ตอบกระทู้ 
 
คะแนนกระทู้:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้ารุกตลาดเบเกอร์
Sun, 16 Jun 19, 11:53
Post: #1
ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้ารุกตลาดเบเกอร์
หลังประสบปัญหาสัญญาพิซซ่า ฮัท และความน่าเชื่อถือของท้องถิ่นที่พัทยา แต่ไมเนอร์ ฟู้ดไม่ท้อถอยฝ่าฟันจนสำเร็จประสบชัยชนะ พร้อมกันเปลี่ยนแบนรด์พิซซ่า ฮัท มาเป็นพิซซ่า คอมปะนีแล้ว ไมเนอร์ ฟู้ด (Minor Food) ก็ไปโลดโดยมีแบรนน์ร้านอาหารและไอศกรีมในมืออีกกว่า 10 แบรนด์ โดยเฉพาะอาหารจานด่วนประเภทกริล แอนด์ ซิล ซึ่งถือเป็นโอกาสที่จะรุกตลาดต่อไป
ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ชูกลยุทธ์ Local Store Marketing ปั้นแบรนด์ ดีคิว กริล แอนด์ ชิล แจ้งเกิดตลาดแฮมเบอร์เกอร์ หลัง บริษัทแม่มั่นใจศักยภาพพร้อมหนุนขยายสาขาเต็มสูบ เดินหน้าลงทุนขยายสาขาอย่างน้อย 10 แห่งใน 3 ปี หวังโกยยอดขายทะลุ 300 ล้าน
ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาร้านดีคิว กริล แอนด์ ชิล เพิ่มขึ้นหลังจากที่ทดลองเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เมื่อปีก่อน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากยอดขายที่มีรายได้เฉลี่ย 20-30 ล้านบาทในปีแรก ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยในครึ่งปีหลังจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา ซึ่งสาขาที่ 2 จะเปิดที่เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา ส่วนสาขาที่ 3 จะเปิดในศูนย์การค้าชั้นนำประมาณไตรมาสสุดท้ายของปี
สำหรับการตลาดจะเน้นกลยุทธ์ Local Store Marketing แทนกลยุทธ์แมส มาร์เก็ตติ้ง เพราะจะได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละสาขา ซึ่งมีความแตกต่างกัน ขณะที่เมนูอาหารจะมีความหลากหลายทั้งในประเภทอาหารฟาสต์ฟูด เช่น เบอร์เกอร์ และสลัด รวมไปถึงไอศกรีม ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดขายเฉลี่ย 2-3 ล้านบาทต่อเดือน
จากการศึกษาตลาดเบอร์เกอร์พบว่ายังมีช่องทางการตลาดให้ดีคิว กริล แอนด์ ชิล แทรกตัวเข้ามาได้ โดยจุดแข็งของดีคิว กริล แอนด์ ชิลคือเรื่องของคุณภาพสินค้า วัตถุดิบ และการให้บริการรูปแบบ food & treat รวมทั้งบรรยากาศในร้านที่เหมือนกันทุกสาขาทั่วโลก
ทั้งนี้ทางบริษัทแม่ให้ความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย ที่จะขยายสาขาและทำให้มียอดขายสูงสุด จึงมุ่งสนับสนุนให้มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นให้ได้อย่างน้อย 10 สาขาภายใน 3 ปี โดยคาดว่าสามารถลงทุนได้เร็วขึ้น หลังจากที่ปรับลดต้นทุนการขยายสาขาลงได้ 20% โดยใช้งบเฉลี่ย สาขาละ 10-11 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่เคยใช้งบลงทุนที่ 15 ล้านบาท โดยหันมาเลือกใช้วัสดุภายในประเทศไทยในการตกแต่งสาขาแทนการนำเข้าทำให้ประหยัดเงินได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดีหลังจากที่บริษัทมีสาขาดีคิว กริล แอนด์ ชิลแล้ว บริษัทก็จะได้เริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังเพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงรู้จักแบรนด์ของ ดีคิว ในด้านของร้านไอศกรีมมากกว่า อย่างไรก็ตามสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าร้านดีคิว กริล แอนด์ ชิลจะมีรายได้อยู่ที่ 40-50 ล้านบาท และหากเปิดครบ 10 สาขาคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท/ปี ปัจจุบันร้านดีคิว ไอศกรีม แดรี่ควีน มีสาขาทั้งสิ้น 211 สาขา จนถึงสิ้นปีนี้จะขยายเพิ่มเป็น 220 สาขา มีรายได้รวมเฉลี่ยประมาณ 1,000 ล้านบาท การเติบโต 20% ขณะที่ตลาดเบอร์เกอร์ โดยรวมในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 7-8%
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้
อ้างถึงข้อความนี้ในการตอบกระทู้
ตอบกระทู้ 


** ข้อแตกต่างระหว่างการตอบกระทู้โดยใช้กล่อง comment ของ Facebook กับกล่องตอบข้อความของทางเว็บ


กระทู้ที่คล้ายกัน...
กระทู้: ผู้ตั้งกระทู้ ตอบ: ดู: ข้อความล่าสุด
  ร่วมงานกับ ไมเนอร์ ฟู้ด Unyana 0 868 Sun, 25 Aug 19 16:36
ข้อความล่าสุด: Unyana
  ไมเนอร์ ฟู้ด ปรับกลยุทธ์ลุยเดลิเวอรี่ Unyana 0 915 Sun, 16 Jun 19 12:00
ข้อความล่าสุด: Unyana

ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูกระทู้นี้: 1 ผู้เยี่ยมชม