
       สำหรับ ยางรถ ที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ใช้จำนวนมากบนท้องถนน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักด้วยกัน โดยจะมีรายละเอียดของแต่ละประเภทและรูปแบบการใช้งานอย่างเหมาะสม ดังต่อไปนี้<br />
<br />
1.ยางมาตรฐาน H/T<br />
ยางรถ แบบมาตรฐานที่ถูกใช้กับรถยนต์ทั่วไปหรือใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล จะถูกเรียกว่า Highway Terrain และมีตัวย่อที่ยางว่า H/T จะถือเป็นยางมาตรฐานที่ถูกใช้งานกับรถใหม่และจะได้รับความนิยมมาก เพราะหาซื้อได้ง่าย ดอกยางจะถูกทำขึ้นเป็นลวดลายที่มีความละเอียดแบบ Rib Pattern และจะเป็นลายดอกยางแนวยาวไปตลอดเส้นรอบวง ใช้งานได้ดีบนการวิ่งทางเรียบ สำหรับยี่ห้อยางชื่อดังของไทยจะมีการนำยางมาตรฐานในรูปแบบนี้ไปพัฒนา เช่น <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/high-performance-tires" target="_blank">ยางสปอร์ต</a> เพื่อทำให้การเดินทางของรถยนต์ส่วนบุคคลมีความนุ่มเงียบและสบายมากขึ้น เป็น<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires" target="_blank">ยางรถยนต์นุ่มเงียบ</a>ลดแรงกระแทกได้ดี พร้อมทำให้ยึดเกาะถนนได้มากกว่าเดิม เพื่อทำให้การเดินทางมีความปลอดภัย เพิ่มความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขับและผู้โดยสารมากกว่ายางทั่วไป<br />
<br />
2.ยางสายออฟโรด M/T<br />
ยางสายออฟโรดหรือ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/suv-cuv-4x4" target="_blank">ยางsuv </a>จะมีตัวย่อที่ยางว่า M/T หรือ Mud Terrain จะถูกทำขึ้นเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับรถสาย SUV และรถสายออฟโรด ด้วยโครงสร้างของยางที่มีความแข็งแกร่งมากกว่ายางประเภทอื่น ๆ พร้อมการใช้ดอกยางแบบ Block Pattern ที่จะถูกทำขึ้นเป็นทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยมและวงกลม มีรายละเอียดดอกยางและการบั้งดอกยางที่แตกต่างไปจากรุ่นอื่น ๆ เพราะจะต้องมีประสิทธิภาพสูงในการยึดเกาะถนนและการลุยไปบนพื้นทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดี ยางประเภทนี้จึงเหมาะมากสำหรับรถยนต์ SUV หรือออฟโรดที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ  เดินทางบนถนนพื้นผิวขรุขระ หินหรืออุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับยี่ห้อยางรถชื่อดังจะมีการนำยางประเภทนี้ไปพัฒนาและออกแบบดอกยางใหม่ เพื่อให้มีความสวยสปอร์ตและเติมเต็มในเรื่องของสมรรถนะกับสุนทรียภาพในการขับขี่มากขึ้น พร้อมเพิ่มความปลอดภัยและการใช้งานที่นุ่มเงียบ ทั้งยังมีการผลิตจากเทคโนโลยีทันสมัย จึงทำให้โครงสร้างแข็งแกร่งกว่าเดิม ใช้งานได้ยาวนาน ดอกยางไม่หายง่ายและเนื้อยางเสียน้อยลงเมื่อออกเดินทางแต่ละครั้ง<br />
<br />
3.ยางสายกระบะและรถตู้ A/T<br />
ยางแบบ All Terrain หรือ A/T ยางรถกระบะ และรถตู้ที่จะมีลายดอกยางหนาและใหญ่ขึ้น ร่องยางจะห่างกัน เพื่อทำให้การสัมผัสพื้นผิวของถนนเป็นอย่างดีเยี่ยม สามารถขับได้ทั้งเส้นทางเรียบและเส้นทางขรุขระ เพียงแต่ยางประเภทนี้เมื่อต้องวิ่งบนถนนเรียบอาจจะมีเสียงเสียดสีกับพื้นถนนข้างดังกว่ายางประเภทอื่น น้ำหนักของยางจะสูงเพราะโครงสร้างยางจะแข็งแกร่งมาก เนื่องจากต้องทนทานต่อการรับน้ำหนักตัวรถและสิ่งของที่บรรทุกได้ดี สำหรับยี่ห้อยางรถยนต์ชื่อดังจะมีการปรับเปลี่ยนให้ยางรถประเภทนี้มีความนุ่มเงียบมากขึ้น จึงทำให้การเดินทางมีความสะดวก ลดการเสียดสีของยางกับพื้นถนนได้มากกว่าเดิม จึงทำให้ลดการเสียเนื้อยางในการเดินทางแต่ละครั้งได้เป็นอย่างดี พร้อมการตอบสนองเรื่องการขนส่งที่ยางจะรับน้ำหนักได้ดีขึ้นกว่ายางทั่วไป ใช้ทั้งแบบส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ ไม่เสียหายง่ายและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง พร้อมให้อารมณ์การขับขี่ที่นุ่มเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคล การขับไปตลอดเส้นทางจึงได้ทั้งความปลอดภัยและความมั่นใจอย่างเต็มที่<br />
<br />
	ยางรถยนต์ ในปัจจุบันจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ ยางมาตรฐาน H/T, ยางสายออฟโรด M/T, ยางรถกระบะ และรถตู้ A/T ซึ่งทาง Bridgestone ยี่ห้อยางรถชื่อดังของไทยมีการผลิตยางทุกประเภทออกมาให้เหมาะสมต่อการใช้งานของคนในยุคนี้มากขึ้น พร้อมด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ดังนั้นถ้าคุณสนใจจะซื้อยางจาก Bridgestone สามารถเข้าไปค้นหายางคุณภาพที่เหมาะต่อความต้องการได้ที่ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th</a> <br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/02/25/rQurdz.png" border="0" alt="[Image: rQurdz.png]" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[คนรักรถต้องรู้ ขับรถในเมืองควรเลือกใช้ยางรถยนต์แบบไหนดี]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66239</link>
			<pubDate>Mon, 21 Feb 2022 10:20:21 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66239</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">คนรักรถต้องรู้ ขับรถในเมืองควรเลือกใช้ยางรถยนต์แบบไหนดี</span><br />
<br />
	หากคุณกำลังจะเปลี่ยนยางรถใหม่แล้วเกิดคำถามว่า ควรเลือกเปลี่ยน<a href="https://www.autospinn.com/2021/07/how-to-choose-the-right-bridgestone-tire-for-your-car-83643" target="_blank">ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี</a>หรือเลือกยางรถยนต์อย่างไรให้เหมาะกับการขับขี่ คุณก็คงจะเคยได้ยินคำแนะนำเกี่ยวกับยางหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ต้องมี bridgestone แน่นอน… ทำให้คุณคงเกิดคำถามตามมาอีกว่า แล้ว<a href="https://www.autospinn.com/2021/07/how-to-choose-the-right-bridgestone-tire-for-your-car-83643" target="_blank"> ยาง bridgestone ดีไหม </a>bridgestone นับว่าเป็นแบรนด์ยางที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่ออยู่เสมอ หากเลือกใช้แล้วจะสามารถทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ขับขี่และสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี bridgestone ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้<br />
<br />
          อย่างที่ทราบกันดีว่ายางรถยนต์เป็นส่วนที่มีความสำคัญมากสำหรับการขับขี่ เพราะต้องรองรับน้ำหนักของรถทั้งคัน อีกทั้งยังเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสและยึดเกาะกับถนนได้ดีแม้ถนนจะเปียก ปัจจุบัน ยาง bridgestone นั้นก็ได้ถูกแบ่งออกทั้งหมด 5 ประเภท โดยได้ถูกแบ่งตามสไตล์การขับขี่ เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางคนชอบขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่บ่อย ๆ จึงต้องการยางที่สามารถยึดเกาะถนนได้ดี หรือบางคนเดินทางกับครอบครัวเป็นประจำจึงต้องการความนุ่มสบายขณะเดินทาง เป็นต้น<br />
<br />
         เนื่องจากยางรถที่มีมากถึง 5 ประเภท ทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจได้ยากว่าควรใช้ ยางรถยนต์ bridgestone ประเภทไหนดีและการขับรถในเมืองควรใช้ยางรถยนต์ประเภทไหนจึงจะตอบโจทย์มากที่สุด เราจึงได้รวบรวมข้อแตกต่างของยางแต่ละประเภทมาให้แล้วในบทความนี้ <br />
<br />
           ยางนุ่มเงียบ คือ ยางสำหรับคนที่ชอบความนุ่มเงียบสบายขณะขับขี่ เพราะถูกออกแบบมาให้มีดอกยางละเอียด ทำให้มีความนุ่มสบาย แต่ในด้านการยึดเกาะถนนก็ยังคงมีประสิทธิภาพดีไม่แพ้ยางประเภทอื่น ๆ และมักจะนำมาใช้เป็น<a href="https://www.autospinn.com/2021/07/how-to-choose-the-right-bridgestone-tire-for-your-car-83643" target="_blank">ยางรถเก๋ง</a>, รถ SUV รวมถึงรถครอบครัว เช่น รุ่น Turanza T005A<br />
          ยางรันแฟลต(Runflat) คือ ยางที่ถูกออกแบบมาให้สามารถขับขี่ต่อได้แม้ไม่มีลมยาง ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ยางรั่ว แต่ก็ยังสามารถขับขี่ต่อได้ โดยต้องขับให้มีความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง ซึ่งยางรันแฟลตจะมีราคาที่สูงกว่ายางประเภทอื่น เช่น รุ่น Potenza S001, Turanza ER300<br />
         ยางออฟโรด คือ ยางที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานหนัก เช่น รถกระบะบรรทุกของหนักเป็นประจำ รวมทั้งรถที่ขับขี่บนพื้นถนนขรุขระเป็นประจำ และยางออฟโรดยังสามารถแบ่งประเภทย่อย ๆ ได้อีก เพื่อให้เหมาะกับลักษณะพื้นถนนที่ขับขี่อยู่เป็นประจำ เช่น รุ่น Dueler M/T 674, Dueler A/T 697<br />
         ยางประหยัดน้ำมัน คือ ยางที่มีส่วนผสมของซิลิกาในดอกยาง ซึ่งปกติแล้วจะใช้คาร์บอน โดยซิลิกาจะช่วยลดแรงต้านของการหมุนล้อ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สามารถประหยัดน้ำมันได้นั่นเอง แต่ยางประเภทนี้จะไม่เหมาะกับคนที่ใช้ความเร็วในการขับขี่สูง เช่น รุ่น Ecopia EP300, Ecopia EP850<br />
         ยางสปอร์ตสมรรถนะสูง คือ ยางที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้ความเร็วในการขับขี่สูง ดอกยางถูกออกแบบมาให้ป้องกันการเหินน้ำได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถบังคับการเข้าโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้พื้นถนนจะเปียก เช่น รุ่น Potenza Adrenalin RE004, Potenza S007A<br />
<br />
          ทั้งหมดนี้ก็เป็น ยางรถยนต์ bridgestone ทั้ง 5 ประเภท สำหรับการขับรถในเมืองจะต้องเผชิญกับปัญหารถติดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งยางที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับรถในเมืองมากที่สุดก็คงจะเป็น ยาง bridgestone ประเภทนุ่มเงียบ เพราะมีความโดดเด่นในเรื่องของความนุ่มสบายและยังลดเสียงรบกวนต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย<br />
<br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">คนรักรถต้องรู้ ขับรถในเมืองควรเลือกใช้ยางรถยนต์แบบไหนดี</span><br />
<br />
	หากคุณกำลังจะเปลี่ยนยางรถใหม่แล้วเกิดคำถามว่า ควรเลือกเปลี่ยน<a href="https://www.autospinn.com/2021/07/how-to-choose-the-right-bridgestone-tire-for-your-car-83643" target="_blank">ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี</a>หรือเลือกยางรถยนต์อย่างไรให้เหมาะกับการขับขี่ คุณก็คงจะเคยได้ยินคำแนะนำเกี่ยวกับยางหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ต้องมี bridgestone แน่นอน… ทำให้คุณคงเกิดคำถามตามมาอีกว่า แล้ว<a href="https://www.autospinn.com/2021/07/how-to-choose-the-right-bridgestone-tire-for-your-car-83643" target="_blank"> ยาง bridgestone ดีไหม </a>bridgestone นับว่าเป็นแบรนด์ยางที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่ออยู่เสมอ หากเลือกใช้แล้วจะสามารถทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ขับขี่และสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี bridgestone ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้<br />
<br />
          อย่างที่ทราบกันดีว่ายางรถยนต์เป็นส่วนที่มีความสำคัญมากสำหรับการขับขี่ เพราะต้องรองรับน้ำหนักของรถทั้งคัน อีกทั้งยังเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสและยึดเกาะกับถนนได้ดีแม้ถนนจะเปียก ปัจจุบัน ยาง bridgestone นั้นก็ได้ถูกแบ่งออกทั้งหมด 5 ประเภท โดยได้ถูกแบ่งตามสไตล์การขับขี่ เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางคนชอบขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่บ่อย ๆ จึงต้องการยางที่สามารถยึดเกาะถนนได้ดี หรือบางคนเดินทางกับครอบครัวเป็นประจำจึงต้องการความนุ่มสบายขณะเดินทาง เป็นต้น<br />
<br />
         เนื่องจากยางรถที่มีมากถึง 5 ประเภท ทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจได้ยากว่าควรใช้ ยางรถยนต์ bridgestone ประเภทไหนดีและการขับรถในเมืองควรใช้ยางรถยนต์ประเภทไหนจึงจะตอบโจทย์มากที่สุด เราจึงได้รวบรวมข้อแตกต่างของยางแต่ละประเภทมาให้แล้วในบทความนี้ <br />
<br />
           ยางนุ่มเงียบ คือ ยางสำหรับคนที่ชอบความนุ่มเงียบสบายขณะขับขี่ เพราะถูกออกแบบมาให้มีดอกยางละเอียด ทำให้มีความนุ่มสบาย แต่ในด้านการยึดเกาะถนนก็ยังคงมีประสิทธิภาพดีไม่แพ้ยางประเภทอื่น ๆ และมักจะนำมาใช้เป็น<a href="https://www.autospinn.com/2021/07/how-to-choose-the-right-bridgestone-tire-for-your-car-83643" target="_blank">ยางรถเก๋ง</a>, รถ SUV รวมถึงรถครอบครัว เช่น รุ่น Turanza T005A<br />
          ยางรันแฟลต(Runflat) คือ ยางที่ถูกออกแบบมาให้สามารถขับขี่ต่อได้แม้ไม่มีลมยาง ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ยางรั่ว แต่ก็ยังสามารถขับขี่ต่อได้ โดยต้องขับให้มีความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง ซึ่งยางรันแฟลตจะมีราคาที่สูงกว่ายางประเภทอื่น เช่น รุ่น Potenza S001, Turanza ER300<br />
         ยางออฟโรด คือ ยางที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานหนัก เช่น รถกระบะบรรทุกของหนักเป็นประจำ รวมทั้งรถที่ขับขี่บนพื้นถนนขรุขระเป็นประจำ และยางออฟโรดยังสามารถแบ่งประเภทย่อย ๆ ได้อีก เพื่อให้เหมาะกับลักษณะพื้นถนนที่ขับขี่อยู่เป็นประจำ เช่น รุ่น Dueler M/T 674, Dueler A/T 697<br />
         ยางประหยัดน้ำมัน คือ ยางที่มีส่วนผสมของซิลิกาในดอกยาง ซึ่งปกติแล้วจะใช้คาร์บอน โดยซิลิกาจะช่วยลดแรงต้านของการหมุนล้อ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สามารถประหยัดน้ำมันได้นั่นเอง แต่ยางประเภทนี้จะไม่เหมาะกับคนที่ใช้ความเร็วในการขับขี่สูง เช่น รุ่น Ecopia EP300, Ecopia EP850<br />
         ยางสปอร์ตสมรรถนะสูง คือ ยางที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้ความเร็วในการขับขี่สูง ดอกยางถูกออกแบบมาให้ป้องกันการเหินน้ำได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถบังคับการเข้าโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้พื้นถนนจะเปียก เช่น รุ่น Potenza Adrenalin RE004, Potenza S007A<br />
<br />
          ทั้งหมดนี้ก็เป็น ยางรถยนต์ bridgestone ทั้ง 5 ประเภท สำหรับการขับรถในเมืองจะต้องเผชิญกับปัญหารถติดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งยางที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับรถในเมืองมากที่สุดก็คงจะเป็น ยาง bridgestone ประเภทนุ่มเงียบ เพราะมีความโดดเด่นในเรื่องของความนุ่มสบายและยังลดเสียงรบกวนต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย<br />
<br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[อัปเดต ราคายางรถยนต์ 5 รุ่นยอดฮิต ตัวเลือกดีๆ สำหรับนักขับขี่ตัวจริง]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66185</link>
			<pubDate>Thu, 17 Feb 2022 14:25:23 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=66185</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">อัปเดต ราคายางรถยนต์ 5 รุ่นยอดฮิต ตัวเลือกดีๆ สำหรับนักขับขี่ตัวจริง</span><br />
<br />
          ปัจจุบันนี้การใช้รถใช้ถนนของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็มักเห็นรถประเภทต่าง ๆ วิ่งบนท้องถนนจำนวนมาก ด้วยว่ามีผู้ใช้รถเพิ่มขึ้นทุกวัน การออกแบบและผลิตยางจึงจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อให้ได้ยางที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายและสำหรับใครที่เป็นเจ้าของรถ หากกำลังมองหา<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถ</a>คู่ใจ ลองมาอัปเดต ราคา<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถยนต์</a> รุ่นยอดฮิตจาก Bridgestone ที่แต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อนักขับขี่ตัวจริง<br />
<br />
1. ยางบีเอ็มดับเบิลยู -Bridgestone DUELER H/T 684 ราคาประมาณ 7,030 บาท / เส้น<br />
หากเป็นเจ้าของรถ BMW ห้ามพลาดเป็นเจ้าของ ยางรถยนต์ รุ่นนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถที่ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ขับขี่โฉบเฉี่ยวได้ตลอดเส้นทาง ออกแบบเนื้อยางให้แข็งแกร่ง ทนทาน ทำให้ใช้งานได้นาน มอบความนุ่มนวลทุกเส้นทางขับขี่ และทรงตัวได้ดี ไม่ว่าจะกี่โค้งก็ขับขี่ไร้กังวล<br />
2. ยาง Mercedes – Benz Bridgestone ECOPIA EP300 ราคาประมาณ 4,870 บาท / เส้น<br />
ยางรถยนต์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเลือกขับขี่ในเมืองหรือใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะตัวยางออกแบบมาให้ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม ประหยัดเงินกระเป๋าได้เป็นอย่างดี ด้านสมรรถนะแทบไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะพื้นผิวแห้ง พื้นผิวเปียก หรือพื้นผิวขรุขระ ก็สามารถยึดเกาะได้ดี <br />
3. ยางอีซูซุ -Bridgestone DURAVIS R624 HEAVY DUTY ราคาประมาณ 4,330 บาท / เส้น<br />
หากพูดถึงแบรนด์อีซูซุ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงรถคู่ใจที่ออกแบบมาเพื่อเส้นทางสมบุกสมบันหรือการบรรทุกของหนัก ซึ่งแน่นอนว่าต้องเหมาะกับ ยางรถยนต์ รุ่นนี้ เนื้อยางออกแบบมาอย่างแข็งแกร่ง ทนทาน ดอกยางไม่สึกง่าย เหมาะกับการใช้งานยาว ๆ <br />
4. <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/manufacturers/toyota" target="_blank">ยางรถยนต์โตโยต้า </a>Bridgestone Turanza T005A ราคาประมาณ 6,960 บาท / เส้น<br />
ที่สุดของการขับขี่อย่างนุ่มสบายและไร้เสียงรบกวน เพราะเป็นยางนุ่มเงียบ ลดการกระแทก การสั่นสะเทือน และยังลดเสียงดังรบกวนภายในห้องโดยสาร ยึดเกาะได้ดีทุกพื้นผิว และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน<br />
5. ยางรถยนต์ ฮอนด้า- Bridgestone Potenza Adrenalin RE004 ราคาประมาณ 8,200 บาท / เส้น<br />
หากเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าและขับขี่สไตล์สปอร์ต แนะนำยางรุ่นนี้เพราะออกแบบดอกยางรูปตัว A เหมาะกับการขับขี่สไตล์สปอร์ต ไม่ว่าจะกี่โค้งก็มั่นใจเพราะตัวยางยึดเกาะพื้นถนนได้ดี ยังแข็งแกร่งทนทาน และตอบสนองกับพวงมาลัยได้อย่างดีเยี่ยม<br />
<br />
           อัปเดต ราคายางรถยนต์ กันไปแล้ว ใครกำลังมองหายางเส้นใหม่ อย่าลืมเลือกรุ่นและขนาดที่สอดคล้องกับการใช้งาน ที่สำคัญควรเลือกยางจาก Bridgestone นอกจากมีตัวเลือกมากมายหลายรุ่นแล้ว ยางรถยนต์ทุกเส้นยังผลิตอย่างได้มาตรฐาน คิดค้นเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อการผลิตยางทรงประสิทธิภาพ ตอบสนองการใช้งานได้ดี <br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ยางรถขอบ15</span> <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch</a><br />
<br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">อัปเดต ราคายางรถยนต์ 5 รุ่นยอดฮิต ตัวเลือกดีๆ สำหรับนักขับขี่ตัวจริง</span><br />
<br />
          ปัจจุบันนี้การใช้รถใช้ถนนของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็มักเห็นรถประเภทต่าง ๆ วิ่งบนท้องถนนจำนวนมาก ด้วยว่ามีผู้ใช้รถเพิ่มขึ้นทุกวัน การออกแบบและผลิตยางจึงจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อให้ได้ยางที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายและสำหรับใครที่เป็นเจ้าของรถ หากกำลังมองหา<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถ</a>คู่ใจ ลองมาอัปเดต ราคา<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/passenger-car-tires" target="_blank">ยางรถยนต์</a> รุ่นยอดฮิตจาก Bridgestone ที่แต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อนักขับขี่ตัวจริง<br />
<br />
1. ยางบีเอ็มดับเบิลยู -Bridgestone DUELER H/T 684 ราคาประมาณ 7,030 บาท / เส้น<br />
หากเป็นเจ้าของรถ BMW ห้ามพลาดเป็นเจ้าของ ยางรถยนต์ รุ่นนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถที่ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ขับขี่โฉบเฉี่ยวได้ตลอดเส้นทาง ออกแบบเนื้อยางให้แข็งแกร่ง ทนทาน ทำให้ใช้งานได้นาน มอบความนุ่มนวลทุกเส้นทางขับขี่ และทรงตัวได้ดี ไม่ว่าจะกี่โค้งก็ขับขี่ไร้กังวล<br />
2. ยาง Mercedes – Benz Bridgestone ECOPIA EP300 ราคาประมาณ 4,870 บาท / เส้น<br />
ยางรถยนต์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเลือกขับขี่ในเมืองหรือใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะตัวยางออกแบบมาให้ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม ประหยัดเงินกระเป๋าได้เป็นอย่างดี ด้านสมรรถนะแทบไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะพื้นผิวแห้ง พื้นผิวเปียก หรือพื้นผิวขรุขระ ก็สามารถยึดเกาะได้ดี <br />
3. ยางอีซูซุ -Bridgestone DURAVIS R624 HEAVY DUTY ราคาประมาณ 4,330 บาท / เส้น<br />
หากพูดถึงแบรนด์อีซูซุ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงรถคู่ใจที่ออกแบบมาเพื่อเส้นทางสมบุกสมบันหรือการบรรทุกของหนัก ซึ่งแน่นอนว่าต้องเหมาะกับ ยางรถยนต์ รุ่นนี้ เนื้อยางออกแบบมาอย่างแข็งแกร่ง ทนทาน ดอกยางไม่สึกง่าย เหมาะกับการใช้งานยาว ๆ <br />
4. <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/manufacturers/toyota" target="_blank">ยางรถยนต์โตโยต้า </a>Bridgestone Turanza T005A ราคาประมาณ 6,960 บาท / เส้น<br />
ที่สุดของการขับขี่อย่างนุ่มสบายและไร้เสียงรบกวน เพราะเป็นยางนุ่มเงียบ ลดการกระแทก การสั่นสะเทือน และยังลดเสียงดังรบกวนภายในห้องโดยสาร ยึดเกาะได้ดีทุกพื้นผิว และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน<br />
5. ยางรถยนต์ ฮอนด้า- Bridgestone Potenza Adrenalin RE004 ราคาประมาณ 8,200 บาท / เส้น<br />
หากเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าและขับขี่สไตล์สปอร์ต แนะนำยางรุ่นนี้เพราะออกแบบดอกยางรูปตัว A เหมาะกับการขับขี่สไตล์สปอร์ต ไม่ว่าจะกี่โค้งก็มั่นใจเพราะตัวยางยึดเกาะพื้นถนนได้ดี ยังแข็งแกร่งทนทาน และตอบสนองกับพวงมาลัยได้อย่างดีเยี่ยม<br />
<br />
           อัปเดต ราคายางรถยนต์ กันไปแล้ว ใครกำลังมองหายางเส้นใหม่ อย่าลืมเลือกรุ่นและขนาดที่สอดคล้องกับการใช้งาน ที่สำคัญควรเลือกยางจาก Bridgestone นอกจากมีตัวเลือกมากมายหลายรุ่นแล้ว ยางรถยนต์ทุกเส้นยังผลิตอย่างได้มาตรฐาน คิดค้นเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อการผลิตยางทรงประสิทธิภาพ ตอบสนองการใช้งานได้ดี <br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">ยางรถขอบ15</span> <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th/rim/15-inch</a><br />
<br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[แนวทางในการเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ให้คุ้มทุนต้องทำอย่างไร ?]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=65721</link>
			<pubDate>Tue, 11 Jan 2022 16:15:31 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=65721</guid>
			<description><![CDATA[<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/01/11/nKwN69.jpg" border="0" alt="[Image: nKwN69.jpg]" /><br />
<br />
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย ดังนั้นการศึกษาหาความรู้หรือ<span style="font-weight: bold;"><a href="https://www.tripetchinsurance.com/index.php?app=services&amp;fnc=Insurance" target="_blank">เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์</a></span>จึงเป็นสิ่งที่คนมีรถยนต์พึงกระทำ เพราะเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจะได้มีแผนการรับมืออย่างทันท่วงที นอกจากนี้การคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ของแต่ละบริษัทประกัน ยังช่วยให้คุณได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย<br />
<br />
แต่ถึงกระนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ในวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักและบอกแนวทางในการตรวจสอบเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่คุณสามารถเลือกกรมธรรม์เองได้ เอาล่ะ อย่ารอช้า เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย !!<br />
 <br />
<br />
<span style="color: #800080;"><span style="font-weight: bold;">เบี้ยประกันรถยนต์ คืออะไร ?</span></span><br />
           	<br />
เป็นค่าประกันความเสียหายที่เราจ่ายให้กับบริษัทประกันล่วงหน้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุเงินส่วนนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ของเรา เกิดกับรถของคู่กรณี หรือกับทุกชีวิตที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ โดยเงื่อนไขทั้งหมดจะถูกระบุไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน<br />
 <br />
<br />
<span style="color: #800080;"><span style="font-weight: bold;">วิธีเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ที่คุ้มค่าต่อผู้เอาประกัน</span></span><br />
           	<br />
แต่ละบริษัทประกันมีการกำหนดเบี้ยที่จ่ายต่างจำนวนต่างวาระ ด้วยเหตุนี้การจะตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ เราต้องตรวจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ สิทธิพิเศษ ความคุ้มครอง รวมไปถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ดีเสียก่อน โดยเทคนิคในการเช็คดูเบี้ยประกันที่ทั้งง่ายดายและเห็นผลจริงนั้น มีดังนี้<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">- ทุนประกันอันเหมาะสม มีส่วนช่วยลดเบี้ยประกันลงได้</span><br />
สิ่งที่คุณควรมองหาคือ แพ็กเกจที่เหมาะกับรถยนต์ของคุณที่สุด และพยายามอย่ายึดติดกับคำว่า ‘ทุนประกันสูงสุด’ มากจนเกินไป โดยขั้นแรกให้คุณประเมินทุนประกันแล้วนำไปเทียบกับราคารถที่มีรุ่นและยี่ห้อเดียวกันในตลาดมือสอง จากนั้นก็เลือกแพ็กเกจที่มีทุนประกันใกล้เคียงกัน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของเบี้ยประกันรถยนต์ลงได้  <br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/01/11/nKw4RD.jpg" border="0" alt="[Image: nKw4RD.jpg]" /><br />
 <br />
<span style="font-weight: bold;">- เทียบความคุ้มครองของแต่ละบริษัทประกัน</span><br />
เนื่องด้วยในตอนนี้คุณสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกแพ็กเกจผิด แต่ก่อนเลือกซื้อให้ลองเปรียบเทียบข้อเสนอของบริษัทประกันรายอื่น ๆ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่โดนใจคุณที่สุด<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">- เลือกเคลมรถกับอู่แทนซ่อมกับห้าง</span><br />
อีกวิธีที่คุณสามารถลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ลงได้คือ การเลือกเคลมรถยนต์กับอู่แทนการส่งซ่อมกับห้างหรือศูนย์บริการรถยี่ห้อนั้น ๆ เนื่องด้วยอู่ซ่อมคิดค่าบริการค่อนข้างเบากว่าซ่อมห้าง แถมไม่ต้องรอคิวนานอีกด้วย<br />
 <br />
           	<br />
แม้ว่าบริษัทประกันแต่ละเจ้าจะมีข้อเสนอดี ๆ มากมาย แต่นั่นก็มาพร้อมกับค่าเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายเป็นการตอบแทน ดังนั้นควรเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ที่เหมาะกับรถของคุณ เพียงเท่านี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเบี้ยประกันเกินจำเป็นแล้ว !!]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/01/11/nKwN69.jpg" border="0" alt="[Image: nKwN69.jpg]" /><br />
<br />
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย ดังนั้นการศึกษาหาความรู้หรือ<span style="font-weight: bold;"><a href="https://www.tripetchinsurance.com/index.php?app=services&amp;fnc=Insurance" target="_blank">เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์</a></span>จึงเป็นสิ่งที่คนมีรถยนต์พึงกระทำ เพราะเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจะได้มีแผนการรับมืออย่างทันท่วงที นอกจากนี้การคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ของแต่ละบริษัทประกัน ยังช่วยให้คุณได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย<br />
<br />
แต่ถึงกระนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ในวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักและบอกแนวทางในการตรวจสอบเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่คุณสามารถเลือกกรมธรรม์เองได้ เอาล่ะ อย่ารอช้า เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย !!<br />
 <br />
<br />
<span style="color: #800080;"><span style="font-weight: bold;">เบี้ยประกันรถยนต์ คืออะไร ?</span></span><br />
           	<br />
เป็นค่าประกันความเสียหายที่เราจ่ายให้กับบริษัทประกันล่วงหน้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุเงินส่วนนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ของเรา เกิดกับรถของคู่กรณี หรือกับทุกชีวิตที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ โดยเงื่อนไขทั้งหมดจะถูกระบุไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน<br />
 <br />
<br />
<span style="color: #800080;"><span style="font-weight: bold;">วิธีเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ที่คุ้มค่าต่อผู้เอาประกัน</span></span><br />
           	<br />
แต่ละบริษัทประกันมีการกำหนดเบี้ยที่จ่ายต่างจำนวนต่างวาระ ด้วยเหตุนี้การจะตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ เราต้องตรวจเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ สิทธิพิเศษ ความคุ้มครอง รวมไปถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ดีเสียก่อน โดยเทคนิคในการเช็คดูเบี้ยประกันที่ทั้งง่ายดายและเห็นผลจริงนั้น มีดังนี้<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">- ทุนประกันอันเหมาะสม มีส่วนช่วยลดเบี้ยประกันลงได้</span><br />
สิ่งที่คุณควรมองหาคือ แพ็กเกจที่เหมาะกับรถยนต์ของคุณที่สุด และพยายามอย่ายึดติดกับคำว่า ‘ทุนประกันสูงสุด’ มากจนเกินไป โดยขั้นแรกให้คุณประเมินทุนประกันแล้วนำไปเทียบกับราคารถที่มีรุ่นและยี่ห้อเดียวกันในตลาดมือสอง จากนั้นก็เลือกแพ็กเกจที่มีทุนประกันใกล้เคียงกัน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของเบี้ยประกันรถยนต์ลงได้  <br />
<br />
<img src="https://sv1.picz.in.th/images/2022/01/11/nKw4RD.jpg" border="0" alt="[Image: nKw4RD.jpg]" /><br />
 <br />
<span style="font-weight: bold;">- เทียบความคุ้มครองของแต่ละบริษัทประกัน</span><br />
เนื่องด้วยในตอนนี้คุณสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกแพ็กเกจผิด แต่ก่อนเลือกซื้อให้ลองเปรียบเทียบข้อเสนอของบริษัทประกันรายอื่น ๆ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่โดนใจคุณที่สุด<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;">- เลือกเคลมรถกับอู่แทนซ่อมกับห้าง</span><br />
อีกวิธีที่คุณสามารถลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ลงได้คือ การเลือกเคลมรถยนต์กับอู่แทนการส่งซ่อมกับห้างหรือศูนย์บริการรถยี่ห้อนั้น ๆ เนื่องด้วยอู่ซ่อมคิดค่าบริการค่อนข้างเบากว่าซ่อมห้าง แถมไม่ต้องรอคิวนานอีกด้วย<br />
 <br />
           	<br />
แม้ว่าบริษัทประกันแต่ละเจ้าจะมีข้อเสนอดี ๆ มากมาย แต่นั่นก็มาพร้อมกับค่าเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายเป็นการตอบแทน ดังนั้นควรเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ที่เหมาะกับรถของคุณ เพียงเท่านี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเบี้ยประกันเกินจำเป็นแล้ว !!]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[BRIDGESTONE ขึ้นแท่น ยางนุ่มเงียบ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=64717</link>
			<pubDate>Sat, 27 Nov 2021 13:44:50 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=64717</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">เผย 5 สาเหตุที่ทำให้ Turanza จาก BRIDGESTONE ขึ้นแท่น ยางนุ่มเงียบ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย</span><br />
<br />
        เมื่อพูดถึง ยางนุ่มเงียบ ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เรามักได้ยินชื่อของ Turanza จาก Bridgestone อยู่เสมอ เพราะอะไร ทำไม ยางรถยนต์นุ่มเงียบ รุ่นนี้จึงสามารถครองใจคนไทยจำนวนมากได้ เราจะมาเปิดเผยสาเหตุที่น่าสนใจกันในวันนี้ ว่ายางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบ ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี<br />
1. บล็อกดอกยาง ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Bridgestone<br />
เสียงรบกวนและแรงกระแทกจากการขับขี่ มักมีสาเหตุมาจากบล็อกดอกยางที่ได้รับการออกแบบมาไม่ดีพอ Turanza จึงเลือกใช้บล็อกดอกยางที่มีลักษณะและขนาดแตกต่างกันอย่างลงตัว พร้อมปรับร่องดอกยางให้อยู่ในองศาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ <br />
2. สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ มีความนุ่มนวล<br />
ยางรถยนต์ Bridgestone Turanzaมีคุณสมบัติดูดซับแรงสั่นสะเทือน เสริมสมรรถนะในการทรงตัวขณะขับขี่บนทางหลวงได้อย่างดีเยี่ยม โดยหน้าสัมผัสบริเวณหน้ายางได้รับการออกแบบให้กระจายแรงกดสม่ำเสมอ ในส่วนของแก้มยางก็ได้รับการออกแบบให้แข็งแรงแต่นุ่มนวล หยุดอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ <br />
3. ยึดเกาะถนนได้ดี ทั้งสภาพถนนแห้ง และถนนเปียก <br />
ผลจากการทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ เปรียบเทียบระหว่างยางรถเก๋งนุ่มเงียบ Turanza และยางทั่วไป ด้วยขนาดยางเท่ากัน ติดตั้งบนรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน พร้อมความเร็วเท่ากัน พบว่าการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันบนถนนแห้งและถนนเปียก ยาง Turanza ยึดเกาะถนนได้ดี ไม่มีอาการท้ายสะบัด ทรงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพว่ายางทั่วไปที่นำมาเปรียบเทียบกันอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่านอกจากความนุ่มเงียบแล้ว Turanza ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้ที่โดยสารมาด้วยบนรถได้เป็นอย่างดี <br />
4. เสียงรบกวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับยางทั่วไป <br />
ผลจากการทดสอบที่สนามทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ ด้วยรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน และความเร็วเท่ากัน พบว่า Turanza เกิดเสียงภายในรถเพียง 58.1 เดซิเบล เทียบกับยางทั่วไปซึ่งเกิดเสียงภายในรถดังกว่า ที่ 61.5 เดซิเบล <br />
5. นวัตกรรม Run-Flat Technology ยังวิ่งต่อได้ แม้ไม่มีลมยาง <br />
สำหรับรุ่นรันแฟลตที่เกิดยางรั่วขณะขับขี่ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถให้วิ่งต่อไปยังสถานที่ปลอดภัยได้แม้สูญเสียความดันลมยาง ไม่จำเป็นต้องจอดในที่เปลี่ยวเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ข้างทาง และป้องกันอันตรายจากการระเบิดที่ความเร็วสูง เมื่อไม่จำเป็นต้องพกยางอะไหล่ ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในรถได้มากขึ้น ลดน้ำหนักที่รถต้องแบกลงได้อีกด้วย<br />
<br />
         มาถึงตรงนี้หลายคนคงหายข้องใจแล้วว่า ทำไม <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/fuel-efficiency-tires" target="_blank">ยางประหยัดน้ำมัน </a><a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires" target="_blank">ยางนุ่มเงียบ</a>ระดับพรีเมียมอย่าง Turanza จึงครองใจคนไทยได้อย่างยาวนาน และจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีเพราะนอกจากทางแบรนด์จะไม่หยุดพัฒนาแล้ว ยังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย อายุการใช้งาน คุณสมบัติดีอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนยางครั้งหน้า Turanza คือ อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ทั้งความสบายในการขับขี่ มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย<br />
<br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">เผย 5 สาเหตุที่ทำให้ Turanza จาก BRIDGESTONE ขึ้นแท่น ยางนุ่มเงียบ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย</span><br />
<br />
        เมื่อพูดถึง ยางนุ่มเงียบ ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เรามักได้ยินชื่อของ Turanza จาก Bridgestone อยู่เสมอ เพราะอะไร ทำไม ยางรถยนต์นุ่มเงียบ รุ่นนี้จึงสามารถครองใจคนไทยจำนวนมากได้ เราจะมาเปิดเผยสาเหตุที่น่าสนใจกันในวันนี้ ว่ายางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบ ยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดี<br />
1. บล็อกดอกยาง ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Bridgestone<br />
เสียงรบกวนและแรงกระแทกจากการขับขี่ มักมีสาเหตุมาจากบล็อกดอกยางที่ได้รับการออกแบบมาไม่ดีพอ Turanza จึงเลือกใช้บล็อกดอกยางที่มีลักษณะและขนาดแตกต่างกันอย่างลงตัว พร้อมปรับร่องดอกยางให้อยู่ในองศาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ <br />
2. สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ มีความนุ่มนวล<br />
ยางรถยนต์ Bridgestone Turanzaมีคุณสมบัติดูดซับแรงสั่นสะเทือน เสริมสมรรถนะในการทรงตัวขณะขับขี่บนทางหลวงได้อย่างดีเยี่ยม โดยหน้าสัมผัสบริเวณหน้ายางได้รับการออกแบบให้กระจายแรงกดสม่ำเสมอ ในส่วนของแก้มยางก็ได้รับการออกแบบให้แข็งแรงแต่นุ่มนวล หยุดอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ <br />
3. ยึดเกาะถนนได้ดี ทั้งสภาพถนนแห้ง และถนนเปียก <br />
ผลจากการทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ เปรียบเทียบระหว่างยางรถเก๋งนุ่มเงียบ Turanza และยางทั่วไป ด้วยขนาดยางเท่ากัน ติดตั้งบนรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน พร้อมความเร็วเท่ากัน พบว่าการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันบนถนนแห้งและถนนเปียก ยาง Turanza ยึดเกาะถนนได้ดี ไม่มีอาการท้ายสะบัด ทรงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพว่ายางทั่วไปที่นำมาเปรียบเทียบกันอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่านอกจากความนุ่มเงียบแล้ว Turanza ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้ที่โดยสารมาด้วยบนรถได้เป็นอย่างดี <br />
4. เสียงรบกวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับยางทั่วไป <br />
ผลจากการทดสอบที่สนามทดสอบโดยผู้ทดสอบมืออาชีพ ด้วยรถรุ่นเดียวกันปีเดียวกัน ความดันลมยางหน้าหลังในปริมาณเท่ากัน และความเร็วเท่ากัน พบว่า Turanza เกิดเสียงภายในรถเพียง 58.1 เดซิเบล เทียบกับยางทั่วไปซึ่งเกิดเสียงภายในรถดังกว่า ที่ 61.5 เดซิเบล <br />
5. นวัตกรรม Run-Flat Technology ยังวิ่งต่อได้ แม้ไม่มีลมยาง <br />
สำหรับรุ่นรันแฟลตที่เกิดยางรั่วขณะขับขี่ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถให้วิ่งต่อไปยังสถานที่ปลอดภัยได้แม้สูญเสียความดันลมยาง ไม่จำเป็นต้องจอดในที่เปลี่ยวเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ข้างทาง และป้องกันอันตรายจากการระเบิดที่ความเร็วสูง เมื่อไม่จำเป็นต้องพกยางอะไหล่ ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในรถได้มากขึ้น ลดน้ำหนักที่รถต้องแบกลงได้อีกด้วย<br />
<br />
         มาถึงตรงนี้หลายคนคงหายข้องใจแล้วว่า ทำไม <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/fuel-efficiency-tires" target="_blank">ยางประหยัดน้ำมัน </a><a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires" target="_blank">ยางนุ่มเงียบ</a>ระดับพรีเมียมอย่าง Turanza จึงครองใจคนไทยได้อย่างยาวนาน และจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีเพราะนอกจากทางแบรนด์จะไม่หยุดพัฒนาแล้ว ยังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย อายุการใช้งาน คุณสมบัติดีอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนยางครั้งหน้า Turanza คือ อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ทั้งความสบายในการขับขี่ มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย<br />
<br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รีวิว เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ CTEK ของมันต้องมี - Johnrider]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=57256</link>
			<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 13:05:09 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=57256</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: large;">รีวิว เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ CTEK ของมันต้องมี - Johnrider</span></span><br />
<br />
คุณจอห์นแห่งช่อง จอห์นไรเดอร์ - Johnrider ใน Youtube ได้มีโอกาสมา Unbox สินค้าของทางเรา พร้อมสาธิตการใช้งานอย่างง่าย ของเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถสองรุ่นสุดฮิตอย่าง XS 0.8 สำหรับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ และ MXS 5.0 สำหรับรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์<br />
<br />
รีวิว <a href="https://www.aprtech.co.th/motorcycle" target="_blank">เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์</a> และรถยนต์ CTEK ของมันต้องมี - Johnrider วันนี้ผมก็จะมารีวิวสินค้าที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานานแล้ว ต้องบอกว่า ได้มีโอกาสใช้ ซึ่งได้มีโอกาสลองใช้ก็จะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้กัน นั่นก็คือ CTEK ไม่ว่าจะชาร์จแบตรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ก็สามารถชาร์จได้<br />
<br />
ซึ่งตัวแรกก็คือ CTEK XS 0.8 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ สามารถใช้กับการชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 2, 8, 20 แอมป์ จนถึงขนาด 32 แอมป์ พูดง่าย ๆ เลยก็คือ แบตเตอรี่ที่เป็นขนาดของรถมอเตอร์ไซค์สามารถใช้งานได้หมดทุกรุ่นเลยทีเดียว อีกตัวก็คือ CTEK MXS 5.0 ซึ่งตัวนี้ ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยเพราะว่าเป็นที่ชาร์จสำหรับรถยนต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่เป็น AGM ได้ ซึ่งวันนี้เราก็จะมารีวิวเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ทั้ง 2 รุ่นนี้กันนะครับว่าดีอย่างไรบ้าง? ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่าเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK เป็นแบรนด์ที่คิดค้นและพัฒนามาจากประเทศสวีเดน<br />
<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: large;">Unbox แกะกล่อง CTEK XS 0.8</span></span><br />
<br />
เริ่มต้นแกะกล่อง คือ เรื่องความยาวของสายชาร์จถือว่ายาวอยู่ และมีน้ำหนักเบา ที่ให้มาในกล่องจะ จะมีตัวเครื่องที่แบ่งออกเป็น 6 โหมด คือ 1.สลายซัลเฟต คืนความจุของแบตฯ 2. ชาร์จไฟเต็มจนถึง 80% 3. ไฟเต็ม 80% 4. ทดสอบการเก็บไฟ 5. ไฟเต็ม 100% 6. คอยเติมไฟเมื่อไฟในแบตฯ ลด ซึ่งเมื่อต้องการใช้งานก็สามารถใช้งานง่ายเพียงเสียบปลั๊กที่ปลั๊กไฟบ้าน หลังจากนั้นใช้ที่คีบขั้วบวก ขั้วลบ แบบหนีบ ซึ่งถ้าหากมีการคีบขั้วผิดเครื่องชาร์จก็จะไม่ทำงานไม่มีผลอะไรต่อแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ แต่จะมีไฟบอกสถานะบนเครื่องเป็นไฟกระพริบเพื่อบ่งบอกว่าเครื่องไม่ทำงาน<br />
<br />
จากนั้นก็ต้องเสียบให้ถูก ซึ่งผลิตภัณฑ์ CTEK มีการป้องกันเรื่องของอุปกรณ์ลัดวงจรไว้แล้ว ทีนี้เรื่องของการใช้งานคือชาร์จทิ้งไว้ ในกรณีที่แบตเตอรี่หมดตรงขั้วที่คีบไว้ก็จะทำการกระตุ้นให้ แล้วก็ค่อย ๆ ชาร์จในลักษณะของชาร์จไปเรื่อย ๆ โดยที่เขามีค่าในตัวแบตเตอรี่ถ้าแบตเตอรี่ของคุณมีแอมป์ขนาดนี้… ก็จะมีเรื่องของการใช้ระยะเวลาในการชาร์จตามจำนวนแอมป์ เช่น 2 แอมป์ก็ประมาณ 2 ชั่วโมง 4 แอมป์ก็ประมาณ 4 ชั่วโมง รถทั่วไป 10 แอมป์ ก็อาจจะ 10 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งที่เป็นแอมป์สูงสุด 32 แอมป์ ใช้ระยะเวลาชาร์จประมาณ 32 ชั่วโมง เป็นต้น<br />
<br />
ซึ่งอุปกรณ์ที่มาในกล่องเพิ่มเติม คือ อะแดปเตอร์ ที่สามารถใช้เสียบไว้ที่ขั้วบวก ขั้วลบ และปล่อยสายออกมา ซึ่งอะแดปเตอร์ตัวนี้มีไว้เพื่อผู้ใช้งานไม่ต้องใช้ที่คีบในการชาร์จหรือเพื่อเลี้ยงไฟเอาไว้ คุณสามารถปลดสายชาร์จเพื่อมาใช้อะแดปเตอร์เพื่อชาร์จไฟ เลี้ยงไฟ กระตุ้นไฟ แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ของคุณได้ตลอดเวลาที่คุณต้องการที่จะชาร์จมัน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้งานที่สะดวกเพราะว่าไม่เกะกะ สองเพราะเป็นของแถมในกล่อง <br />
<br />
Unbox แกะกล่อง CTEK MXS 5.0<br />
<br />
ต่อมาก็คือ CTEK MXS 5.0 ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จที่เหมาะสำหรับรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก เจ็ทสกี ฯลฯ ได้หมดเลย เพราะสามารถรองรับเรื่องของแอมป์ได้สูงมาก ขนาดจะแตกต่างจาก XS 0.8 อยู่นิดหน่อย แต่ปริมาณในการจ่ายไฟต่างกันเยอะมาก แต่เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ MXS 5.0 ตัวนี้ จะมีไฟบอกสถานะในเรื่องของ รูปมอเตอร์ไซค์บนเครื่องชาร์จเพื่อบอกว่ามอเตอร์ไซค์ก็สามารถใช้เครื่องชาร์จตัวนี้ได้ มีรูปของรถยนต์ มีรูปของแบตเตอรี่ประเภท AGM แล้วก็ประเภทสุดท้าย คือ Recond ใช้ในกรณีฟื้นฟูแบตเตอรี่ที่ใกล้เสื่อมสภาพ ไม่ได้ชาร์จมาเป็นเวลานาน มันจะทำการคลายประจุทั้งหมด ซึ่งตัวนี้จะทำงานได้ครอบคลุมมากกว่า CTEK XS 0.8 มากอยู่พอสมควร <br />
<br />
<br />
หรือ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะรุ่นยอดนิยมสำหรับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มอเตอร์ไซค์ที่ขายดีที่สุดสำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ CTEK รุ่น MXS 5.0 สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 1.2 - 110Ah สามารถใช้กับรถเก๋ง เบนซ์ ปอร์เช่ กระบะ SUV บิ๊กไบค์ ชาร์จด้วยกระแสสูงสุด 5A ราคา 4,000 บาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: large;">รีวิว เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ CTEK ของมันต้องมี - Johnrider</span></span><br />
<br />
คุณจอห์นแห่งช่อง จอห์นไรเดอร์ - Johnrider ใน Youtube ได้มีโอกาสมา Unbox สินค้าของทางเรา พร้อมสาธิตการใช้งานอย่างง่าย ของเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถสองรุ่นสุดฮิตอย่าง XS 0.8 สำหรับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ และ MXS 5.0 สำหรับรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์<br />
<br />
รีวิว <a href="https://www.aprtech.co.th/motorcycle" target="_blank">เครื่องชาร์ตแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์</a> และรถยนต์ CTEK ของมันต้องมี - Johnrider วันนี้ผมก็จะมารีวิวสินค้าที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานานแล้ว ต้องบอกว่า ได้มีโอกาสใช้ ซึ่งได้มีโอกาสลองใช้ก็จะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้กัน นั่นก็คือ CTEK ไม่ว่าจะชาร์จแบตรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ก็สามารถชาร์จได้<br />
<br />
ซึ่งตัวแรกก็คือ CTEK XS 0.8 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ สามารถใช้กับการชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 2, 8, 20 แอมป์ จนถึงขนาด 32 แอมป์ พูดง่าย ๆ เลยก็คือ แบตเตอรี่ที่เป็นขนาดของรถมอเตอร์ไซค์สามารถใช้งานได้หมดทุกรุ่นเลยทีเดียว อีกตัวก็คือ CTEK MXS 5.0 ซึ่งตัวนี้ ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยเพราะว่าเป็นที่ชาร์จสำหรับรถยนต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่เป็น AGM ได้ ซึ่งวันนี้เราก็จะมารีวิวเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ทั้ง 2 รุ่นนี้กันนะครับว่าดีอย่างไรบ้าง? ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่าเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK เป็นแบรนด์ที่คิดค้นและพัฒนามาจากประเทศสวีเดน<br />
<br />
<br />
<span style="font-weight: bold;"><span style="font-size: large;">Unbox แกะกล่อง CTEK XS 0.8</span></span><br />
<br />
เริ่มต้นแกะกล่อง คือ เรื่องความยาวของสายชาร์จถือว่ายาวอยู่ และมีน้ำหนักเบา ที่ให้มาในกล่องจะ จะมีตัวเครื่องที่แบ่งออกเป็น 6 โหมด คือ 1.สลายซัลเฟต คืนความจุของแบตฯ 2. ชาร์จไฟเต็มจนถึง 80% 3. ไฟเต็ม 80% 4. ทดสอบการเก็บไฟ 5. ไฟเต็ม 100% 6. คอยเติมไฟเมื่อไฟในแบตฯ ลด ซึ่งเมื่อต้องการใช้งานก็สามารถใช้งานง่ายเพียงเสียบปลั๊กที่ปลั๊กไฟบ้าน หลังจากนั้นใช้ที่คีบขั้วบวก ขั้วลบ แบบหนีบ ซึ่งถ้าหากมีการคีบขั้วผิดเครื่องชาร์จก็จะไม่ทำงานไม่มีผลอะไรต่อแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ แต่จะมีไฟบอกสถานะบนเครื่องเป็นไฟกระพริบเพื่อบ่งบอกว่าเครื่องไม่ทำงาน<br />
<br />
จากนั้นก็ต้องเสียบให้ถูก ซึ่งผลิตภัณฑ์ CTEK มีการป้องกันเรื่องของอุปกรณ์ลัดวงจรไว้แล้ว ทีนี้เรื่องของการใช้งานคือชาร์จทิ้งไว้ ในกรณีที่แบตเตอรี่หมดตรงขั้วที่คีบไว้ก็จะทำการกระตุ้นให้ แล้วก็ค่อย ๆ ชาร์จในลักษณะของชาร์จไปเรื่อย ๆ โดยที่เขามีค่าในตัวแบตเตอรี่ถ้าแบตเตอรี่ของคุณมีแอมป์ขนาดนี้… ก็จะมีเรื่องของการใช้ระยะเวลาในการชาร์จตามจำนวนแอมป์ เช่น 2 แอมป์ก็ประมาณ 2 ชั่วโมง 4 แอมป์ก็ประมาณ 4 ชั่วโมง รถทั่วไป 10 แอมป์ ก็อาจจะ 10 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งที่เป็นแอมป์สูงสุด 32 แอมป์ ใช้ระยะเวลาชาร์จประมาณ 32 ชั่วโมง เป็นต้น<br />
<br />
ซึ่งอุปกรณ์ที่มาในกล่องเพิ่มเติม คือ อะแดปเตอร์ ที่สามารถใช้เสียบไว้ที่ขั้วบวก ขั้วลบ และปล่อยสายออกมา ซึ่งอะแดปเตอร์ตัวนี้มีไว้เพื่อผู้ใช้งานไม่ต้องใช้ที่คีบในการชาร์จหรือเพื่อเลี้ยงไฟเอาไว้ คุณสามารถปลดสายชาร์จเพื่อมาใช้อะแดปเตอร์เพื่อชาร์จไฟ เลี้ยงไฟ กระตุ้นไฟ แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ของคุณได้ตลอดเวลาที่คุณต้องการที่จะชาร์จมัน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้งานที่สะดวกเพราะว่าไม่เกะกะ สองเพราะเป็นของแถมในกล่อง <br />
<br />
Unbox แกะกล่อง CTEK MXS 5.0<br />
<br />
ต่อมาก็คือ CTEK MXS 5.0 ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จที่เหมาะสำหรับรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก เจ็ทสกี ฯลฯ ได้หมดเลย เพราะสามารถรองรับเรื่องของแอมป์ได้สูงมาก ขนาดจะแตกต่างจาก XS 0.8 อยู่นิดหน่อย แต่ปริมาณในการจ่ายไฟต่างกันเยอะมาก แต่เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ MXS 5.0 ตัวนี้ จะมีไฟบอกสถานะในเรื่องของ รูปมอเตอร์ไซค์บนเครื่องชาร์จเพื่อบอกว่ามอเตอร์ไซค์ก็สามารถใช้เครื่องชาร์จตัวนี้ได้ มีรูปของรถยนต์ มีรูปของแบตเตอรี่ประเภท AGM แล้วก็ประเภทสุดท้าย คือ Recond ใช้ในกรณีฟื้นฟูแบตเตอรี่ที่ใกล้เสื่อมสภาพ ไม่ได้ชาร์จมาเป็นเวลานาน มันจะทำการคลายประจุทั้งหมด ซึ่งตัวนี้จะทำงานได้ครอบคลุมมากกว่า CTEK XS 0.8 มากอยู่พอสมควร <br />
<br />
<br />
หรือ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะรุ่นยอดนิยมสำหรับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มอเตอร์ไซค์ที่ขายดีที่สุดสำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ CTEK รุ่น MXS 5.0 สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 1.2 - 110Ah สามารถใช้กับรถเก๋ง เบนซ์ ปอร์เช่ กระบะ SUV บิ๊กไบค์ ชาร์จด้วยกระแสสูงสุด 5A ราคา 4,000 บาท]]></content:encoded>
		</item>
	</channel>
</rss>