ตอบกระทู้ 
 
คะแนนกระทู้:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
มาดูกองทุนรวมที่เราควรมีไว้ในการครอบครองกันบ้างดีกว่า
Fri, 02 Aug 19, 19:05
Post: #1
มาดูกองทุนรวมที่เราควรมีไว้ในการครอบครองกันบ้างดีกว่า
แน่นอนว่าการเลือกลงทุนใน กองทุนรวม ต่างๆ นั้นเราก็อยากที่จะต้องการผลตอบแทนเพื่อที่จะนำไปใช้ในการต่างๆ อยู่แล้ว โดยบางคนนั้นแาจจะนำไปดาวน์รถ ซื้อบ้าน หรือไปท่องเที่ยว เป็นต้น ฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษารายละเอียดข้อมูลต่างๆ ให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นแม้จะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่เราก็อาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนเท่าที่ควรจะเป็นก็ได้ ส่วนในเรื่องของการลงทุนนั้นก็อาจจะเลือก กองทุน ที่เราสมควรจะมีก่อนก็ได้ตามคำแนะนำของผู้ที่ผ่านการลงทุนมาอย่างยาวนานได้ให้คำแนะนำไว้ อย่างเช่น
1. กองทุนรวมตราสารหนี้ อย่างเช่น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วแลกเงิน หรือหุ้นกู้ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์มันก็จะอยู่ที่ประมาณ 0.5% ต่อปี ฉะนั้นถ้าหากเราฝากเงิน 1 ล้านบาทจนครบปี เราก็จะได้ดอกเบี้ยแค่ 5,000 บาท ซึ่งถ้าหากเรานำเงินบางส่วนที่ฝากไว้นั้นนำมาลงทุนใน กองทุนรวม ตราสารหนี้ชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นเราก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงินนั้นอาจจะไม่ดีเท่าการฝากเงินเนื่องจากไม่มีบัตรเอทีเอ็มให้เราเบิกถอนได้ทันทีเพราะว่ามันจะโทำการโอนเงินคืนเข้าบัญชีออมทรัพย์ในวันทำการถัดไป (T+1) นอกจากนี้ในเรื่องของความเสี่ยงก็มีมากกว่าแน่นอนแต่ทว่ามันก็ยังอยู่ในระดับต่ำนั่นเอง
2. กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ltf แน่นอนว่ากองทุนประเภทนี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า เราสามารถนำเงินลงทุนในกองทุนรวม ltf มาลดหย่อนภาษีได้นั่นเอง โดยกองทุนประเภทนี้ คือ กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ภายในระยะเวลา 7 ปีปฏิทิน ไม่บังคับซื้อทุกปี ซื้อปีไหนก็นำไปลดหย่อนภาษีปีนั้น โดยซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 500,000 บาท
3. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ rmf นี่ก็ถือเป็นกองทุนที่สามารถนำเงินลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน โดยกองทุนประเภทนี้ คือ กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายกองทุนนั้น เช่น ตราสารหนี้ หุ้น น้ำมัน หรือทองคำ เป็นต้น ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขว่าต้องลงทุนอย่างน้อยปีเว้นปีต่อเนื่องจนถึงอายุครบ 55 ปี และปีที่ลงทุนต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และเมื่อซื้อปีไหนก็นำไปลดหย่อนภาษีปีนั้น โดยจะซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับประกันชีวิตแบบบำนาญต้องไม่เกิน 500,000 บาทนั่นเอง
4. กองทุนรวมต่างประเทศ ซึ่งก็จะเป็นการนำเงินไปลงทุนในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฯลฯ เรียกว่าเป็นการแสวงหศโอกาสในการลงทุนพร้อมกับกระจายความเสี่ยงไปด้วยในตัว ซึ่งความเสี่ยงในการลงทุนแบบนี้ก็จะมีเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็แล้วแต่ว่ากองทุนนั้นจะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงหรือไม่อย่างไร และโดยปกติแล้วระยะเวลาในการขายคืนจะนานกว่าอยู่ที่ประมาณ 4 วันทำการ (T+4) ฉะนั้นลงทุนในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวก็น่าจะพอ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้
อ้างถึงข้อความนี้ในการตอบกระทู้
ตอบกระทู้ 


** ข้อแตกต่างระหว่างการตอบกระทู้โดยใช้กล่อง comment ของ Facebook กับกล่องตอบข้อความของทางเว็บ


ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูกระทู้นี้: 1 ผู้เยี่ยมชม