ตอบกระทู้ 
 
คะแนนกระทู้:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เรามาดูช่องทางการลงทุนที่จะได้รับการคืนภาษีกันบ้างดีกว่า
Sat, 20 Jul 19, 10:55 (แก้ไขล่าสุด: Sat, 20 Jul 19 10:58 โดย Unyana.)
Post: #1
เรามาดูช่องทางการลงทุนที่จะได้รับการคืนภาษีกันบ้างดีกว่า
แน่นอนว่าเรานั้นต่างก็อยากที่จะมีความมั่นคงในเรื่องของการเงินอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วเราก็ควรที่จะเริ่มทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดขึ้นผลมันขึ้นมา โดยอาจจะเริ่มจากการเก็บเงินก้อนไว้ส่วนหนึ่งก่อน หลังจากนั้นก็พอมีเงินสะสมเพิ่มเข้ามาอีกสักหน่อยนั้นก็อาจจะนำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุน ซึ่งใครที่ยังไม่ถนัดในการลงทุนนั้นก็ควรเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำไปก่อน และถ้าหากใครนั้นต้องการที่จะวางแผนเรื่องของการเงินด้วยการดูเรื่องของการลดหย่อนภาษีนั้นก็อาจจะต้องดูเรื่องของเงื่อนไขในการขอคืนภาษีด้วย รวมถึงเรื่องของการลงทุนที่จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ฉะนั้นในวันนี้เราจึงมีช่องทางของการลงทุนที่สามารถนำมาลดหย่อนได้มาฝากทุกคนกัน
1. ในการคืนภาษีจาก กองทุนรวม ประเภทเงินออม ซึ่งการที่ผู้ลงทุนนั้นได้มีการซื้อหน่วยลงทุนใน กองทุนltf หรือ rmf ก็จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10 % ซึ่งในส่วนของเงินที่ถูกหักภาษีไว้นี้เราก็สามารถที่ตะนำไปขอลดหย่อนภาษีได้เมื่อครบปีภาษี ฉะนั้นถ้าหากว่ามีการซื้อขายระหว่างปีภาษี ผลตอบแทนหรือดอกผลที่ได้จากกองทุน ltf หรือ rmf หรือจากกองทุนใดๆ ก็ตามนั้นเราก็จะได้รับการยกเว้นภาษีไปด้วย โดยมีข้อแม้ว่าเราจะได้ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทนั่นเอง
2. ในการคืนภาษีจาก ประกันภัย ชีวิต แน่นอนว่าการทำประกันภัยชีวิตนั้นเราก็สามารถที่จะลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ทั้งนี้ก็จะมีข้อแม้ว่าสามารถขอลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ออีกด้วย อย่างเช่น ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีอายุ 10 ปี ขึ้นไป และก็ต้องเป็นบริษัท ประกันภัย ที่ประกอบกิจการในประเทศไทย และก็อาจจะมีเงื่อนไขอื่นๆ ด้วยถ้าหากว่าเป็นประกันชีวิตแบบมีปันผลนั่นเอง
3. ในการคืนภาษีจากการซื้อที่อยู่อาศัยหรือ ซื้อบ้าน นั่นเอง ซึ่งการที่เรานั้นได้มีการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยก็จะถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาว และก็ยังเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อีกด้วย นอกจากนี้นั้นก็ยังเป็นหนี้ที่เราสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยภาระจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือ ซื้อบ้าน นั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ทั้งนี้จะขอลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4. ในการคืนภาษีจากการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ ทั้งนี้ก็เพราะว่าด้วยนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นจึงทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งการลงทุนในสตาร์ทอัพนั้นก็จะทำได้ทั้งการเป็นผู้ก่อตั้งแล้วต้องการเพิ่มทุนในสตาร์ทอัพที่ตนเองทำอยู่ และนักลงทุนประเภท (Angel Investor) ที่จะให้ทุนกับสตาร์ทอัพ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นการเพิ่มหุ้นหรือให้ทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพที่จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือนิติบุคคลแล้วเท่านั้น และก็ต้องเป็นการลงทุนตั้งแต่วันที่ 1/1/61 – 31/1/62 ซึ่งมีระยะเวลาการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 2 ปี และก็ยังเป็นสตาร์ทอัพที่จดทะเบียนภายใต้เงื่อนไขของ สวทช. อีกด้วย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้
อ้างถึงข้อความนี้ในการตอบกระทู้
ตอบกระทู้ 


** ข้อแตกต่างระหว่างการตอบกระทู้โดยใช้กล่อง comment ของ Facebook กับกล่องตอบข้อความของทางเว็บ


ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูกระทู้นี้: 1 ผู้เยี่ยมชม