ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว

Full Version: เรามาดูกันดีกว่าว่าจุดประสงค์ในการรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรบ้าง
You're currently viewing a stripped down version of our content. View the full version with proper formatting.
แน่นอนว่าเรื่องของการเงินนั้นใครๆ ก็ไม่อยากเป็นกนี้ อยากที่จะมีความมั่นคงในด้านนี้ ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ การเก็บออมเงินไว้นั่นเอง ซึ่งการออมเงินนั้นมันก็แล้วแต่ว่าใครนั้นจะถนัดแบบใด แต่ถ้าหากจะให้แนะนำนั้นก็อาจจะเปิดบัญชี ออมทรัพย์ ขึ้นมาสักบัญชี ซึ่งบัญชี ออมทรัพย์ นี้เอาไว้สำหรับฝากเงินในส่วนของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนที่เราต้องจ่าย เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วบัญชีประเภทนี้จะไม่เสีย ค่าธรรมเนียมโอนเงิน นั่นเอง ซึ่งมันก็จะทำให้เราประหยัดไปได้อีก
และถ้าใครก็ตามที่เพิ่งเริ่มทำงานแล้วต้องการซื้อรถยนต์นั้นก็อาจจะขอสินเชื่อรถยนต์ได้ซึ่งมันก็มีทั้งสินเชื่อรถยนต์มือหนึ่งและ สินเชื่อรถมือสอง ให้เราได้เลือก แต่ก็ต้องดูในเรื่องของ ดอกเบี้ยสินเชื่อ ด้วย ทั้งนี้เพราะการทำงานของบางคนนั้นก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้รถยนต์มากกว่าการมองถึงเรื่องที่อยู่อาศัยก่อนนั่นเอง แต่ทว่าสำหรับใครก็ตามที่ทำงานมาได้สักพักหนึ่งนั้นก็อาจจะหาความมั่นคงในเรื่องของที่อาศัยมากกว่าที่จะเป็นรถยนต์ อย่างเช่น การหาซื้อบ้านหรือคอนโด เป็นต้น
ทั้งนี้หากใครที่ขอไฟแนนซ์บ้านมาแล้วและต้องการที่จะขอ รีไฟแนนซ์บ้าน อีกนั้นก็สามารถทำได้แต่อาจจะต้องศึกษารายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ ให้พร้อม คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าการ รีไฟแนนซ์บ้าน นั้นมันมีจุดประสงค์ไว้เพื่ออะไรบ้างกันดีกว่า
1. ในกรณีที่เรายังผ่อนชำระรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อให้มีภาระผ่อนชำระน้อยลง ซึ่งหลังจากที่ครบวาระดอกเบี้ยโปรโมชั่นซึ่งอาจจะ 1 หรือ 3 ปี ก็แล้วแต่นั้นโปรโมชั่นดอกเบี้ยที่เราได้รับมาจากธนาคาร เพราะหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยมันก็มักเป็นไปในลักษณะลอยตัว (MLR) หรือ ลอยตัวแล้วมีส่วนลด คือ MLR- ซึง MLR โดยแต่ละธนาคารก็จะไม่เท่ากัน ฉะนั้นผู้ที่ต้องการจะรีไฟแนนซ์ก็ต้องมาตรวจสอบดูส่วนต่างระหว่างการใช้ดอกเบี้ยอยู่กับธนาคารเดิมกับค่าใช้จ่ายหลังจากรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่ว่ามีส่วนลดให้มากพอที่จะทำเรื่องไฟแนนซ์ไปหรือไม่ ซึ่งทุกปีนั้นแต่ละธนาคารก็จะแข่งขันกันออกโปรโมชั่นดอกเบี้ยเพื่อดึงลูกค้ากันเอง ฉะนั้นเราก็อาจจะต้องมาคอยตรวจสอบว่าที่ไหนดี่ที่สุด เทียบกับที่เราใช้อยู่ ซึ่งถ้าหากว่าเราบวกลบแล้วมีกำไรคุ้มค่าก็ดำเนินการย้ายไปได้เลย
2. ในกรณีที่เรายังผ่อนชำระ รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อนำส่วนต่างออกมาใช้จ่าย ซึ่งการรีไฟแนนซ์แบบที่นี้นั้นก็อาจจะทำให้ภาระผ่อนชำระในส่วนของบ้านเพิ่มขึ้น แต่ทว่ามันก็เป็นแนวทางในการหาเงินทุนหมุนเวียน ในกิจการของเรา หรือ ถ้ากรณีว่าเรานำส่วนต่างที่ได้้จากการรีไฟแนนซ์บ้านไปชำระหนี้ในส่วนอื่น ยกตัวอย่างเช่น ไปปิดบัตรเครดิตซึ่งอัตราดอกเบี้ยกว่า 25-28% เทียบกับดอกเบี้ยบ้านมันก็ถูกกว่า ฉะนั้นมันก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจเลยทีเดียว
3. ในกรณีที่บ้านไม่มีภาระแล้วนั้น การรีไฟแนนซ์บ้านวิธีนี้ก็จะได้ต้นทุนถูกที่สุด ซึ่งก็อยู่ที่ประมาณ 4-5% แตกต่างจากกรณีที่เรามีภาระผ่อนชำระอยู่แล้วขอกู้เพิ่ม โดยในส่วนของการกู้เพิ่มนั้นก็มักจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยอุปโภคบริโภค ซึ่งมันก็จะอยู่ที่ประมาณ 12-15%
Reference URL's