ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว

Full Version: ทริปเที่ยวสังขละบุรี สะพานมอญ วัดวังก์วิเวการาม เจดีย์พุทธคยา จ.กาญจนบุรี
You're currently viewing a stripped down version of our content. View the full version with proper formatting.
สวัสดีครับ วันนี้มีทริปมาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว หลังจากที่ทริปล่าสุดกลุ่มของเราได้รวมตัวกันเที่ยวไปเมื่อ เม.ย. ปีที่แล้ว คือ ทริปหลบร้อนไปคลายร้อนที่เกาะล้าน พัทยา จ.ชลบุรี ... มาถึงวันนี้ผ่านมา 1 ปีเต็ม เรามีทริปใหม่ที่ไปกันไกลกว่าเดิม กับจำนวนสมาชิก 11 คน รถ 3 คัน มุ่งหน้าตรงสู่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สุดเขตประเทศไทยด้านตะวันตก… ว่าแล้วเราก็มาเริ่มออกเดินทางกันเล้ยย…

ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ให้พอหายคิดถึง งานนี้เรารวมตัวกันเป็นกลุ่มย่อยๆ ใน กทม และสนามบินสุวรรณภูมิเพราะเพื่อนมาจากหลายทิศทาง บางคนต้องออกเดินทางจากเย็นวันศุกร์ บางคนก็เช้าวันเสาร์ แต่จุดนัดพบแรกของเราคือ “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” จ.กาญจนบุรี

...มาถึงแล้ว สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่นี่มีที่จอดรถฟรีบริการนะครับ แต่หากเต็มก็อาจจะต้องใช้บริการฝากรถ ค่ารับฝาก 20 บาทต่อคัน เรามาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควกันราว 11.30 น. เมื่อมารวมกับเพื่อนที่มาถึงก่อนแล้วก็ได้เวลาเก็บรูปเป็นที่ระลึกสักเล็กน้อย ทักทายกันพอให้จำได้ว่าใครเป็นใคร ฮ่าๆๆ

[attachment=4551]

รถไฟมาแล้ว ไฮไลท์เลยจังหวะนี้

[attachment=4552]

[attachment=4553]
รายงานความหล่อสวยกันหน่อยหลังจากไม่ได้เจอกันมา 1 ปีเต็มพอดีๆ

[attachment=4554]

ถ่ายรูปทักทายกันพอประมาณแล้วเราก็ต้องออกเดินทางกันต่อทันที เพราะจุดหมายของเรายังอีกไกลมากๆ ประมาณ 215 กม จากสะพานข้ามแม่น้ำแควถึงอำเภอสังขละบุรี

ตอนอยู่สะพานก็แดดร้อนเปรี้ยง แต่พอเราขับรถออกมาได้สักพักเท่านั้นล่ะ ฝนตกๆ หยุดๆ ตลอดทางเลย ทริปนี้เหล่าเทวดานางฟ้าต่างยินดีปรีดากับการได้มารวมตัวอีกครั้งของพวกเรา ส่งสายฝนโปรยปรายไม่ขาดสายเลยท่านคงห่วงว่าเราจะร้อนน่ะครับ

อย่างไรก็ตามเราก็มากันเรื่อยๆ ช้าบ้างเร็วบ้าง และมาถึงสังขละบุรีประมาณ 16.00 น. หลังจากจัดแจงเก็บข้าวของเข้าที่พักเช็คอินแล้วก็ได้เวลาเตรียมตัวออกไปสัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติของสังขละบุรีกันสักหน่อย

นี่เป็นภาพจากหน้าห้องพักของเรามองลงไปข้างล่างนะครับ บรรยากาศและตำแหน่งเหมาะมาก ชิลๆ รับลมชมวิว มองลงไปเห็นสะพานมอญและแพที่พักต่างเรียงรายเนื่องจากช่วงนี้น้ำลดน้อยลง แพจึงมาอยู่รวมๆ กัน เดี๋ยวเรื่องที่พักจะมารีวิวอีกทีนะครับ ตอนนี้ขอออกไปเที่ยวก่อนเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน

[attachment=4555]

ที่พักของเราอยู่ใกล้กับสะพานมอญมาก เรียกว่าอยู่ติดกันเลยดีกว่า เดินลงไปสะพานมอญข้างล่างเพียงประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับไกด์ประจำถิ่นบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสะพานมอญและความเป็นไปเป็นมาของสังขละบุรี แม่น้ำสายต่างๆ ของที่นี่ไหลมาบรรจบกัน ประกอบไปด้วยแม่น้ำซองกาเรีย แม่น้ำรันตีและแม่น้ำบีคลี รวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย

[attachment=4556]
การบรรยายออกรสออกชาด ต้องขอเก็บภาพไกด์หนุ่มน้อยไว้สักหน่อย ส่วนตัวผมเองประทับใจกับที่นี่ตรงที่ยังมีความเป็นพื้นเมืองของที่นี่ ดูจากการแต่งตัว การพูด การต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็นหญิง-ชายของที่นี่ซึ่งมันทำให้เราได้รับความรู้สึกในแบบของที่นี่ที่ไม่เหมือนกับที่ไหน (Unique) ชอบๆ

[attachment=4557]

หลังจากฟังบรรยายได้ความรู้พอประมาณแล้ว ก็ได้เวลาที่ต้องออกเดินทางต่อ เป้าหมายต่อไปของเราคือ “วัดกลางน้ำ” หรือ “วัดวังก์วิเวการาม” หลังเดิมนั่นเอง

[attachment=4558]

ในการเดินทางไปวัดกลางน้ำนั้น จะมีเรือหางยาวบริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่ท่ากลางน้ำ เพราะช่วงนี้น้ำลดเหลือน้อยแต่ยังสามารถเดินทางได้ ค่าบริการไปกลับเที่ยวละ 400 บาท

และเนื่องจากช่วงนี้สะพานมอญยังอยู่ระหว่างการซ่อมแซมหลังจากเสียหายจากน้ำซัดและท่อนซุงไหลมากระแทกจนพังลง ช่วงนี้ก็เดินสะพานลูกบวบหรือสะพานไม้ไผ่แทนไปก่อนก็ได้บรรยากาศอีกแบบเหมือนกัน

[attachment=4559]
ติดต่อเรือพาไปวัดกลางน้ำ เจรจาค่าเดินทางกับท่าเรือ

[attachment=4560]

ในระหว่างที่เรากำลังติดต่อเจรจาอยู่นั้น ฝนก็ได้ตกลงมาอีกแล้ว ทริปนี้เราแทบจะไม่โดนแดดเลย เมื่อฝนตกค่อนข้างหนักทำให้เรือออกท่องเที่ยวไม่ได้เราจึงกลับไปหลบฝนรอดูสถานการณ์ที่สะพานมอญอีกรอบ

[attachment=4561]

ระยะทางแต่ละจุดท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกันเท่าไร แต่การเดินขึ้นลงทางลาดชันนี่ก็ทำให้เหนื่อยล้าแทบท้อได้เหมือนกัน ในที่สุดเราประเมินแล้วว่าวันนี้นั่งเรือคงจะไม่สะดวกสักเท่าไรเพราะฝนตกๆ หยุดๆ เราจึงถอยทัพเดินกลับไปพักผ่อนที่ที่พักกันก่อนสำหรับวันนี้

กลับมารีสอร์ทนั่งมองวิวตอนเย็นจากหน้าห้องพัก บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนทีเดียว

[attachment=4562]
สำหรับทริปนี้เราเลือกที่พัก “สามประสบรีสอร์ท” ซึ่งเมื่อมาถึงก็บอกได้เลยว่าประทับใจมากครับ ทั้งทำเลที่ตั้งที่มีวิวสวยจากหน้าห้องเลยไม่ต้องเดินไปไหนก็ได้บรรยากาศแล้ว ห้องที่เราจองในคราวนี้คือห้องบีคลี 1-4 ครับ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องที่สวยและวิวดีที่สุดแล้วล่ะมั๊ง มีระเบียงนั่งคุยกันชิลๆ มองดูนักท่องเที่ยวเดินไปเดินมากันที่สะพาน ดูเรือแล่นในแม่น้ำ ชิลดีจริงๆ

[attachment=4563]

สำหรับอาหารเย็นก็สั่งกับรีสอร์ทได้ครับ แต่ต้องสั่งและระบุเวลาทานไว้ล่วงหน้าหน่อยเพราะรีสอร์ทค่อนข้างใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเยอะครับ หากมาสั่งกระชั้นชิดแบบนั่งรอคาดว่าจะต้องรอกันนานพอสมควรเลยทีเดียว เรื่องนี้สำคัญนะครับ

ตกกลางคืนก็เหมือนเดิมกับทุกทริปครับ คือ เราเพียงแค่เปลี่ยนที่กิน... ที่เล่น… ฮ่าๆๆๆ

ตัดมาเช้ากันเลยดีกว่า…

กิจกรรมที่เกือบจะเป็นภาคบังคับของที่นี่เลยก็คือ ทุกคนต้องตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัวมารอใสบาตรบนสะพานตั้งแต่ประมาณ 6.00 น. เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนออกท่องเที่ยวเมืองสังขละฯ ต่อไป

[attachment=4564]

เมื่อใส่บาตรทำบุญแล้วก็ได้เวลาออกทัวร์ชุมชนที่นี่แล้วหลังจากที่เมื่อวานมีฝนตกสกัดดาวรุ่งของเราไปวันหนึ่งแล้ว เช้านี้ที่แรกของเราเป้าหมายก็คือ “วัดวังก์วิเวการาม

[attachment=4565]
เช้านี้ก็ยังเหมือนเดิมครับคือ “ฝน” ก็ยังตามติดไม่ห่างพวกเรา แต่เช้านี้ตกปรอยๆ ไม่หนักแต่ก็ไม่หยุดซะทีเดียวคงกลัวว่าเราจะร้อน อย่างไรก็ตามเราและนักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มาถึงนี่กันแล้วก็หาได้ย่อท้อ เดินเที่ยวกันทั้งอย่างนั้นเลย ใครมีร่มก็กางร่ม ใครไม่มีก็ลุยละอองฝนเลย อยู่ใต้ฟ้าไม่ต้องกลัวฝน

ตอนแรกเราก็วางแผนว่าจะเดินจากสะพานไปวัดนะครับ แต่พอเดินไปได้สักครึ่งทางเริ่มไม่ไหวล่ะ เวลามีน้อยกับแรงเริ่มหมดจึงจ้างพี่วินมอเตอร์ไซค์เป็นไกด์เหมารับส่งซะเลย จากตลาดวัดวังก์ไปยังวัดวังก์วิเวการามและต่อไปยังเจดีย์พุทธคยารวมถึงกลับมาส่งที่สะพานมอญ รวมแล้วในราคา 50 บาทต่อคัน เราเหมาไป 6 คัน จบ

มาถึงแล้วครับวัดวังก์วิเวการาม หรือ "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า

[attachment=4566]

[attachment=4567]

ทำบุญกันหน่อยตามกำลังศรัทธา

[attachment=4568]
หลังจากไหว้สักการะหลวงพ่ออุตตมะแล้ว มอเตอร์ไซค์ก็พาเราไปต่อกันยังเป้าหมายต่อไป นั่นก็คือ “เจดีย์พุทธคยา

[attachment=4569]

ด้านหน้าของเจดีย์ เสียดายที่ตอนนี้ประตูด้านหน้าเจดีย์กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม สงสัยคงต้องมาซ่อมทริปนี้กันใหม่อีกครั้งรอบหน้า

[attachment=4570]

มาถึงแล้วก็ต้องเข้าไปไหว้พระทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน

[attachment=4571]
[attachment=4572]

หลวงพ่ออุตตมะ เป็นผู้คิดริเริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 โดยจำลองมาจาก เจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดีย งบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเป็นเงินสด ทองคำและวัสดุ ใช้แรงงานคนมอญ ชาย-หญิงในหมู่บ้านประมาณ 400 คนปรับพื้นที่สำหรับก่อสร้างและเผาอิฐมอญขนาด กว้าง 4 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนา 3 นิ้ว จำนวน 260,000 ก้อน

[attachment=4573]

[attachment=4574]
บริเวณใกล้กับเจดีย์พุทธคยา จำลอง มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกเครื่องประดับ ผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้

[attachment=4575]

เมื่อเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาต้องลาจากกลับที่พักเพื่อทานอาหารเช้าและจะต้องเดินทางกลับกันแล้ว

[attachment=4576]

ขากลับระหว่างเดินอยู่บนสะพานลูกบวบก็มีทีพารามอเตอร์มาบินโชว์นักท่องเที่ยว โฉบเฉี่ยวไปมา 2 ลำ เรียกเสียงปรบมือและกล้องทุกตัวหันไปหาได้เป็นอย่างดี

[attachment=4577]
อีกหนึ่งภาพ บรรยากาศของชาวบ้านที่อยู่กับลุ่มน้ำครับ การขนส่งก็ใช้น้ำให้เป็นประโยชน์

[attachment=4578]

พอตกสายหน่อยก็มีแม่ชีมอญออกบิณฑบาตรเหมือนกันครับ แต่เราไม่ทันได้ใส่บาตรแล้วเพราะเราต้องเดินทางต่อกันแล้ว

[attachment=4579]

เมื่อกลับมาถึงรีสอร์ทก็จัดการรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ รสชาดก็ถือว่าใช้ได้ครับ ที่นี่อาหารเช้าบุฟเฟต์ได้ถึง 8.30 น. แต่ก็เลยเวลาได้อยู่นิดหน่อยตามสถานการณ์

ก่อนออกเดินทางลาสังขละบุรี เก็บภาพที่รีสอร์ทเป็นที่ระลึกกันอีกสักเล็กน้อย

[attachment=4580]

เราออกจากสังขละบุรีประมาณ 10.00 น. เป้าหมายต่อไปในทิศทางกลับบ้านของพวกเราคือ “น้ำพุร้อนหินดาด” ครับ จะสนุกสนานขนาดไหนอย่าลืมติดตามในกระทู้หน้านะครับ สำหรับกระทู้นี้ต้องขอลาสังขละบุรีไปก่อน มีคำถามหรือข้อเสนอแนะก็เชิญโพสต์ทิ้งไว้ได้นะครับ เดี๋ยวจะเข้ามาตอบให้ครับ ^__^
Reference URL's