ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว

Full Version: mlr, mrr และ mor คือ อะไร มีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง
You're currently viewing a stripped down version of our content. View the full version with proper formatting.
สำหรับคนที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการอยู่อาศัย หรือการกู้ซื้อ บ้าน คงเคยได้ยินคำศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย อย่างเช่น mlr, mrr และ mor ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า mrr, mor และ mlr คือ อะไรและมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยเหล่านี้กัน

mlr, mrr และ mor คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดให้แก่ผู้กู้ สำหรับการซื้อ โครงการบ้านเดี่ยว หรือที่อยู่อาศัยแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นการกู้แบบระยะยาว โดยมีความแตกต่างกันคือ

- Minimum Loan Rate หรือ mlr คือ (เพิ่มเติม: https://www.sansiri.com/thai/คำแนะนำ/3-ค...เบี้ยบ้าน) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ที่ธนาคารกำหนดให้กับผู้กู้รายใหญ่ ซึ่งมีประวัติทางการเงินดี และมีหลักค้ำประกันเพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ

- Minimum Retail Rate หรือ mrr คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ที่ธนาคารกำหนดให้กับผู้กู้รายย่อย ที่มีประวัติทางการเงินดี ซึ่งคนทั่วไปที่กู้ซื้อ บ้านใหม่ ก็จะถูกธนาคารกำหนดด้วยอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้

- Minimum Overdraft Rate หรือ mor คือ (เพิ่มเติม: https://www.sansiri.com/thai/คำแนะนำ/3-ค...เบี้ยบ้าน) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ที่ธนาคารกำหนดให้กับผู้กู้รายใหญ่ที่มีประวัติทางการเงินดี แต่เป็นประเภทเบิกเงินเกินบัญชี กล่าวคือ เกินกว่ายอดเงินฝากในบัญชี เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนระยะสั้นในการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความสะดวกมากขึ้น

โดยอัตราดอกเบี้ยทั้ง 3 ประเภทจะมีความแตกต่างกัน เรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ mrr สูงกว่า mor สูงกว่า mlr ซึ่งขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ธนาคารจะได้รับและต้นทุนทางการเงินของแต่ละที่ด้วย โดย mrr คือ (เพิ่มเติม: https://www.sansiri.com/thai/คำแนะนำ/3-ค...เบี้ยบ้าน) อัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้รายย่อยก็จะมีความเสี่ยงมากกว่า mlr และ mor จึงต้องเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า ซึ่งแต่ละธนาคารก็มีอัตราของดอกเบี้ย 3 ตัวนี้แตกต่างกันไป นอกจากผลของสถานการณ์เศรษฐกิจแล้ว ต้นทุนของธนาคารก็มีผลไม่น้อยเช่นกัน

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราขอยกตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อ บ้านจัดสรร ของธนาคาร A ที่กำหนดอัตราแตกต่างจาก mrr คือ -1% (mrr-1%) มีความหมายว่า หาก mrr ของ ธนาคาร A เท่ากับ 5.0% อัตราดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อ โครงการบ้านจัดสรร จะเท่ากับ 4% ส่วนธนาคาร B กำหนด mrr เท่ากับ 7.0% และมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อ โครงการบ้าน เท่ากับ mrr-2% ดังนั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5% จะเห็นได้ว่าค่า mrr ที่ติดลบมากกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีดอกเบี้ยต่ำสุดเสมอไป

นอกจากการรู้ความหมายว่า mlr, mrr และ mor คือ อะไรแล้ว ยังมีศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับประเภทของดอกเบี้ยอีก 2 คำ คือ

- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจ และตลาดโลก

- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดในช่วงเวลานั้น โดยเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดเงิน และต้นทุนทางการเงินของธนาคาร
โดยการกู้เงินส่วนใหญ่ธนาคารจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นแบบ fixed rate ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ 1-3 ปี หลังจากนั้นจะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบ floating rate ซึ่งหากคิดจะกู้เงินซื้อบ้านแล้ว ต้องคำนวณให้

รอบคอบว่าครบระยะสัญญา การขอสินเชื่อจากที่ไหนจะได้ประโยชน์สูงสุด และนี่คือเหตุผลบางส่วนที่เราควรเข้าใจถึงความแตกต่างของประเภทดอกเบี้ย และความหมายว่า mrr, mor และ mlr คือ อะไร
Reference URL's