ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว
คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ !! ไวรัส rsv ภัยร้ายในเด็กที่อันตรายถึงชีวิต - Printable Version

+- ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว (http://www.thaibuddytrip.com/forum)
+-- Forum: ประสบการณ์อื่นๆ (/forumdisplay.php?fid=1)
+--- Forum: พูดคุยทั่วไป (/forumdisplay.php?fid=20)
+--- Thread: คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ !! ไวรัส rsv ภัยร้ายในเด็กที่อันตรายถึงชีวิต (/showthread.php?tid=56710)



คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ !! ไวรัส rsv ภัยร้ายในเด็กที่อันตรายถึงชีวิต - Unyana - Sat, 19 Jun 21 12:28

คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ !! ไวรัส rsv ภัยร้ายในเด็กที่อันตรายถึงชีวิต

อาการเจ็บป่วยของลูกน้อยโดยเฉพาะไข้หวัดที่เด็กมักมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หากมองดูเผิน ๆ อาจจะคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาไม่น่าจะมีอันตรายอะไร แต่อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรวางใจไปเพราะอาการไข้หวัดธรรมดานี้อาจกำลังเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าลูกของคุณอาจติดเชื้อ ไวรัส rsv อยู่ก็เป็นได้ ซึ่งถือเป็นโรคยอดฮิตที่มักพบมากในเด็กเล็ก ๆ ที่น้อยคนนักจะรู้และเข้าใจถึงภัยจากโรคนี้ว่ามันอันตรายเพียงใด

โรค rsv คืออะไร
โรค rsv เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับไข้หวัดมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส Respiratory Syncytial Virus ซึ่งสามารถติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่รวมถึงผู้สูงวัยแต่ส่วนมากมักพบในเด็กเล็กเพราะร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีพอจะจัดการกับไวรัส ทำให้เด็กที่ได้รับเชื้อไวรัส rsv เข้าไปจะแสดงอาการจำเพาะของโรคที่รุนแรงและเด่นชัดกว่านั่นก็คืออาการหลอดลมฝอยอักเสบ

การแพร่กระจายและติดต่อของไวรัส rsv
ไวรัส rsv มักอุบัติขึ้นในช่วงอากาศเย็นชื้นโดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝนเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวที่โรคนี้มักจะระบาดหนักในหมู่เด็ก ๆ โดยเชื้อจะแพร่กระจายผ่านระบบทางเดินหายใจจากคนสู่คนผ่านละอองน้ำลายและน้ำมูกเมื่อไอและจามออกมา นอกจากนั้นเชื้อไวรัสยังแพร่ผ่านการสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ เช่น ของเล่น ภาชนะเครื่องใช้ เมื่อเด็กสัมผัสหรือหยิบเข้าปากก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

อาการแสดงเมื่อเด็กติดเชื้อไวรัส
เมื่อเด็กได้รับเชื้อไวรัส rsv อาการ แสดงส่วนใหญ่มักคล้ายกับการเป็นไข้หวัดในระยะฟักตัวหลังจากได้รับเชื้อมา 3 - 6 วัน เด็กจะเริ่มเบื่ออาหาร มีไข้ ไอ จามและมีน้ำมูก เมื่อโรคดำเนินไปถึงขั้นรุนแรงจะทำให้เด็กหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี้ด อกบุ๋ม เกิดอาการหลอดลมฝอยอักเสบซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แพทย์จะวินิจฉัยว่าติดเชื้อ rsv และทำการรักษาต่อไปให้เชื้อไม่ลุกลามจนทำให้เกิดโรคปอดอักเสบตามมา

การป้องกันรักษาโรค rsv
ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาหรือวัคซีนรักษาโรค rsv โดยตรงแพทย์จะทำการรักษาตามอาการด้วยการ ประคับประคองให้อาการไม่รุนแรงและให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้แม้ว่าจะยังไม่มียารักษาเฉพาะกับตัวโรคแต่คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันในเบื้องต้นได้จากการให้ลูกรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนปอดอักเสบหรือ IPD ตามช่วงวัยให้ครบกำหนด ถึงแม้ว่าวัคซีนทั้งสองตัวนี้จะไม่ช่วยป้องกันไวรัส rsv ได้โดยตรง แต่จะช่วยลดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ อย่างน้อยเมื่อเด็กได้รับเชื้อก็จะไม่เกิดอาการอันตรายถึงขั้นปอดอักเสบหรือติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษาการรับวัคซีนจากกุมารแพทย์ตามสถานพยาบาล international hospital ไปจนถึง medical clinic ที่ได้รับมาตรฐานใกล้บ้านได้

บทสรุปการดูแลให้ลูกน้อยห่างไกลจากโรค rsv
คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของลูกน้อยด้วยการล้างมือให้ลูกบ่อย ๆ ระวังอย่าให้ลูกนำสิ่งของเข้าปาก หลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกออกไปพบปะกับคนแปลกหน้าหรือไปยังสถานที่แออัดที่เสี่ยงจะได้รับเชื้อและหากลูกป่วยควรให้หยุดเรียนเพื่อยับยั้งไม่ให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไปสู่เด็กคนอื่น ๆ เพราะเชื้อ rsv ส่วนใหญ่จะแพร่กระจายในเด็กง่ายมาก ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกทุกครั้งเมื่อป่วยและไม่ควรปล่อยไว้หรือคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเพราะ rsv นั้นเป็นภัยเงียบที่อาจอันตรายถึงชีวิตได้

ที่มาข้อมูล
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/rsv
https://ch9airport.com/video-items/ก้าวทันโรค-ตอนที่-11/
https://www.bangkokhospital.com/content/respiratory-syncytial-virus

วัคซีน เด็ก https://www.medparkhospital.com/content/baby-vaccine-package


[Image: DHywER.md.jpg]