ตอบกระทู้ 
 
คะแนนกระทู้:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เรื่องราวเกี่ยวกับประกันสินเชื่อบ้าน
Sun, 26 Apr 20, 19:57
Post: #1
เรื่องราวเกี่ยวกับประกันสินเชื่อบ้าน
สำหรับใครก็ตามที่ทำประกันสังคมไว้นั้นเมื่อเราอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เราก็จะได้เงินสมทบชราภาพคืนมาก้อนนึง ใครก็ตามที่อยากรู้รายละเอียดหรือเช็คเงินชราภาพประกันสังคมในเงื่อนไขต่างๆนั้นก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์หรืออาจจะหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ได้ แต่ทั้งนี้ก่อนที่เราจะคิดถึงเงินชราภาพนั้นในช่วงอายุที่ยังสามารถทำงานได้แล้วก็คงจะวางแผนคิดถึงความมั่นคงกันไว้แล้ว อย่างชื่อ ในเรื่องของการซื้อบ้านซึ่งเป็นโครงการบ้านหลังแรกของตัวเองนั้นก็คงต้องวางแผนในรายรับรายจ่ายต่างๆอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ถ้าหากว่าคนที่จะขอสินเชื่อบ้านนั้นเป็นหัวหน้าครอบครัวนั้นบางธนาคารก็อาจจะมีการให้ทำประกันสินเชื่อบ้านพ่วงเข้าไปด้วย วันนี้ใครก็ตามที่ยังสงสัยในเรื่องของประกันสินเชื่อบ้านอยู่นั้นเราก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับมันมาฝากเพื่อนๆทุกคนกันด้วย
โดยประกันสินเชื่อบ้านหรือประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) นั้นก็คือ ประกันชีวิตที่จะมีจุดประสงค์ในการคุ้มครองผู้ขอสินเชื่อเพื่อคุ้มครองให้ทรัพย์สินเลขกับผู้กู้และผู้ให้กู้ธนาคารตามจำนวนทำประกันและก็ระยะเวลาในการทำประกัน ถ้าหากว่าระยะเวลาที่ขอสินเชื่อนั้นผู้กู้เกิดชีวิตหรือทุพพลภาพ ทางบริษัทที่รับทำประกันจะรับหน้าที่ในการผ่อนชำระแทนจนกว่าจะครบสัญญาการกู้นั่นเอง ฉะนั้นแล้วมันจึงต่างกับประกันชีวิตในแบบอื่นๆ เพราะประกัน MRTA นั้นจะลดวงเงินคุ้มครองวงในทุกๆปี เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไปก็จะมีการชำระเงินกู้ไปจนเหลือน้อยลง ฉะนั้นแล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องคุ้มครองเต็มวงเงินอีกต่อไป และเนื่องจากประกัน MRTA นั้นจะให้ความคุ้มครองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีระยะเวลาในการผ่อนชำระนาน ฉะนั้นบริษัทประกันส่วนใหญ่จึงมีทางเลือกให้กับผู้กู้ 2 ตัวเลือกเป็นส่วนใหญ่ คือ
1. ซื้อแบบคุ้มครองเต็มวงเงินและตลอดระยะเวลากู้ เช่น กู้ 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 30 ปี ก็จะได้การคุ้มครองเต็ม 3 ล้าน ตลอด 30 ปีเต็ม
2. ซื้อแบบความคุ้มครอง 80% ของวงเงินกู้ และ 80% ของระยะเวลากู้ ก็จะได้รับความคุ้มครองวงเงิน 2.4 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 24 ปีแรกนั่นเอง
แล้วปกตินั้นก็จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เราเจ็บป่วยไปจนถึงกับเสียชีวิตหรือเกิดเหตุจนเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรที่ไม่สามารถผ่อนชำระต่อไปได้ ทางบริษัทประกันจะเป็นผู้ผ่อนชำระต่อเอง ทำให้หนี้สินในส่วนนี้ไม่ตกเป็นภาระให้กับคนอื่นๆ ในครอบครัว และถ้าหากว่าใครก็ตามที่สามารถติดหนี้ในสินเชื่อบ้านได้ก่อนกำหนดนั้นเราก็สามารถที่จะทำการติดต่อบริษัทประกันเพื่อขอเงินคืนเงินประกันที่เหลืออยู่ได้เช่นเดียวกับประกันชีวิตแบบตลอดชีพนั่นเอง
นอกจากนี้ในส่วนของการรีไฟแนนซ์บ้านเราก็สามารถที่จะขอเวนคืนกรมธรรม์ได้ด้วยหรือเราอาจจะทำการเปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์จากธนาคารเก่าเป็นธนาคารใหม่ก็ได้เช่น และถ้าหากว่าเรามีแผนจะรีไฟแนนซ์อยู่แล้วนะลูกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกประกันที่คุ้มครองเต็มระยะเวลากู้เพื่อให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันภันั่นเอง ซึ่งในส่วนของอัตราดอกเบี้ยแบบปกติสำหรับลูกค้าที่ไม่มีประกันสินเชื่อบ้านกับอัตราดอกเบี้ยของผู้ที่ทำสินเชื่อบ้านด้วยนั้นอาจจะมีสัดส่วนต่างกันอยู่เล็กน้อย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้
อ้างถึงข้อความนี้ในการตอบกระทู้
ตอบกระทู้ 


** ข้อแตกต่างระหว่างการตอบกระทู้โดยใช้กล่อง comment ของ Facebook กับกล่องตอบข้อความของทางเว็บ


ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูกระทู้นี้: 1 ผู้เยี่ยมชม