<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
	<channel>
		<title><![CDATA[ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว - โตโยต้า]]></title>
		<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/</link>
		<description><![CDATA[ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว - http://www.thaibuddytrip.com/forum]]></description>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 04:37:24 +0000</pubDate>
		<generator>MyBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[อัปเดท ราคายางรถยนต์ จับคู่ยางรุ่นไหนตอบโจทย์แบรนด์ดังในไทย]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=65974</link>
			<pubDate>Sat, 05 Feb 2022 19:56:58 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=65974</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">อัปเดท ราคายางรถยนต์ จับคู่ยางรุ่นไหนตอบโจทย์แบรนด์ดังในไทย</span><br />
<br />
ยอดขายตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น พร้อมกับยางรุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตออกมารองรับสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน รถยนต์แต่ละประเภทได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม สิ่งที่ต้องใส่ใจคือประเภทของยางที่ควรเลือกให้เหมาะกับประเภทการใช้งานและรองรับสไตล์การขับขี่ ยางรุ่นไหนที่รถแบรนด์ดังนิยมใช้กัน เราอัปเดทรวม ราคายางรถยนต์ มาให้แล้ว เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจเปลี่ยนยางใหม่<br />
<br />
เริ่มจากค่ายรถหรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์และ BMW เลือกใช้ยางบริดจสโตนหลายรุ่นเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นยางนุ่มเงียบ ยางยึดเกาะถนน ยางประหยัดน้ำมัน ยางออฟโรด หรือยางสปอร์ตสมรรถนะสูง หนึ่งในรุ่นยอดฮิตคือยางนุ่มเงียบระดับพรีเมี่ยมอย่าง TURANZA ที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบในห้องโดยสาร อัดแน่นคุณสมบัติเด่นรอบด้านรวมทั้งการยึดเกาะถนนขับปลอดภัยบนพื้นถนนแห้งและเปียก นิยมใช้ในรุ่น E-Class และรถยนต์นั่งขนาดกลาง BMW 5-Series และซีดานขนาดใหญ่ BMW 3-Series โดยยาง TURANZA ขนาด 15 นิ้ว ราคาประมาณ 4,090 บาท<br />
<br />
เจ้าของรถหรูยังเลือกใช้ยางรันแฟลตที่ขับต่อได้แม้ว่ายางรั่ว ยางแตก ไม่เสี่ยงจอดเปลี่ยนยางในที่อันตราย เช่น รุ่น TURANZA ER300 RFT ยาง 17 นิ้ว ราคาประมาณ 9,000 บาท และ POTENZA RE050 RFT ยางขอบ 17 นิ้ว ราคาประมาณ 11,500 บาท ในกลุ่มรถหรูสมรรถนะสูงจะใช้<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/high-performance-tires" target="_blank">ยางสปอร์ต</a>เร้าใจรุ่น POTENZA เหมาะกับซีดานขนาดกลางอย่าง Benz C- Class และ BMW 3 Series<br />
<br />
รถยนต์นั่งของค่ายโตโยต้าและฮอนด้าจะนิยมใช้ยางประหยัดน้ำมัน กลุ่มเดียวกัน เลือกให้เหมาะสำหรับการขับใช้งานในเมือง หรือขับออกนอกเมืองลุยไปได้ทุกสถานการณ์ แน่นอนยางนุ่มเงียบ TURANZA เป็นหนึ่งในยางที่ใช้งานกันมากเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบาย ห้องโดยสารเงียบ และขับปลอดภัย<br />
<br />
ยางประหยัดน้ำมันเป็นอีกรุ่นที่นิยมใช้กันเนื่องจากการออกแบบให้หน้ายางกระจายแรงกดบนพื้นถนนสม่ำเสมอ ลดแรงเสียดทานช่วยให้ขับประหยัดขึ้น มีให้เลือกหลายรุ่น เช่น ECOPIA EP150 ยางขนาด 15 นิ้ว ราคาประมาณ 2,240 บาท และขนาด 18 นิ้ว ราคาประมาณ 2,600 บาท มียางหลายขนาดให้เหมาะกับซีดานขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เช่น Honda Accord, Honda Jazz, Honda City, Toyota Camry, Toyota Corolla Altis, Toyota Yaris และ Toyota Vios<br />
<br />
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเป็นยางออฟโรดสำหรับรถอเนกประสงค์ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/suv-cuv-4x4" target="_blank">ยางsuv </a>และ CUV ที่ใช้งานกับรถยนต์แบรนด์โตโยต้าและฮอนด้า รวมไปถึงรถกระบะและรถบรรทุกของอีซูซุด้วย โดย ยางรถยนต์อีซูซุ ที่ได้รับความนิยมจะอยู่ในกลุ่มยาง DUELER ให้สมรรถนะการขับขี่คล่องตัวบนถนนแห้งและถนนเปียก เหมาะกับรถอเนกประสงค์ค่ายอีซูซุรุ่น D-Max และ MU-X มีให้เลือกหลายรุ่น เช่น DUELER AT 697 เป็นยางออฟโรดที่รีดน้ำได้ดีและพ่วงด้วยการลดแรงสั่นสะเทือนทำให้ขับนุ่มนวลนั่งสบายขึ้น ยางขนาด 15 นิ้ว ราคาประมาณ 4,190 บาท และขนาด 18 นิ้ว ราคาประมาณ 7,000 บาท หรือ ยางรถยนต์ รุ่น DUELER AT 693 เป็นยางออฟโรดสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อการใช้งานทุกเส้นทาง ระยะเบรกสั้นลง ขับปลอดภัยมากขึ้น ยางขนาด 16 นิ้ว ราคาประมาณ 6,250 บาท<br />
<br />
หากคุณกำลังจะเปลี่ยนยางใหม่ ค้นหา<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires" target="_blank">ยางรถยนต์นุ่มเงียบ</a> ที่เหมาะกับรถคุณและ ราคายางรถยนต์ ในเว็บไซต์บริดจสโตนได้ที่ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type</a><br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;">อัปเดท ราคายางรถยนต์ จับคู่ยางรุ่นไหนตอบโจทย์แบรนด์ดังในไทย</span><br />
<br />
ยอดขายตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น พร้อมกับยางรุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตออกมารองรับสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน รถยนต์แต่ละประเภทได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม สิ่งที่ต้องใส่ใจคือประเภทของยางที่ควรเลือกให้เหมาะกับประเภทการใช้งานและรองรับสไตล์การขับขี่ ยางรุ่นไหนที่รถแบรนด์ดังนิยมใช้กัน เราอัปเดทรวม ราคายางรถยนต์ มาให้แล้ว เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจเปลี่ยนยางใหม่<br />
<br />
เริ่มจากค่ายรถหรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์และ BMW เลือกใช้ยางบริดจสโตนหลายรุ่นเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นยางนุ่มเงียบ ยางยึดเกาะถนน ยางประหยัดน้ำมัน ยางออฟโรด หรือยางสปอร์ตสมรรถนะสูง หนึ่งในรุ่นยอดฮิตคือยางนุ่มเงียบระดับพรีเมี่ยมอย่าง TURANZA ที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบในห้องโดยสาร อัดแน่นคุณสมบัติเด่นรอบด้านรวมทั้งการยึดเกาะถนนขับปลอดภัยบนพื้นถนนแห้งและเปียก นิยมใช้ในรุ่น E-Class และรถยนต์นั่งขนาดกลาง BMW 5-Series และซีดานขนาดใหญ่ BMW 3-Series โดยยาง TURANZA ขนาด 15 นิ้ว ราคาประมาณ 4,090 บาท<br />
<br />
เจ้าของรถหรูยังเลือกใช้ยางรันแฟลตที่ขับต่อได้แม้ว่ายางรั่ว ยางแตก ไม่เสี่ยงจอดเปลี่ยนยางในที่อันตราย เช่น รุ่น TURANZA ER300 RFT ยาง 17 นิ้ว ราคาประมาณ 9,000 บาท และ POTENZA RE050 RFT ยางขอบ 17 นิ้ว ราคาประมาณ 11,500 บาท ในกลุ่มรถหรูสมรรถนะสูงจะใช้<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/high-performance-tires" target="_blank">ยางสปอร์ต</a>เร้าใจรุ่น POTENZA เหมาะกับซีดานขนาดกลางอย่าง Benz C- Class และ BMW 3 Series<br />
<br />
รถยนต์นั่งของค่ายโตโยต้าและฮอนด้าจะนิยมใช้ยางประหยัดน้ำมัน กลุ่มเดียวกัน เลือกให้เหมาะสำหรับการขับใช้งานในเมือง หรือขับออกนอกเมืองลุยไปได้ทุกสถานการณ์ แน่นอนยางนุ่มเงียบ TURANZA เป็นหนึ่งในยางที่ใช้งานกันมากเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบาย ห้องโดยสารเงียบ และขับปลอดภัย<br />
<br />
ยางประหยัดน้ำมันเป็นอีกรุ่นที่นิยมใช้กันเนื่องจากการออกแบบให้หน้ายางกระจายแรงกดบนพื้นถนนสม่ำเสมอ ลดแรงเสียดทานช่วยให้ขับประหยัดขึ้น มีให้เลือกหลายรุ่น เช่น ECOPIA EP150 ยางขนาด 15 นิ้ว ราคาประมาณ 2,240 บาท และขนาด 18 นิ้ว ราคาประมาณ 2,600 บาท มียางหลายขนาดให้เหมาะกับซีดานขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เช่น Honda Accord, Honda Jazz, Honda City, Toyota Camry, Toyota Corolla Altis, Toyota Yaris และ Toyota Vios<br />
<br />
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเป็นยางออฟโรดสำหรับรถอเนกประสงค์ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/suv-cuv-4x4" target="_blank">ยางsuv </a>และ CUV ที่ใช้งานกับรถยนต์แบรนด์โตโยต้าและฮอนด้า รวมไปถึงรถกระบะและรถบรรทุกของอีซูซุด้วย โดย ยางรถยนต์อีซูซุ ที่ได้รับความนิยมจะอยู่ในกลุ่มยาง DUELER ให้สมรรถนะการขับขี่คล่องตัวบนถนนแห้งและถนนเปียก เหมาะกับรถอเนกประสงค์ค่ายอีซูซุรุ่น D-Max และ MU-X มีให้เลือกหลายรุ่น เช่น DUELER AT 697 เป็นยางออฟโรดที่รีดน้ำได้ดีและพ่วงด้วยการลดแรงสั่นสะเทือนทำให้ขับนุ่มนวลนั่งสบายขึ้น ยางขนาด 15 นิ้ว ราคาประมาณ 4,190 บาท และขนาด 18 นิ้ว ราคาประมาณ 7,000 บาท หรือ ยางรถยนต์ รุ่น DUELER AT 693 เป็นยางออฟโรดสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อการใช้งานทุกเส้นทาง ระยะเบรกสั้นลง ขับปลอดภัยมากขึ้น ยางขนาด 16 นิ้ว ราคาประมาณ 6,250 บาท<br />
<br />
หากคุณกำลังจะเปลี่ยนยางใหม่ ค้นหา<a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type/touring-tires" target="_blank">ยางรถยนต์นุ่มเงียบ</a> ที่เหมาะกับรถคุณและ ราคายางรถยนต์ ในเว็บไซต์บริดจสโตนได้ที่ <a href="https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type" target="_blank">https://www.bridgestone.co.th/th/tire-type</a><br />
<a href="https://www.img.in.th/image/Oz4d6O" target="_blank"><img src="https://www.img.in.th/images/ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg" border="0" alt="[Image: ec0c488735d6c62b2d98175358099cf6.md.jpg]" /></a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รับซื้อรถมือสอง รถบ้านทุกชนิด ราคาสูง 081 403 7848 อ๊อด]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=3645</link>
			<pubDate>Mon, 08 Jul 2013 21:25:47 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=3645</guid>
			<description><![CDATA[รับซื้อรถมือสอง  รถเก๋ง/รถกระบะ รถยุโรป รถค้างไฟแนนซ์<br />
ให้คำปรึกษาทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ  ค้างค่างวด ผ่อนไม่ไหว  ขายดาวน์ รถสวยให้ราคาสูง  ค้างไฟแนนซ์ปิดให้ทันที ไม่มีปัญหาตามหลัง<br />
   BENZ  BMW  VOLVO  FORD HONDA  TOYOTA    รถสวย  วิ่งน้อย  มีBOOK  ให้รา คาสูงสุดๆ<br />
<br />
<br />
สำหรับเซลล์โชว์รูม/พ่อค้า....มีค่าแนะนำให้ทุกคันครับ   รับซื้อเฉพาะรถสวยนะครับ  พลิกควํ่าหรืออุบัติ เหตุหนักไม่เอานะครับ  <br />
โทรเช็คราคาได้ที่  081-403-7848.....086-541-3940 อ๊อด<br />
....ขายรถต้องได้ราคา......โทรมาอย่าเกรงใจ....   <br />
<br />
***ให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังถูกไฟแนนท์ยึด    สำหรับท่านที่ผ่อนไม่ไหว  รถจะถูกยึด  โทร คุยกันครับ*** <img src="images/smilies/smile.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=4395" target="_blank">รับซื้อ เขียว.jpg</a> (ขนาด: 18.91 KB / ดาวน์โหลด: 416)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[รับซื้อรถมือสอง  รถเก๋ง/รถกระบะ รถยุโรป รถค้างไฟแนนซ์<br />
ให้คำปรึกษาทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ  ค้างค่างวด ผ่อนไม่ไหว  ขายดาวน์ รถสวยให้ราคาสูง  ค้างไฟแนนซ์ปิดให้ทันที ไม่มีปัญหาตามหลัง<br />
   BENZ  BMW  VOLVO  FORD HONDA  TOYOTA    รถสวย  วิ่งน้อย  มีBOOK  ให้รา คาสูงสุดๆ<br />
<br />
<br />
สำหรับเซลล์โชว์รูม/พ่อค้า....มีค่าแนะนำให้ทุกคันครับ   รับซื้อเฉพาะรถสวยนะครับ  พลิกควํ่าหรืออุบัติ เหตุหนักไม่เอานะครับ  <br />
โทรเช็คราคาได้ที่  081-403-7848.....086-541-3940 อ๊อด<br />
....ขายรถต้องได้ราคา......โทรมาอย่าเกรงใจ....   <br />
<br />
***ให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังถูกไฟแนนท์ยึด    สำหรับท่านที่ผ่อนไม่ไหว  รถจะถูกยึด  โทร คุยกันครับ*** <img src="images/smilies/smile.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=4395" target="_blank">รับซื้อ เขียว.jpg</a> (ขนาด: 18.91 KB / ดาวน์โหลด: 416)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เช็คราคา รถโตโยต้า ทุกประเภท ทุกรุ่น ]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=3555</link>
			<pubDate>Mon, 01 Apr 2013 15:39:16 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=3555</guid>
			<description><![CDATA[ข้อมูล<a href="http://www.checkraka.com/price/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-14-158/?brand=147" target="_blank">รายละเอียดรถยนต์โตโยต้า ทุกประเภท ทุกรุ่น</a> เปรียบเทียบข้อมูลของรถยนต์ ก่อนการตัดสินใจซื้อ ข้อมูลรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์ <img src="images/smilies/shy.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ข้อมูล<a href="http://www.checkraka.com/price/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-14-158/?brand=147" target="_blank">รายละเอียดรถยนต์โตโยต้า ทุกประเภท ทุกรุ่น</a> เปรียบเทียบข้อมูลของรถยนต์ ก่อนการตัดสินใจซื้อ ข้อมูลรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์ <img src="images/smilies/shy.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" /><img src="images/smilies/biggrin.gif" style="vertical-align: middle;" border="0" alt="" title="" />]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รับซื้อรถยนต์ถึงบ้านไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ 086-0988-338(จิ๊บ)ประเมินราคาก่อนได้นะคะ อยากซื้อ อยากขายรถได้ร]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=3309</link>
			<pubDate>Thu, 15 Nov 2012 10:21:38 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=3309</guid>
			<description><![CDATA[รับซื้อรถยนต์ถึงบ้านไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ 086-0988-338(จิ๊บ)ประเมินราคาก่อนได้นะคะ อยากซื้อ อยากขายรถได้ราคาสูงและยุทติธรรมที่สุดโทรมาปรึกษาได้เลยนะคะ พร้อม จ่ายเงินสดทันที รถที่ติดไฟแน้นท์อยู่ก้อรับซื้อนะคะและพร้อมปิดบัญชีให้ท่านฟรีค่ะ รับซื้อได้ทุกวันไม่มีวันหยุด บริการดี สดวก รวดเร็ว ทันใจอและปลอดภัยค่ะ หรือติดต่อทางmsnได้ที่jubjib_onking@hotmail.com Tel: 02-9199752, ศูนย์รถยนต์ KPS - ถนนเสรีไทย 64 บางชัน มีนบุรี กทม 10250http://www.one2car.com/SKCARS]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[รับซื้อรถยนต์ถึงบ้านไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ 086-0988-338(จิ๊บ)ประเมินราคาก่อนได้นะคะ อยากซื้อ อยากขายรถได้ราคาสูงและยุทติธรรมที่สุดโทรมาปรึกษาได้เลยนะคะ พร้อม จ่ายเงินสดทันที รถที่ติดไฟแน้นท์อยู่ก้อรับซื้อนะคะและพร้อมปิดบัญชีให้ท่านฟรีค่ะ รับซื้อได้ทุกวันไม่มีวันหยุด บริการดี สดวก รวดเร็ว ทันใจอและปลอดภัยค่ะ หรือติดต่อทางmsnได้ที่jubjib_onking@hotmail.com Tel: 02-9199752, ศูนย์รถยนต์ KPS - ถนนเสรีไทย 64 บางชัน มีนบุรี กทม 10250http://www.one2car.com/SKCARS]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[081-9035012 คุณวิทย์ รับซื้อรถยนต์มือสองให้ราคาสูง,รับซื้อรถติดไฟแน้นท์,พร้อมปิดบัญชี]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=2075</link>
			<pubDate>Tue, 29 Nov 2011 20:01:36 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=2075</guid>
			<description><![CDATA[085-926-1189 คุณวิทย์ รับซื้อรถยนต์มือสองให้ราคาสูง,รับซื้อรถติดไฟแน้นท์,พร้อมปิดบัญชี,รับซื้อรถกระบะ,รับซื้อรถเก๋ง,รถบ้านมือสอง,รถยนต์มือสอง,รับซื้อรถเจ้าของขายเอง,รับซื้อรถด้วยเงินสด,Honda,Toyota,Mitsu,Bmw,Mazda,Nissan,รับซื้อรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ,Civic,Jazz,Altise,Vios,City, Spacewagon,Fortuner,รถไกล้โดนยึดโทรมาปรึกษาเราก่อนได้ครับ,เราช่วยคุณได้,สนใจโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่,085-926-1189,ได้ทุกวัน,มีบริการดูรถถึงบ้านท่านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย,เต้นท์เปิดทุกวันครับ,อยากซื้อรถยนต์,อยากขายรถยนต์มือสอง,เชิญสอบถามได้ที่นี่เลยครับ,ยินดีให้คำปรึกษาครับ,<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3430" target="_blank">1301465642.jpg</a> (ขนาด: 109.25 KB / ดาวน์โหลด: 9224)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[085-926-1189 คุณวิทย์ รับซื้อรถยนต์มือสองให้ราคาสูง,รับซื้อรถติดไฟแน้นท์,พร้อมปิดบัญชี,รับซื้อรถกระบะ,รับซื้อรถเก๋ง,รถบ้านมือสอง,รถยนต์มือสอง,รับซื้อรถเจ้าของขายเอง,รับซื้อรถด้วยเงินสด,Honda,Toyota,Mitsu,Bmw,Mazda,Nissan,รับซื้อรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ,Civic,Jazz,Altise,Vios,City, Spacewagon,Fortuner,รถไกล้โดนยึดโทรมาปรึกษาเราก่อนได้ครับ,เราช่วยคุณได้,สนใจโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่,085-926-1189,ได้ทุกวัน,มีบริการดูรถถึงบ้านท่านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย,เต้นท์เปิดทุกวันครับ,อยากซื้อรถยนต์,อยากขายรถยนต์มือสอง,เชิญสอบถามได้ที่นี่เลยครับ,ยินดีให้คำปรึกษาครับ,<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3430" target="_blank">1301465642.jpg</a> (ขนาด: 109.25 KB / ดาวน์โหลด: 9224)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[โฆษณา Hybrid Camry Everyday Amazing]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=1071</link>
			<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 20:24:45 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=1071</guid>
			<description><![CDATA[คลิปโฆษณาสุดแจ่มของ “<span style="font-weight: bold;">คัมรี่ ไฮบริด</span>” ที่ทำตลาดในประเทศออสเตรเลียมาฝาก หลังจากโตโยต้าเพิ่งเปิดตัวพร้อมขายรถยนต์ลูกผสมรุ่นดังไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของโฆษณาความยาว 1 นาที สื่อสารผ่านหนุ่มออฟฟิสอารมณ์เซ็ง กำลังหน่ายกับหน้าที่การงาน แต่พลันที่เขาได้นั่งหลังพวงมาลัย คัมรี่ ไฮบริด สีสันและความตื่นตาตื่นใจต่างๆก็ตามมา ดังกับวลี “<span style="font-weight: bold;">Every Drive Everyday Amazing</span>”<br />
<br />
<object width="480" height="293"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/wjbXpuM51Wo"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/wjbXpuM51Wo" type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="293"></embed></object>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[คลิปโฆษณาสุดแจ่มของ “<span style="font-weight: bold;">คัมรี่ ไฮบริด</span>” ที่ทำตลาดในประเทศออสเตรเลียมาฝาก หลังจากโตโยต้าเพิ่งเปิดตัวพร้อมขายรถยนต์ลูกผสมรุ่นดังไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของโฆษณาความยาว 1 นาที สื่อสารผ่านหนุ่มออฟฟิสอารมณ์เซ็ง กำลังหน่ายกับหน้าที่การงาน แต่พลันที่เขาได้นั่งหลังพวงมาลัย คัมรี่ ไฮบริด สีสันและความตื่นตาตื่นใจต่างๆก็ตามมา ดังกับวลี “<span style="font-weight: bold;">Every Drive Everyday Amazing</span>”<br />
<br />
<object width="480" height="293"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/wjbXpuM51Wo"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/wjbXpuM51Wo" type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="293"></embed></object>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[คันเร่งค้างเป็นพิษ โตโยต้าเรียกรถคืน 2.3 ล้านคัน]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=1047</link>
			<pubDate>Sun, 31 Jan 2010 09:37:27 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=1047</guid>
			<description><![CDATA[ข่าวต่างประเทศ - คันเร่งค้างยังเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วสำหรับโตโยต้า ล่าสุดทางโตโยต้า อเมริกาเหนือได้ประกาศเรียกรถยนต์ที่ขายในสหรัฐอเมริกานี้กลับมาซ่อม หรือ Recall เป็นจำนวนอีก 2.3 ล้านคัน ซึ่งทำให้ตัวเลขยอดการ Recall รวมจากครั้งก่อนแล้วอยู่ที่ 6.5 ล้านคันแล้ว<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2299" target="_blank">toyota.jpg</a> (ขนาด: 31.22 KB / ดาวน์โหลด: 21716)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<span style="font-weight: bold;">โตโยต้า ทุนดรา</span> <br />
<br />
       <span style="color: #800000;">ในการ Recall ครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้วเป็นรถยนต์ทั้งของโตโยต้าและเล็กซัส แต่สำหรับการ Recall ครั้งใหม่นี้จะเป็นรถยนต์ของโตโยต้าเพียงยี่ห้อเดียวเท่านั้น ซึ่งทางจอห์น แฮนสัน โฆษกของโตโยต้า อเมริกาเหนือกล่าวว่า การเรียกรถยนต์กลับมาซ่อมในครั้งแรกนั้นเป็นปัญหาเรื่องคันเร่งติดเพราะพรมปูพื้นมีปัญหา แต่สำหรับคราวนี้เป็นความบกพร่องของตัวคันเร่งเองเพราะว่าซัพพลายเออร์ผลิตคันเร่งได้ไม่ตรงกับสเปกที่กำหนดเอาไว้</span><br />
       <br />
       อย่างไรก็ตาม ทางโตโยต้าไม่ได้ระบุชื่อของซัพพลายเออร์ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งนี้ และบอกว่ายังไม่มีรายงานถึงข้อบกพร่องในแบบเดียวกันนี้กับคันเร่งที่ผลิตโดยซัพพลายเออร์อีกราย สำหรับรถยนต์ที่ถูก Recall นอกจากจะมีรุ่นคัมรี่ปี 2007-2010 และอะวาลอนปี 2005-2010 แล้ว ก็ยังมีทุนดราปี 2007-2010, เซควอย่ารุ่นปี 2009-2010, โคโรลล่า/ราฟโฟร์/เมทริกซ์รุ่นปี 2009-2010 และไฮแลนเดอร์รุ่นปี 2010<br />
       <br />
       สำหรับความเคลื่อนไหวของโตโยต้าในยุโรป ตอนนี้มีการเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของคอมแพ็กต์คาร์รุ่นออริส ซึ่งเป็นรถยนต์ตัวถังแฮทช์แบ็ก 3 และ 5 ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับโคโรลล่า E150 รุ่นปัจจุบัน และมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 รุ่น คือ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว Dual VVT-i 1,330 ซีซี ในรหัส 4ZZ-FE ซึ่งเข้ามาแทนที่รุ่นเบนซิน 1,400 ซีซี และมีกำลัง 101 แรงม้าพร้อมระบบ Stop&amp;Start หรือดับเครื่องยนต์เมื่อจอดติดอยู่กับที่ และสตาร์ทอีกครั้งเมื่อออกตัวคล้ายกับรถยนต์ไฮบริด ตามด้วย 4 สูบ 1,600 ซีซี Valvematic 132 แรงม้า และเทอร์โบดีเซล 4 สูบ 1,400 ซีซี D-4D 90 แรงม้า<br />
       <br />
       ส่วนรุ่นไฮบริดที่พัฒนาจากต้นแบบรุ่น HSD ซึ่งเปิดตัวงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2009 นั้น จะมีขายแน่นอน แต่ต้องรอจนถึงเดือนกรกฎาคม 2010 จึงจะเริ่มทำตลาดโดยมีไลน์ผลิตอยู่ในประเทศอังกฤษ สำหรับราคาของออริสใหม่ในแดนผู้ดีจะอยู่ที่ 14,463-16,495 ปอนด์ หรือ 795,000-907,000 บาท <br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.manager.co.th" target="_blank">http://www.manager.co.th</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ข่าวต่างประเทศ - คันเร่งค้างยังเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วสำหรับโตโยต้า ล่าสุดทางโตโยต้า อเมริกาเหนือได้ประกาศเรียกรถยนต์ที่ขายในสหรัฐอเมริกานี้กลับมาซ่อม หรือ Recall เป็นจำนวนอีก 2.3 ล้านคัน ซึ่งทำให้ตัวเลขยอดการ Recall รวมจากครั้งก่อนแล้วอยู่ที่ 6.5 ล้านคันแล้ว<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2299" target="_blank">toyota.jpg</a> (ขนาด: 31.22 KB / ดาวน์โหลด: 21716)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<span style="font-weight: bold;">โตโยต้า ทุนดรา</span> <br />
<br />
       <span style="color: #800000;">ในการ Recall ครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้วเป็นรถยนต์ทั้งของโตโยต้าและเล็กซัส แต่สำหรับการ Recall ครั้งใหม่นี้จะเป็นรถยนต์ของโตโยต้าเพียงยี่ห้อเดียวเท่านั้น ซึ่งทางจอห์น แฮนสัน โฆษกของโตโยต้า อเมริกาเหนือกล่าวว่า การเรียกรถยนต์กลับมาซ่อมในครั้งแรกนั้นเป็นปัญหาเรื่องคันเร่งติดเพราะพรมปูพื้นมีปัญหา แต่สำหรับคราวนี้เป็นความบกพร่องของตัวคันเร่งเองเพราะว่าซัพพลายเออร์ผลิตคันเร่งได้ไม่ตรงกับสเปกที่กำหนดเอาไว้</span><br />
       <br />
       อย่างไรก็ตาม ทางโตโยต้าไม่ได้ระบุชื่อของซัพพลายเออร์ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งนี้ และบอกว่ายังไม่มีรายงานถึงข้อบกพร่องในแบบเดียวกันนี้กับคันเร่งที่ผลิตโดยซัพพลายเออร์อีกราย สำหรับรถยนต์ที่ถูก Recall นอกจากจะมีรุ่นคัมรี่ปี 2007-2010 และอะวาลอนปี 2005-2010 แล้ว ก็ยังมีทุนดราปี 2007-2010, เซควอย่ารุ่นปี 2009-2010, โคโรลล่า/ราฟโฟร์/เมทริกซ์รุ่นปี 2009-2010 และไฮแลนเดอร์รุ่นปี 2010<br />
       <br />
       สำหรับความเคลื่อนไหวของโตโยต้าในยุโรป ตอนนี้มีการเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของคอมแพ็กต์คาร์รุ่นออริส ซึ่งเป็นรถยนต์ตัวถังแฮทช์แบ็ก 3 และ 5 ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับโคโรลล่า E150 รุ่นปัจจุบัน และมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 รุ่น คือ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว Dual VVT-i 1,330 ซีซี ในรหัส 4ZZ-FE ซึ่งเข้ามาแทนที่รุ่นเบนซิน 1,400 ซีซี และมีกำลัง 101 แรงม้าพร้อมระบบ Stop&amp;Start หรือดับเครื่องยนต์เมื่อจอดติดอยู่กับที่ และสตาร์ทอีกครั้งเมื่อออกตัวคล้ายกับรถยนต์ไฮบริด ตามด้วย 4 สูบ 1,600 ซีซี Valvematic 132 แรงม้า และเทอร์โบดีเซล 4 สูบ 1,400 ซีซี D-4D 90 แรงม้า<br />
       <br />
       ส่วนรุ่นไฮบริดที่พัฒนาจากต้นแบบรุ่น HSD ซึ่งเปิดตัวงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2009 นั้น จะมีขายแน่นอน แต่ต้องรอจนถึงเดือนกรกฎาคม 2010 จึงจะเริ่มทำตลาดโดยมีไลน์ผลิตอยู่ในประเทศอังกฤษ สำหรับราคาของออริสใหม่ในแดนผู้ดีจะอยู่ที่ 14,463-16,495 ปอนด์ หรือ 795,000-907,000 บาท <br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ที่มา: <a href="http://www.manager.co.th" target="_blank">http://www.manager.co.th</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน คัมรี่ ไฮบริด 25 กม/ลิตร]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=821</link>
			<pubDate>Sat, 29 Aug 2009 02:18:02 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=821</guid>
			<description><![CDATA[“ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” โตโยต้า ไม่รอช้า จัดทริปทดสอบรถยนต์ คัมรี่ ไฮบริด ให้กับสื่อมวลชนได้สัมผัสบนท้องถนนจริงหลังจากเคยให้ลองขับสั้นๆ ในสนามทดสอบมาแล้ว สำหรับการทดสอบครั้งนี้โตโยต้าเลือกเส้นทางขับวนรอบกรุงเทพฯ ฝ่าการจราจรที่เป็นจราจลในช่วงบ่ายจนถึงเย็นกินเวลารวมกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อพิสูจน์สมรรถนะด้านอัตราสิ้นเปลืองและความสบายของเบาะให้เห็นกันอย่าง เต็มที่<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/gif.gif" border="0" alt=".gif" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2108" target="_blank">camry-hybrid-01.gif</a> (ขนาด: 69.11 KB / ดาวน์โหลด: 7952)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
การเดินทางเริ่มต้นจากโรงแรมดุสิตธานีตรงหัวมุมถนนสีลม โดยคัมรี่คันที่ขับเป็นตัวท๊อปสุด ที่มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ แต่ก่อนออกเดินทางมีการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจนเต็มถึงคอถังรถคัมรี่ทั้งหมด 12 คัน ..ความรู้สึกแรกหลังเข้านั่งประจำการในตำแหน่งพลขับ คือ เย็นสบาย แม้ว่ารถจะถูกจอดตากแดดมาตั้งแต่เช้าและเพิ่งจะติดเครื่องตอนที่มาถึงรถ<br />
       <br />
       <span style="color: #800000;">เนื่องจากเบาะนั่งมีระบบปรับอากาศเป่าไอเย็นจากใต้เบาะติดตั้งมาด้วย ทำให้เบาะนั่งหนังไม่ร้อนแม้จะโดนแดดเผามาแล้ว ถือว่าเป็นออพชันเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มความสบายให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้จะมีทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งโดยสารด้านหน้า</span><br />
       <br />
       เมื่อเข้าประจำการก็จัดแจงปรับตำแหน่งที่นั่งให้พอเหมาะ สังเกตและทดลองใช้งานปุ่มต่างๆ บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมกับเชื่อมต่อระบบบลูทูธของโทรศัพท์เข้าตัวรถคัมรี่ ซึ่งถือว่า ง่ายดายและใช้เวลาราว 1-2 นาทีก็เชื่อมต่อสำเร็จ<br />
<br />
เหยียบคันเร่งแรงบิดสูงสุดระดับ 270 นิวตัน ของมอเตอร์ไฟฟ้า ถูกนำมาใช้งานขณะออกตัวพาเจ้าคัมรี่ ไฮบริด เคลื่อนที่จากช่องจอดสู่ถนนพระราม 4 จอดติดไฟแดงแรกไม่กี่อึดใจเครื่องยนต์ก็ติดขึ้นมา เมื่อสังเกตุดูพลังงานที่อยู่ในแบตเตอรี่เหลือเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเครื่องยนต์จึงต้องติดเพื่อคงความเย็นภายในรถและรักษาระดับพลังงานใน แบตเตอรี่ให้อยู่เกณฑ์ที่เหมาะสม<br />
       <br />
       การขับขี่ช่วงแรกใช้ถนนพระราม4 เข้าสู่ถนนเยาวราชเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ สภาพการจราจรเรียกว่าสาหัสมาก รถเต็มทุกช่องทาง ค่อยๆ เคลื่อนที่ตามกันไป หลายจังหวะได้เหยียบคันเร่งเพื่อทดลองดูว่าความเร็วเท่าไหร่เครื่องยนต์จึง จะติด...พบว่าไม่มีความแน่นอนขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่กดและความต้องการจากการ ประมวลผลของคอมพิวเตอร์ โดยอยู่ระหว่างความเร็ว 10-40 กม./ชม.(ทุกครั้งที่ออกตัวคัมรี่ ไฮบริดจะใช้แต่มอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น)<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/gif.gif" border="0" alt=".gif" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2109" target="_blank">camry-hybrid-02.gif</a> (ขนาด: 58.76 KB / ดาวน์โหลด: 7179)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
บางช่วงเพื่อเร่งให้รถหลุดทันสัญญาณไฟเขียวก็กดคันเร่งคิกดาวน์ตามปกติ การตอบสนองของพละกำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ผสานมาจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้อย่างทันใจ ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ ECVT ทำงานราบรื่นไร้รอยต่อ<br />
       <br />
       ขับผ่านถนนเยาวราช เข้ามาวนแถวๆ พาหุรัด แล้วมาแวะพักที่ “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ” ตรงปากคลองตลาด เมื่อพักจนหายเหนื่อยจึงติดเครื่องยนต์อีกครั้งหรือเรียกอีกอย่างว่า ทำรถให้อยู่ในสภาพพร้อมเดินทาง (เพราะจริงๆ เครื่องยนต์ยังไม่ติด แต่กดคันเร่งรถก็เคลื่อนที่ไปได้)<br />
       <br />
       คราวนี้เลือกใช้ถนนราชดำเนินกลาง ผ่านสนามหลวง มุ่งหน้าย้อนกลับเพื่อไปข้ามสะพานพระราม 8 ในช่วงเวลา บ่าย 3 โมงตรง ซึ่งต้องบอกว่า รถติดสุดยอด เนื่องจากเป็นเวลาโรงเรียนกำลังเลิก ธนาคารกำลังจะปิดทำการ ดังนั้นรถราบนถนนจึงมากเป็นพิเศษ ซึ่งกว่าจะผ่านไปขึ้นสะพานพระราม 8 ได้กินเวลาร่วม 1 ชั่วโมงกับระยะทางไม่ถึง 10 กม.<br />
       <br />
       เมื่อ ขึ้นสะพานพระราม 8 คราวนี้มีโอกาสกดคันเร่งแบบเต็มๆ เรียกให้คัมรี่ ไฮบริดพุ่งทะยานไปถึงความเร็วระดับ 100 กม./ชม. แต่ก็เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆเข้ามาสู่โหมดรถเต็มทุกช่องทางช่วงลงจากสะพาน เลี้ยวเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์<br />
       <br />
       ช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ มีโอกาสทำความเร็วคงที่ระดับ 50-60 กม./ชม. โดยเครื่องยนต์ทำงานตลอดเวลา และเป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ เวลาที่เครื่องยนต์ติดจะได้ยินและรู้สึกถึงแรงสะเทือนเมื่อเครื่องยนต์เริ่ม ทำงาน แต่ถ้ารถวิ่งออกตัวไปแล้วแรงสะเทือนจะลดลงไปเหมือนรถเบนซินปกติ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/gif.gif" border="0" alt=".gif" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2110" target="_blank">camry-hybrid-03.gif</a> (ขนาด: 83.75 KB / ดาวน์โหลด: 6655)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
หลังจากนั้นขับยาวมาจนข้ามสะพานพระราม 7 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกผ่านรัชโยธิน แล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าว ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นทุกช่องทาง การขับขี่ยังคงสบายๆ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานสอดประสานอย่างลงตัว จนแล้วจนรอดก็มาถึงจุดพักที่2 ณ คริสตัล พาร์ค<br />
       <br />
       ดื่มน้ำพักผ่อนกันเล็กน้อยเริ่มเดินทางต่อในเวลา 5 โมงเศษๆ นับเวลาเฉพาะที่อยู่บนเบาะคัมรี่ ไฮบริด นานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ยังไม่มีความรู้สึกเมื่อยหรือล้าแต่อย่างใด หลังออกรถเข้าสู่ถนนช่วงนี้มีโอกาสทำความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม. เพียงครั้งเดียว ก่อนต้องชะลอและขับด้วยความเร็วราว 50-70 กม./ชม. ตลอดถนนจนถึงถนนเอกมัย เลี้ยวเข้าสุขุมวิท สภาพการจราจรติดหนึบ ก่อนจะมาสิ้นสุดการเดินทางที่ปั๊มเอสโซ่สุดซอยสุขุมวิท 24 พร้อมกับการเติมน้ำมันเพื่อวัดอัตราความสิ้นเปลือง<br />
       ผลตัวเลขคันที่ขับวิ่งไปรวมระยะทาง 55.2 กม. เติมน้ำมันไป 2.207 ลิตร คิดเป็นอัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ 25.01 กม./ลิตร ขณะที่มีคนขับรถคัมรี่รุ่น 2.4G เบนซินปกติ ควบคู่ไปในเส้นทางเดียวกัน ผลอัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ 7.34 กม./ลิตร เรียกว่า แตกต่างกันหลายเท่า<br />
       <br />
       อย่างไรก็ตาม <span style="color: #800000;">การขับในวันดังกล่าวคัมรี่ ไฮบริดคันที่ทำสถิติดีที่สุดคือ 26.68 กม./ลิตร และแย่ที่สุดคือ 10.97 กม./ลิตร ส่วนค่าเฉลี่ยทุกคันรวมกันอยู่ราว 17.5 กม./ลิตร โดยรวมการขับขี่คัมรี่ ไฮบริดให้ความรู้สึกที่มั่นคงขึ้นจากน้ำหนักตัวที่มากกว่าเดิมราว 100 กม. และการเซ็ตช่วงล่างใหม่เพื่อให้รับกับแบตเตอรี่ที่อยู่ด้านท้ายรถ</span><br />
       <br />
       ...ถึง บรรทัดนี้ คงไม่ต้องสรุปอะไรกันมากมาย เส้นทางแบบใช้งานจริงกับผลตัวเลขที่สื่อมวลชนขับกันทุกคันมีสถิติการประหยัด น้ำมันดีกว่ารุ่นเบนซินปกติชัดเจน หากคุณเป็นคนที่ต้องใช้งานรถแบบขับในเมืองมากกว่า “คัมรี่ ไฮบริด” คือทางเลือกที่ใช่อย่างไม่ต้องสงสัย<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอบคุณที่มา: <a href="http://www.manager.co.th" target="_blank">http://www.manager.co.th</a></span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[“ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” โตโยต้า ไม่รอช้า จัดทริปทดสอบรถยนต์ คัมรี่ ไฮบริด ให้กับสื่อมวลชนได้สัมผัสบนท้องถนนจริงหลังจากเคยให้ลองขับสั้นๆ ในสนามทดสอบมาแล้ว สำหรับการทดสอบครั้งนี้โตโยต้าเลือกเส้นทางขับวนรอบกรุงเทพฯ ฝ่าการจราจรที่เป็นจราจลในช่วงบ่ายจนถึงเย็นกินเวลารวมกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อพิสูจน์สมรรถนะด้านอัตราสิ้นเปลืองและความสบายของเบาะให้เห็นกันอย่าง เต็มที่<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/gif.gif" border="0" alt=".gif" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2108" target="_blank">camry-hybrid-01.gif</a> (ขนาด: 69.11 KB / ดาวน์โหลด: 7952)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
การเดินทางเริ่มต้นจากโรงแรมดุสิตธานีตรงหัวมุมถนนสีลม โดยคัมรี่คันที่ขับเป็นตัวท๊อปสุด ที่มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ แต่ก่อนออกเดินทางมีการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจนเต็มถึงคอถังรถคัมรี่ทั้งหมด 12 คัน ..ความรู้สึกแรกหลังเข้านั่งประจำการในตำแหน่งพลขับ คือ เย็นสบาย แม้ว่ารถจะถูกจอดตากแดดมาตั้งแต่เช้าและเพิ่งจะติดเครื่องตอนที่มาถึงรถ<br />
       <br />
       <span style="color: #800000;">เนื่องจากเบาะนั่งมีระบบปรับอากาศเป่าไอเย็นจากใต้เบาะติดตั้งมาด้วย ทำให้เบาะนั่งหนังไม่ร้อนแม้จะโดนแดดเผามาแล้ว ถือว่าเป็นออพชันเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มความสบายให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้จะมีทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งโดยสารด้านหน้า</span><br />
       <br />
       เมื่อเข้าประจำการก็จัดแจงปรับตำแหน่งที่นั่งให้พอเหมาะ สังเกตและทดลองใช้งานปุ่มต่างๆ บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมกับเชื่อมต่อระบบบลูทูธของโทรศัพท์เข้าตัวรถคัมรี่ ซึ่งถือว่า ง่ายดายและใช้เวลาราว 1-2 นาทีก็เชื่อมต่อสำเร็จ<br />
<br />
เหยียบคันเร่งแรงบิดสูงสุดระดับ 270 นิวตัน ของมอเตอร์ไฟฟ้า ถูกนำมาใช้งานขณะออกตัวพาเจ้าคัมรี่ ไฮบริด เคลื่อนที่จากช่องจอดสู่ถนนพระราม 4 จอดติดไฟแดงแรกไม่กี่อึดใจเครื่องยนต์ก็ติดขึ้นมา เมื่อสังเกตุดูพลังงานที่อยู่ในแบตเตอรี่เหลือเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเครื่องยนต์จึงต้องติดเพื่อคงความเย็นภายในรถและรักษาระดับพลังงานใน แบตเตอรี่ให้อยู่เกณฑ์ที่เหมาะสม<br />
       <br />
       การขับขี่ช่วงแรกใช้ถนนพระราม4 เข้าสู่ถนนเยาวราชเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ สภาพการจราจรเรียกว่าสาหัสมาก รถเต็มทุกช่องทาง ค่อยๆ เคลื่อนที่ตามกันไป หลายจังหวะได้เหยียบคันเร่งเพื่อทดลองดูว่าความเร็วเท่าไหร่เครื่องยนต์จึง จะติด...พบว่าไม่มีความแน่นอนขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่กดและความต้องการจากการ ประมวลผลของคอมพิวเตอร์ โดยอยู่ระหว่างความเร็ว 10-40 กม./ชม.(ทุกครั้งที่ออกตัวคัมรี่ ไฮบริดจะใช้แต่มอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น)<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/gif.gif" border="0" alt=".gif" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2109" target="_blank">camry-hybrid-02.gif</a> (ขนาด: 58.76 KB / ดาวน์โหลด: 7179)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
บางช่วงเพื่อเร่งให้รถหลุดทันสัญญาณไฟเขียวก็กดคันเร่งคิกดาวน์ตามปกติ การตอบสนองของพละกำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ผสานมาจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้อย่างทันใจ ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ ECVT ทำงานราบรื่นไร้รอยต่อ<br />
       <br />
       ขับผ่านถนนเยาวราช เข้ามาวนแถวๆ พาหุรัด แล้วมาแวะพักที่ “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ” ตรงปากคลองตลาด เมื่อพักจนหายเหนื่อยจึงติดเครื่องยนต์อีกครั้งหรือเรียกอีกอย่างว่า ทำรถให้อยู่ในสภาพพร้อมเดินทาง (เพราะจริงๆ เครื่องยนต์ยังไม่ติด แต่กดคันเร่งรถก็เคลื่อนที่ไปได้)<br />
       <br />
       คราวนี้เลือกใช้ถนนราชดำเนินกลาง ผ่านสนามหลวง มุ่งหน้าย้อนกลับเพื่อไปข้ามสะพานพระราม 8 ในช่วงเวลา บ่าย 3 โมงตรง ซึ่งต้องบอกว่า รถติดสุดยอด เนื่องจากเป็นเวลาโรงเรียนกำลังเลิก ธนาคารกำลังจะปิดทำการ ดังนั้นรถราบนถนนจึงมากเป็นพิเศษ ซึ่งกว่าจะผ่านไปขึ้นสะพานพระราม 8 ได้กินเวลาร่วม 1 ชั่วโมงกับระยะทางไม่ถึง 10 กม.<br />
       <br />
       เมื่อ ขึ้นสะพานพระราม 8 คราวนี้มีโอกาสกดคันเร่งแบบเต็มๆ เรียกให้คัมรี่ ไฮบริดพุ่งทะยานไปถึงความเร็วระดับ 100 กม./ชม. แต่ก็เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆเข้ามาสู่โหมดรถเต็มทุกช่องทางช่วงลงจากสะพาน เลี้ยวเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์<br />
       <br />
       ช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ มีโอกาสทำความเร็วคงที่ระดับ 50-60 กม./ชม. โดยเครื่องยนต์ทำงานตลอดเวลา และเป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ เวลาที่เครื่องยนต์ติดจะได้ยินและรู้สึกถึงแรงสะเทือนเมื่อเครื่องยนต์เริ่ม ทำงาน แต่ถ้ารถวิ่งออกตัวไปแล้วแรงสะเทือนจะลดลงไปเหมือนรถเบนซินปกติ<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/gif.gif" border="0" alt=".gif" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2110" target="_blank">camry-hybrid-03.gif</a> (ขนาด: 83.75 KB / ดาวน์โหลด: 6655)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
หลังจากนั้นขับยาวมาจนข้ามสะพานพระราม 7 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกผ่านรัชโยธิน แล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าว ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นทุกช่องทาง การขับขี่ยังคงสบายๆ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานสอดประสานอย่างลงตัว จนแล้วจนรอดก็มาถึงจุดพักที่2 ณ คริสตัล พาร์ค<br />
       <br />
       ดื่มน้ำพักผ่อนกันเล็กน้อยเริ่มเดินทางต่อในเวลา 5 โมงเศษๆ นับเวลาเฉพาะที่อยู่บนเบาะคัมรี่ ไฮบริด นานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ยังไม่มีความรู้สึกเมื่อยหรือล้าแต่อย่างใด หลังออกรถเข้าสู่ถนนช่วงนี้มีโอกาสทำความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม. เพียงครั้งเดียว ก่อนต้องชะลอและขับด้วยความเร็วราว 50-70 กม./ชม. ตลอดถนนจนถึงถนนเอกมัย เลี้ยวเข้าสุขุมวิท สภาพการจราจรติดหนึบ ก่อนจะมาสิ้นสุดการเดินทางที่ปั๊มเอสโซ่สุดซอยสุขุมวิท 24 พร้อมกับการเติมน้ำมันเพื่อวัดอัตราความสิ้นเปลือง<br />
       ผลตัวเลขคันที่ขับวิ่งไปรวมระยะทาง 55.2 กม. เติมน้ำมันไป 2.207 ลิตร คิดเป็นอัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ 25.01 กม./ลิตร ขณะที่มีคนขับรถคัมรี่รุ่น 2.4G เบนซินปกติ ควบคู่ไปในเส้นทางเดียวกัน ผลอัตราสิ้นเปลืองเท่ากับ 7.34 กม./ลิตร เรียกว่า แตกต่างกันหลายเท่า<br />
       <br />
       อย่างไรก็ตาม <span style="color: #800000;">การขับในวันดังกล่าวคัมรี่ ไฮบริดคันที่ทำสถิติดีที่สุดคือ 26.68 กม./ลิตร และแย่ที่สุดคือ 10.97 กม./ลิตร ส่วนค่าเฉลี่ยทุกคันรวมกันอยู่ราว 17.5 กม./ลิตร โดยรวมการขับขี่คัมรี่ ไฮบริดให้ความรู้สึกที่มั่นคงขึ้นจากน้ำหนักตัวที่มากกว่าเดิมราว 100 กม. และการเซ็ตช่วงล่างใหม่เพื่อให้รับกับแบตเตอรี่ที่อยู่ด้านท้ายรถ</span><br />
       <br />
       ...ถึง บรรทัดนี้ คงไม่ต้องสรุปอะไรกันมากมาย เส้นทางแบบใช้งานจริงกับผลตัวเลขที่สื่อมวลชนขับกันทุกคันมีสถิติการประหยัด น้ำมันดีกว่ารุ่นเบนซินปกติชัดเจน หากคุณเป็นคนที่ต้องใช้งานรถแบบขับในเมืองมากกว่า “คัมรี่ ไฮบริด” คือทางเลือกที่ใช่อย่างไม่ต้องสงสัย<br />
<br />
<span style="font-size: x-small;">ขอบคุณที่มา: <a href="http://www.manager.co.th" target="_blank">http://www.manager.co.th</a></span>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[New Toyota Altis 2.0]]></title>
			<link>http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=661</link>
			<pubDate>Tue, 12 May 2009 06:39:59 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=661</guid>
			<description><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=1817" target="_blank">altis01.jpg</a> (ขนาด: 79.9 KB / ดาวน์โหลด: 35425)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
วันนี้(7 พ.ค.) ณ อาคาร The Style by Toyota สยามสแควร์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานเปิดตัว เก๋งคอมแพกต์รุ่น โคโรลล่า อัลติส 2.0 วางเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.0 ลิตร 141 แรงม้า พร้อม<a href="http://www.google.co.th/cse?cx=partner-pub-6191245639915923%3Amwmpcv7k1x6&amp;ie=UTF-8&amp;q=accessories+toyota+altis&amp;sa=ค้นหา" target="_blank">ชุดแต่งสปอร์ต</a> และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กับทางเลือกใน 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.0 จี ราคา 949,000 บาท รุ่น 2.0 วี ราคา 1,044,000 บาท รุ่น 2.0 วี สีขาว 1,054,000 บาท รุ่น 2.0 <a href="http://www.google.co.th/cse?cx=partner-pub-6191245639915923%3Amwmpcv7k1x6&amp;ie=UTF-8&amp;q=navigator+เครื่องนำทาง&amp;sa=ค้นหา" target="_blank">เนวิเกเตอร์</a> ราคา 1,184,000 บาท<br />
<br />
หลังโตโยต้า แนะนำ“โคโรลล่า” เจนเนอเรชั่นล่าสุดสู่ตลาดไทยเมื่อเดือนมกราคม 2551 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดขายตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันทั้งสิ้นกว่า 37,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2552) ล่าสุดสร้างความเร้าใจด้วยการเสริมไลน์รุ่น 2.0 ใหม่ กับเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี Dual VVT-i<br />
       <br />
       ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี รหัส 3 ZR-FE Dual VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว โดยระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-I (Variable Valve Timing-intelligent) ปรับจังหวะเปิด-ปิดลิ้นไอดีและไอเสียแบบแปรผัน โดยสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ โดยการปรับจังหวะของลิ้นไอดี จะช่วยควบคุมปริมาณไอดีให้เหมาะสมต่อการจุดระเบิดในทุกจังหวะความเร็วรอบเครื่องยนต์ช่วยให้มีอัตราเร่งที่ดี และการปรับจังหวะของลิ้นไอเสียจะสัมพันธ์กับการปล่อยไอเสียของเครื่องยนต์ ช่วยให้การปล่อยไอเสียมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=1818" target="_blank">altis03.jpg</a> (ขนาด: 51.3 KB / ดาวน์โหลด: 11670)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
โดยจะให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า (104 กิโลวัตต์) ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 189 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT แบบ Gate-Type พร้อมระบบซีเควนเชี่ยล และ Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย<br />
       <br />
       โคโรลล่า อัลติส 2.0 จะเพิ่มสี White Pearl ใหม่ และอีก 5 สี คือ Silver Metallic / Medium Silver Metallic / Beige Metallic/Black Mica / Greyish Blue Metallic มาเป็นทางเลือก ทั้งนี้ในรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V จะแต่งเท่ด้วยสเกิร์ตด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง ดีไซน์สปอร์ตพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED ขณะที่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ รวมถึง<a href="http://www.google.co.th/cse?cx=partner-pub-6191245639915923%3Amwmpcv7k1x6&amp;ie=UTF-8&amp;q=ล้ออัลลอย+แม็กซ์&amp;sa=ค้นหา" target="_blank">ล้ออัลลอย</a> ลาย 10 ก้านใหม่ขนาด 16 นิ้ว<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=1819" target="_blank">altis04.jpg</a> (ขนาด: 39.24 KB / ดาวน์โหลด: 14816)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=1817" target="_blank">altis01.jpg</a> (ขนาด: 79.9 KB / ดาวน์โหลด: 35425)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
วันนี้(7 พ.ค.) ณ อาคาร The Style by Toyota สยามสแควร์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานเปิดตัว เก๋งคอมแพกต์รุ่น โคโรลล่า อัลติส 2.0 วางเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.0 ลิตร 141 แรงม้า พร้อม<a href="http://www.google.co.th/cse?cx=partner-pub-6191245639915923%3Amwmpcv7k1x6&amp;ie=UTF-8&amp;q=accessories+toyota+altis&amp;sa=ค้นหา" target="_blank">ชุดแต่งสปอร์ต</a> และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กับทางเลือกใน 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.0 จี ราคา 949,000 บาท รุ่น 2.0 วี ราคา 1,044,000 บาท รุ่น 2.0 วี สีขาว 1,054,000 บาท รุ่น 2.0 <a href="http://www.google.co.th/cse?cx=partner-pub-6191245639915923%3Amwmpcv7k1x6&amp;ie=UTF-8&amp;q=navigator+เครื่องนำทาง&amp;sa=ค้นหา" target="_blank">เนวิเกเตอร์</a> ราคา 1,184,000 บาท<br />
<br />
หลังโตโยต้า แนะนำ“โคโรลล่า” เจนเนอเรชั่นล่าสุดสู่ตลาดไทยเมื่อเดือนมกราคม 2551 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดขายตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันทั้งสิ้นกว่า 37,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2552) ล่าสุดสร้างความเร้าใจด้วยการเสริมไลน์รุ่น 2.0 ใหม่ กับเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี Dual VVT-i<br />
       <br />
       ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี รหัส 3 ZR-FE Dual VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว โดยระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-I (Variable Valve Timing-intelligent) ปรับจังหวะเปิด-ปิดลิ้นไอดีและไอเสียแบบแปรผัน โดยสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ โดยการปรับจังหวะของลิ้นไอดี จะช่วยควบคุมปริมาณไอดีให้เหมาะสมต่อการจุดระเบิดในทุกจังหวะความเร็วรอบเครื่องยนต์ช่วยให้มีอัตราเร่งที่ดี และการปรับจังหวะของลิ้นไอเสียจะสัมพันธ์กับการปล่อยไอเสียของเครื่องยนต์ ช่วยให้การปล่อยไอเสียมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=1818" target="_blank">altis03.jpg</a> (ขนาด: 51.3 KB / ดาวน์โหลด: 11670)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br />
<br />
โดยจะให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า (104 กิโลวัตต์) ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 189 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT แบบ Gate-Type พร้อมระบบซีเควนเชี่ยล และ Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย<br />
       <br />
       โคโรลล่า อัลติส 2.0 จะเพิ่มสี White Pearl ใหม่ และอีก 5 สี คือ Silver Metallic / Medium Silver Metallic / Beige Metallic/Black Mica / Greyish Blue Metallic มาเป็นทางเลือก ทั้งนี้ในรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V จะแต่งเท่ด้วยสเกิร์ตด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง ดีไซน์สปอร์ตพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED ขณะที่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ รวมถึง<a href="http://www.google.co.th/cse?cx=partner-pub-6191245639915923%3Amwmpcv7k1x6&amp;ie=UTF-8&amp;q=ล้ออัลลอย+แม็กซ์&amp;sa=ค้นหา" target="_blank">ล้ออัลลอย</a> ลาย 10 ก้านใหม่ขนาด 16 นิ้ว<br />
<br />
<!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><img src="images/attachtypes/jpg.gif" border="0" alt=".jpg" />&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=1819" target="_blank">altis04.jpg</a> (ขนาด: 39.24 KB / ดาวน์โหลด: 14816)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
	</channel>
</rss>