ThaiBuddyTrip.com - เว็บคู่หูของคนชอบเที่ยว

Full Version: ทริปเที่ยวน่าน วันที่ 3 วัดภูมินทร์ วัดศรีพันต้น วัดพระธาตุแช่แห้ง ดอยเสมอดาว
You're currently viewing a stripped down version of our content. View the full version with proper formatting.
กระทู้นี้ต่อจาก ทริปเที่ยวน่าน วันที่ 2 ดอยภูคา บ่อเกลือ วัดพระธาตุเขาน้อย

กริ๊งงงง… กริ๊ง… เช้าแล้ว นาฬิกาปลุกส่งเสียงดังปลุกอีกเหมือนเดิม มองออกไปนอกหน้าต่างโรงแรมเช้านี้มีฝนลงเม็ดลงมานิดหน่อยพอเปียกถนนชุ่มฉ่ำ แต่ไม่หนักถึงกับต้องใช้ร่มกันฝน

เริ่มเช้าวันใหม่กันก็ต้องเริ่มที่เติมแรงกันก่อนกับอาหารเช้าของโรงแรมที่จัดไว้รอเราแล้ววว

[attachment=4858]

ห้องอาหารเช้าของโรงแรม บรรยากาศสบายๆ สไตล์คลาสสิค ปล.แอบเห็นโต๊ะหนึ่งที่เจอในร้านบ่อเกลือ วิว รีสอร์ท ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่ แถมพักโรงแรมเดียวกันอีก ความบังเอิญมีอยู่จริง

[attachment=4859]

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เรายืมจักรยานของโรงแรมที่มีบริการให้ยืมฟรี ขี่ชมวัดรอบๆ โรงแรมภายในตัวเมืองน่าน โดยเริ่มจากวัดแรก “วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร” ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1949

พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีทางขึ้นเป็นประตูเล็ก ๆ ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุขลดด้านหน้า และด้านหลัง หน้าบัน ตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน แล้วประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้น ตามลักษณะ สถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์

[attachment=4860]
[attachment=4861]

พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถาน สำคัญ เป็นเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา คือเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง พระธาตุเจดีย์ สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลื่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง มีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่ส่วนหัว ลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชัน และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียง รองรับมาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไป เป็นส่วนยอด ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ ได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความสวยงามมาก

[attachment=4862]

[attachment=4863]
หลังจากเดินชมความงามของวัดพระธาตุช้างค้ำกันแล้ว เราก็ขี่จักรยานไปต่อกันที่ “วัดภูมินทร์” ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันนัก

[attachment=4864]

[attachment=4866]

วัดภูมินทร์ เดิมมีชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” ตั้งตามชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่านได้โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2139 หลังจากที่เจ้าเจตบุตรขึ้นครองนครน่านได้ 6 ปีนี้ ต่อมาชื่อวัดถูกเรียกกันจนเพี้ยนไป จนกลายเป็น “วัดภูมินทร์” ตามที่รู้จักกันในปัจจุบัน

[attachment=4867]
ภาพจิตกรรมฝาผนังที่โดดเด่นเป็นพิเศษในวัดภูมินทร์แห่งนี้ก็คือ ภาพ “กระซิบบันลือโลก” หรือภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อสมัยโบราณ ในลักษณะกระซิบสนทนากัน

[attachment=4868]

คำกลอนภาษาคำเมือง ที่แต่งขึ้นมาสำหรับภาพนี้ ว่าไว้ว่า…
“กำฮักน้องกูปี้จั๊กเอาไว้ในน้ำก็กั๋วหนาว
จั๊กเอาไว้ปื้นอากาศกลางหาว
ก็กั๋วหมอกเหมยซ่อนดาวลงมาขะลุ้ม
จั๊กเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม
ก็กั๋วเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป
ก็เลยเอาไว้ในอกในใจ๋ตัวจายปี้นี้
จั๊กหื้อมันไห้ อะฮิ อะฮี้
ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา”


คำแปล “ความรักของน้องนั้น พี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวเหน็บหนาว จะฝากไว้กลางท้องฟ้าอากาศกลางหาว ก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุมรักของพี่ไปเสีย หากเอาไว้ในวังในคุ้ม เจ้าเมืองมาเจอก็จะเอาความรักของพี่ไป เลยขอฝากเอาไว้ในอกในใจของพี่ จะให้มันร้องไห้รำพี้รำพันถึงน้อง ไม่ว่ายามพี่นอนหลับหรือสะดุ้งตื่น”

มีเรื่องเล่ากันว่า หากใครจะไปกราบขอพรพระจตุรทิศ ให้พยายามสังเกตหน้าองค์พระ 1 ในทั้งสี่ทิศ ซึ่งจะมีอยู่เพียงทิศเดียวเท่านั้น ที่หน้าองค์พระประธานจะมีลักษณะยิ้มแย้มมากกว่าทั้ง 3 ทิศที่เหลือ ก็ให้กราบขอพรยังทิศนั้นแล้วจะได้สมปรารถนาตามที่ตั้งใจ

[attachment=4869]

จุดเด่นของวัดนี้คือ “พระอุโบสถจตุรมุข” สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ที่รวมเอาโบสถ์ วิหาร และเจดีย์ ไว้ในอาคารเดียวกัน ในลักษณะการจำลองแผนภูมิจักรวาลตามความเชื่อแห่งพุทธศาสนา โดยมีพระประธานจตุรทิศปางมารวิชัย 4 องค์ หันหน้าออกสู่ประตูทั้ง 4 ทิศ ประดิษฐ์ฐานอยู่ภายใน และมีนาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัว ที่เปรียบเสมือนการอุ้มชูพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

[attachment=4870]
2 วัดผ่านไปแล้ว สำหรับวัดไปต่อวัดที่ 3 เริ่มสายแล้ว รถในถนนเริ่มเยอะ เราเลยกลับไปเช็คเอาท์จากโรงแรมแล้วขับรถยนต์เที่ยวแทนครับ วัดต่อไปของเราคือ “วัดศรีพันต้น”

วัดศรีพันต้น ตั้งอยู่ที่ ถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเขตเทศบาลเมืองน่าน สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 - 1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น บางสมัยเรียกว่า วัดสลีพันต้น (คำว่า สลี หมายถึง ต้นโพธิ์) ซึ่งในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด ปัจจุบันถูกโค่นเพื่อตัดเป็นถนนแล้ว วัดศรีพันต้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2505 ภายในวัดมีวิหารที่สวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียร เฝ้าบันได หน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา มีความสวยงามมาก

[attachment=4871]

ภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติ การกำเนิด เมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

[attachment=4872]

[attachment=4873]
ผ่านไปแล้ว 3 วัด ไปต่อกันอีกวัด เป็นวัดที่ 4 ของวันนี้ครับ
วัดนี้คือ “วัดพระธาตุแช่แห้ง”

วัดพระธาตุแช่แห้ง หมู่ 3 บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตี๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง ประดิษฐานอยู่ ณ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาลูกเตี้ย ๆ เป็นสีทองสุกปลั่ง สามารถมองเห็นได้แต่ไกล เนื่องจากสูงถึง 2 เส้น เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต

[attachment=4874]

[attachment=4875]

ตัวพระธาตุตั้งอยู่บนเชิงเนินปูด้วยอิฐ ลาดขึ้นไปยังยอดเนิน กว้างประมาณ 20 วา มีบันไดนาคขนาบทั้งสองข้าง องค์พระเจดีย์เป็นแบบล้านนา ฐานเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกันขึ้นไปจนสูง ใช้แผ่นทองเหลืองบุรอบฐาน แล้วลงรักปิดทอง

[attachment=4876]
จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจาก กรุงสุโขทัย (กระดูกข้อมือข้างซ้าย) มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง และตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่ง แม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง

[attachment=4877]

[attachment=4878]

[attachment=4879]
หลังจากชมความงามกับทำบุญกันมา 4 วัดในเมืองน่าน ก็ได้เวลาออกจากเมืองน่าน กลับเข้าสู่โหมดธรรมชาติตามแผนที่เราวางมา

เราขับรถกลับลงมาตามถนนหมายเลข 101 จากเมืองน่านไปยังอำเภอเวียงสา เข้าสู่ถนนหมายเลข 1026 จนถึงอำเภอนาน้อย จากนั้นแยกเข้าสู่ถนนหมายเลข 1083 มุ่งหน้าไปยัง “อุทยานแห่งชาติศรีน่าน” เพื่อชมความงามของ “ดอยเสมอดาว” กัน

[attachment=4880]

ผาหัวสิงห์ สมชื่อเลยครับ เหมือนจริงๆ

[attachment=4881]

ลานดูดาว มองทิวเขาไปสุดลูกหูลูกตา แม่น้ำที่เห็นอยู่ข้างล่างนั่นก็คือแม่น้ำน่านที่ไหลมาจากอำเภอเมืองน่านนั่นเอง

[attachment=4882]
อีกฟากฝั่งหนึ่งของจุดจมวิวดอยเสมอดาวจะเป็นไร่ภูทอง ซึ่งก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เปิดให้กางเต็นท์ในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุงพื้นที่และทัศนียภาพเพื่อเตรียมรอรับฤดูกาลท่องเที่ยวใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

[attachment=4883]

[attachment=4884]

ขออีกสักภาพกับต้นไม้ 2 ต้นนี้ ผมรู้สึกว่าทรงต้นไม้และหญ้าเขียวขจีทอดยาวทั้งภูเขานี้สวยเหมือนฉากในหนังเกาหลีเลยทีเดียว ถ่ายมาหลายมุม ไม่มีเบื่อ

[attachment=4885]
หลังจากเพลิดเพลินกับการชมความงามและเก็บภาพประทับใจจนเต็มอิ่มแล้ว เราก็วกกลับลงมาถนนเดิม เพื่อไปยังอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งของอำเภอนาน้อย นั่นก็คือ “เสาดิน นาน้อย” ที่อำเภอนาน้อยนั่นเอง

[attachment=4886]

[attachment=4887]

[attachment=4888]
เกิดจากการทับถมของดินและเกิดน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นรูปทรงลวดลายที่แปลกตา เป็นอีกหนึ่งความสวยงามที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติอย่างแท้จริง

[attachment=4889]

[attachment=4890]

[attachment=4891]
หลังจากชมเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเย็นพอดี ต้องเข้าที่พักแล้ว ซึ่งคืนนี้เราจะพักกันที่ “นาน้อย รีสอร์ท” ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่อยู่ในตัวอำเภอนาน้อย เพื่อพักผ่อนเติมแรง จบทริปแล้ว ตอนเช้าต้องตื่นขับรถกลับไปทำงานแล้วละครับ

[attachment=4892]

[attachment=4893]

สมาชิกท่านใดที่สนใจตามรอยทริปนี้ สอบถาม แนะนำติชมเกี่ยวกับทริปนี้ โพสต์ไว้ได้เลยนะครับ

แล้วพบกันทริปหน้าครับ
Reference URL's